<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดปิดตำนาน&#039;อ้วนบาร์เบอร์&#039;ร้านตัดผมคู่มข.มากว่า 50 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.64-ที่ร้านอ้วนบาร์เบอร์ ชั้น 2 ศูนย์อาหารและบริการ 1 หรือคอมเพล็กซ์ มข. มหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่ประจำร้าน รวมทั้งทีมช่างตัดผม ต่างช่วยกันจัดเก็บสิ่งของที่ใช้ในการตัดผม ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งลูกค้า ,กระจก,กรรไกร,ไดร์เป่าผมและบัตเตอเลี่ยนตัดผม รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ในการบริการลูกค้าในการตัดผมประเภทต่างๆของทางร้าน เพื่อเตรียมที่จะส่งมอบพื้นที่คืนให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp; ตามแผนการปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่ามกลางเพื่อนผู้ประกอบการและลูกค้าทั้งขาประจำและขาจร ที่เมื่อทราบข่าวต่างทยอยกันมาให้กำลังใจกับทีมช่างตัดผม อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เนื่องจากร้านตัดผมแห่งนี้เปิดให้บริการ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาเกือบ 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร&amp;nbsp; ภูมิบ้านค้อ หรือลุงอ้วน อายุ 70 ปี เจ้าของร้านอ้วนบาร์เบอร์ กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากมากในการที่จะปิดร้านตัดผมที่ตนเองและครอบครัวรัก เพราะเป็นอาชีพที่ทำมานานกว่า 50 ปี ส่งลูกจนจบมหาวิทยาลัย และเป็นร้านตัดผมคู่ จ.ขอนก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาอย่างยาวนาน ซึ่งเดิมร้านอ้วนบาร์เบอร์เปิดให้บริการที่ชั้น 1 ของศูนย์อาหารและบริการ 1 แห่งนี้ ให้บริการกับลูกค้าทั้งในส่วนของคณาจารย์ นักศึกษาหรือบุคคลทั่วไป ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ชั้น 2 เมื่อปี 2550 ตามแผนการบริหารจัดการพื้นที่ของ มข. แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ลูกค้าลดลงทุกวัน และยังต้องถูกคำสั่งปิดการให้บริกาตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดและ ศบค. ซึ่งร้านก็เข้าใจและให้ความร่วมมือในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อที่ทุกคนจะก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; จำได้ว่าเมื่อมีคำสั่งคลายล็อก หลังการระบาดรอบแรก และร้านกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อช่วง ไตรมาส 3 ของปี 2563. ลูกค้ามายืนรอต่อคิวที่ร้านกันมากเพราะไม่ได้ตัดผมมานาน จำได้ว่ามากที่สุดในช่วงนั้นคือวันละประมาณ 80 คน ขณะที่ในวันปกติทั่วไปที่เปิดให้บริการคู่เมืองขอนแก่น และ มข. มานั้น จะอยู่มาวันละประมาณ 20-30 คน เพราะด้วยราคาตัดผมที่ไม่แพงมาก จากเริ่มต้นไม่กี่สิบบาท&amp;nbsp; และวันนี้ยังคงราคาตัดผมที่ไม่แพงเกินไป คือนักศึกษา 70 บาท ประชาชนทั่วไป 80 บาท แต่พอมาระบาดระลอก 2 ต่อเนื่องระลอก 3 และระลอก 4 ในปัจจุบัน ร้านต้องปิดๆเปิดๆ ตามคำสั่งของภาครัฐ&amp;nbsp; ขณะที่ลูกค้าก็ไม่กล้าออกจากบ้าน บางวันเปิดร้านไม่มีลูกค้ามาใช้บริการแม้แต่คนเดียว ร้านก็ต้องแบกรับภาระค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่ ซึ่ง มข.ก็ลดค่าเช่าให้บ้างแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งก็เข้าใจในสถานการณ์ แต่เมื่อเรารู้ตัวว่าเราไม่ไหว ก็อย่าฝืนดีกว่า เปิดร้านทุกวัน ขาดทุนทุกวัน และขาดทุนแบบนี้มาเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว เงินหมุนเวียนในร้านก็หมดไป ลูกค้าไม่มี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันการเงินก็เข้าถึงได้ยากจึงตัดสินใจปิดกิจการทั้งน้ำตาและขอกลับไปอยู่บ้านตั้งหลักจะดีกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงอ้วน บอกว่า ต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการร้านลุงอ้วนมานานกว่า 50 ปี เฉพาะร้านที่ตั้งอยู่ใน มข. ก็เกือบ 45 ปี&amp;nbsp; ซึ่งร้านตัดผมแห่งนี้ถือเป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองขอนแก่นมานาน ลูกค้ามีทุกกลุ่ม ทั้งระดับอธิบดี,ผู้ว่าฯ,ดอกเตอร์,ผู้อำนวยการ,นายร้อย, นายพล ,นายพัน หากมาเรียนที่ มข. แทบทั้งหมดเป็นลูกค้าของร้านเกือบ70 % ดังนั้นจากนี้ไปไม่มีร้านลุงอ้วนบาร์เบอร์แล้ว เด็กๆหากได้กลับมาเรียนตามปกติ ก็ขอให้คิดถึงลุงอ้วนบ้างแม้ร้านจะปิด แต่ห้องก็ยังอยู่ ป้ายเก่าที่เด็กๆมาเขียนไว้เพื่อให้กำลังใจก็ขอติดไว้ที่ห้องเช่าแห่งนี้เพื่อระลึกถึงกัน ส่งต่อความคิดถึงซึ่งกันและกัน เพราะร้านไม่ไหวจริงๆ ขณะที่พนักงานของร้านก็จะต้องกระจายกันไปทำงานตามสภาพ บางคนกลับบ้าน บางคนขอสู้เปิดร้านต่อ และลุงอ้วนคงวางมือและกลับไปเลี้ยงหลานที่บ้าน เพราะอายุมากแล้ว แต่ก็รักในการตัดผมอยู่ก็อาจจะขอที่บ้านกลับมาเปิดร้านเล็กๆที่บ้านเพื่อทำงานที่รักมาทั้งชีวิตต่อไป อย่างไรก็ตามยังคงมีผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกันที่ขาดสภาพคล่อง ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ และเตรียมที่จะปิดกิจการอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ขอให้ร้านตัดผมเล็กๆแห่งนี้เป็น 1ในตัวอย่าง ที่รัฐบาลจะต้องชัดเจนและจริงจัง และให้ความช่วยเหลือในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กให้ได้ เปิดโอกาสให้เข้าถึงเงินทุน เข้าถึงโครงการสวัสดิการของรัฐ จะคนละครึ่ง เราชนะ หรือ ม.33 กลุ่มร้านตัดผม หรือร้านเสริมสวย ก็ควรที่จะให้ร้านเหล่านี้ได้เข้าร่วมโครงการ หรือขยายการใช้สิทธิ์ให้ครอบคลุมกว่านี้ ซึ่งก็เข้าใจว่า รัฐยังต้องทำงานหนักทั้งการต่อสู้กับโรคและบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ แต่หากไม่ทำอะไรที่ชัดเจน ผู้ประกอบการอีกไม่น้อยก็เตรียมที่จะปิดกิจการลง คนก็จะตกงานมากขึ้นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111053</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ร้านตัดผม, อ้วนบาร์เบอร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd1d349ed5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกค้าโวย ร้านของ&#039;เวย์-นานา&#039; ตัดผมแหว่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดการรีทวิตในทวิตเตอร์มากมาย เมื่อมีแอคเคาท์หนึ่งได้โพสต์ภาพร้านตัดผม NEVERSAY CUTZ ของดาราสาว นานา ไรบีนา และสามี เวย์-ปริญญา อินทชัย ว่าเพื่อนของเจ้าของโพสต์ไปตัดผมกับร้านดังกล่าวแต่กลับสั้นเกินที่ลูกค้าบอกไว้แถมยังแหว่งอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเจ้าของเรื่องโพสต์ว่า &amp;quot;ครั้งแรกเลยที่เราจะมารีวิวอะไรแบบนี้ ความผม ความพังพินาศจากการ &amp;quot;ตัดผมร้านดาราที่สยาม&amp;quot; เรื่องผมอะใครๆก็หวง สั้นไม่พอยังแหว่งอีก เกินรับได้จริงๆ โมโหแทนเพื่อน ร้านรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายนะแต่ผมที่เสียไปก็เอากลับมาไม่ได้ปะ #รีวิวห้ามขายของโว้ย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากเจ้าตัวโพสต์รีวิวดังกล่าวก็มีชาวเน็ตเข้ามาแชร์ประสบการณ์ต่างๆในการตัดผมกับร้านมากมาย แต่ล่าสุดเจ้าตัวได้ลบโพสต์ดังกล่าวแล้ว เพราะทางร้านได้ขอโทษและยืนยันว่าจะปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวันนี้ยังถือเป็นวันครบรอบ 12ปี ของร้านตัดผมชาย NEVERSAY CUTZ โดยสาวนานาได้โพสต์ถึงการเริ่มต้นร้านดังกล่าวจนมาถึงวันนี้ว่า &amp;quot;วันนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เราสองคน @daboyway ได้ร่วมกัน เปิดร้านตัดผมชายที่มีชื่อว่า เนเวอร์เซย์คัทซ์ @neversaycutz วันเวลาผ่านไปไวมากจากช่าง 3 คน จนวันนี้เรามีทีมช่างตัดผม และทีมงานอยู่ภายใต้บ้านเรากว่าร้อยชีวิต ถึงวันนี้เรายังคงมีความสุขกับการสร้างบ้านหลังนี้ให้แข็งแรงและเรายังคงมุ่งมั่นในการพัฒนางานบริการ และพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณทีมของเราทุกคน ทุกฝ่ายและที่สำคัญลูกค้าทุกคนที่เปิดโอกาสให้เราได้ให้บริการมาตลอด ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ #HappybirthdayN&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม nanarybena และทวิตเตอร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76085</URL_LINK>
                <HASHTAG>นานา ไรบีนา, ร้านตัดผม, เวย์-ปริญญา อินทชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4ce5a5c053a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บรรยากาศร้านตัดผมเปิดวันแรก วางมาตรการป้องกันเชื้อเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 พ.ค. 2563 บรรยากาศภายในร้านThe Cozy cutz ย่านบางเขน หลังจากที่ หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีมติผ่อนปรนให้กิจการร้านเสริมสวย กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่ให้บริการได้ในส่วนของการตัด สระ ไดร์ ผมเท่านั้น งดเว้นบริการที่มีระยะเวลานาน เช่น ทำสีผม ยืดผม และจะต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่า ทางร้านฯ ได้จัดแต่งสถานที่ใหม่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการแพร่เชื้อระหว่างกัน เช่น การติดตั้งม่านพลาสติก เพื่อเป็นฉากกั้นในการให้บริการ การสวมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ได้แก่ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง ผ้ากันเปื้อน Face shield การเตรียมแอลกอฮอล์ และสบู่ เพื่อล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนและหลังการให้บริการ การจัดแต่งร้านให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมทั้ง มีการนำเครื่องอบฆ่าเชื้อที่ได้สั่งมาจากต่างประเทศ เพื่ออบฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่มีคมต่างๆ เช่น กรรไกร ใบมีด พร้อมมีป้ายแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเพื่อให้ปลอดจากไวรัส โควิด - 19 ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสมพร เพ็งรัตน์ เจ้าของร้าน ระบุว่า การเปิดบริการของทางร้านในวันแรกนั้น ประชาชนผู้ใช้บริการต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คิดถึงบรรยากาศการใช้บริการที่มีการพูดคุยสนทนาระหว่างกัน ทั้งในช่วงการรอและการใช้บริการ แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อทาง ศบค. ได้ออกข้อกำหนดว่า ควรจัดให้มีระบบนัดคิวล่วงหน้า และให้มารับบริการตามเวลานัด โดยไม่มีการนั่งรอคิวภายในร้าน ลดการพูดคุยที่ไม่จำเป็นระหว่างให้บริการ เป็นต้น ทางร้านก็พร้อมจะปฏิบัติตาม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ สุขภาพอนามัยของประชาชน ภายหลังจากการใช้บริการ ทั้งนี้ ทางร้านถือว่า มาตรการที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์และความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งจากนี้ ทางร้านจะมีประเมินตนเองภายหลังการเปิดให้บริการ 1 สัปดาห์ โดยใน 1 เดือนแรกที่เปิดให้บริการ ให้ประเมินตนเอง สัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อเป็นการควบคุมดูแลไม่ให้มีการกระจายตัวของไวรัสด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเองถือว่า การทำงานบริการเพื่อดูแลความสวยงามของแต่ละคนนั้น เป็นงานที่มีความสุขเพราะนอกจากลูกค้าจะได้ความสุขและความพึงพอใจหลังจากใช้บริการแล้ว ตัวผมเองก็ได้มีความสุขที่ได้ทำงานที่รักและได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารและเรื่องราวต่างๆ ตลอดเวลาในการให้บริการ แต่ตนก็ทราบดีว่า การทำงานในลักษณะแบบนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะติดไวรัสจากละอองน้ำลาย สารคัดหลั่งต่างๆ และเป็นงานที่จะต้องสัมผัสกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดด้วย ดังนั้น มาตรการที่ออกมาจาก ศบค. จึงถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่ &amp;#39;ความปกติใหม่&amp;#39; หรือ New Normal ที่ทั้งตัวผมและลูกค้าจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ให้ได้ และผมก็จะคงคุณภาพในการให้บริการเหมือนเดิม แต่ทั้งนี้ ผู้รับบริการเองก็ต้องปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยในการรับบริการด้วยเช่นกัน &amp;quot; นายสมพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร้านตัดผม, ศบค., เปิดให้บริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eae4fc33df84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัปดาห์หน้า&#039;ศบค.&#039;จ่อคลายล็อกบางอาชีพ! ร้านตัดผม-ห้างมีลุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ที่มีคำถามว่าเมื่อตัวเลขของไทยดีขึ้นต่อเนื่องจะผ่อนคลายได้บ้างหรือไม่ เพราะมีการพูดว่าไม่กลัวติดเชื้อ แต่กลัวอดตายมากกว่านั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาระบุว่าถ้าจะยกเลิกการล็อกดาวน์ต้องมีมาตรการ 6 ข้อ คือ 1.สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศได้แล้ว ซึ่งไทยสามารถทำได้แล้วระดับหนึ่ง เพราะผู้ป่วยรายใหม่มี 28 คน แต่คำว่าควบคุมโรคได้ต้องเป็นศูนย์ หรือยืนระยะตัวเลขผู้ติดเชื้อที่จำนวนน้อยได้หรือไม่ นักวิชาการต้องคุยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ระบบสุขภาพต้องสามารถตรวจหาผู้มีอาการของโรค ตรวจหาเชื้อ แยกตัวและทำการรักษา พร้อมทั้งทำการสอบสวนโรค ซึ่งขณะนี้น้ำยาในการตรวจหาโรคมีเพียงพอ ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รับผิดชอบทุกค่าใช้จ่ายในการตรวจสารคัดหลั่งในโพรงจมูก บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าไปขอโค๊ดได้ 3.มีความเสี่ยงน้อยที่สุดในสถานที่เสี่ยงภัยมากที่สุด เช่น บ้านพักคนชรา ซึ่งที่ผ่านมาบ้านพักชราในประเทศไทยไม่ค่อยมีรายงานผู้ติดเชื้อ 4.โรงเรียน สำนักงาน และสถานที่สาธารณะต่างๆ ต้องมีมาตรการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตรงนี้เราต้องดูกันอย่างละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สามารถจัดการความเสี่ยงของโรคจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศได้ ซึ่งเราจำกัดจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศ ให้คนเข้า-ออกเฉพาะเท่าที่จำเป็นและตามที่อนุญาตไว้ และ6.คนในชุมนุมต้องมีความรู้ มีส่วนร่วม และได้รับการสนับสนุนให้มีชีวิตอยู่ภายใต้สังคมที่เปลี่ยนแปลงหลังจากเกิดโรค ซึ่งข้อนี้เป็นข้อที่ยากที่สุด เพราะที่ผ่านมายังมีการตั้งวงสังสรรค์ ถ้าจะปลดล็อกได้ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนด้วย ขณะนี้มีการประชุมของนักวิชาการ เอกชน และภาคสังคมอยู่ เพื่อเตรียมเสนอ ผอ.ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีเรียกร้องให้เปิดร้านตัดผมและผ่อนคลายบางมาตรการนั้น วันนี้ที่ประชุม ศบค.วงเล็กมีการหารือกัน หลายจังหวัดไม่ได้มีการปิดร้านตัดผม มีบางจังหวัดที่ปิด เช่น กทม.เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ลักษณะใกล้ชิดและเสี่ยงติดเชื้อ ซึ่งมีมาตรการตัวอย่างการผ่อนคลาย หรือมาตรการกึ่งล็อคดาวน์ โดยยังเป็นข้อเสนอและยังไม่ได้รับรอง โดยเป็นข้อปฏิบัติของผู้ให้บริการและผู้รับการบริการ อาทิ จัดที่นั่งให้เหมาะสมห่างกัน 1 เมตร ให้บริการที่ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง งดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า ตัดเล็บ ผู้ให้บริการและผู้รับการบริการต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ล้างมือทุกครั้งที่ให้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เรียกร้องให้เปิดห้างสรรพสินค้านั้น ผู้ให้บริการจะต้องมีมาตรการอย่างเคร่งครัด มีการคัดกรองบุคคล ตรวจอุณหภูมิ จัดคิวในการเข้าพื้นที่ จำกัดคนในการเข้าพื้นที่ อย่างพื้นที่พันตารางเมตรให้เข้าได้แค่พันคน เมื่อคนออกไปแล้วถึงจะเติมคนเข้ามาใหม่ได้ ต้องไม่มีการจัดโปรโมชั่นที่เสี่ยงที่จะทำให้คนมารวมตัวกัน สำหรับร้านค้าสำคัญๆ ภายในห้างจะทยอยเปิด แต่ไม่ทั้งหมด เช่น ร้านให้บริการโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านอาหารจะต้องมีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหล่านี้จะเป็นเรื่องที่ทางทีมนักวิชาการกำลังพิจารณา และภายในสัปดาห์หน้าจะตัดสินเรื่องนี้เพื่อผ่อนคลายบางอย่าง เราจะค่อยๆ ผ่อนคลาย แต่ชุดพฤติกรรมของประชาชนคือ ต้องให้ความร่วมมือเหมือนเดิม จนเป็นพฤติกรรมแบบใหม่ที่เป็นปกติ คือ ใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือตลอด เว้นระยะห่างทางสังคม ต่อคิวอะไรก็ตามต้องเว้นระยะห่าง 2 เมตร ถ้าทำได้จะผ่อนคลาย ถ้าฝ่ายปกครองและ ผอ.ศบค.เห็นภาพนี้ทุกๆ ที่คนให้ความร่วมมือกันมาก ก็ไม่ต้องมีกฎมากมาย&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63433</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, คลายล็อก, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ร้านตัดผม, ศบค., ห้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99505738914.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทึ่ง! พี่น้องฝาแฝดวัย 15 ปีเปิดร้านตัดผมช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.62 - กรณีสื่อสังคมออนไลน์แห่แชร์ร้านตัดผมชื่อ TAN&amp;amp;TLE BARBER TIST ซึ่งเป็นร้านของเด็กฝาแฝดอายุเพียง 15 ปี เปิดร้านตัดผมเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อและแม่ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ร้านตัดผมแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในชุมชนคอหงส์ 6 บ้านเลขที่ 29 ซอย 7 กาญจนวนิช (ซอยทัฟโคท) ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่. จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านตัดผม ด้านในร้านตกแต่งอย่างสวยงามด้วยรูปครอบครัวและรูปลูกค้าที่เคยมาตัดผมที่ร้านติดอยู่บนฝาผนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับร้านนี้มีช่างตัดผมอายุเพียง 15 ปี และเป็นพี่น้องฝาแฝด ชื่อนายกรภัทร์ วัฒนาสถิตยานนท์ หรือน้องแต้ม เป็นพี่ชาย และนายกรฤต วัฒนาสถิตยานนท์ หรือ น้องเติ้ล เป็นน้องชาย ร้านแห่งนี้ เปิดมาได้ 7 เดือน และวันปกติก็จะไปเรียนที่โรงเรียนวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ หลังจากเรียนเสร็จก็จะกลับบ้านมาเปิดร้านตัดผมตอนเย็น โดยวันจันทร์-วันศุกร์ ก็จะเปิดร้านหลังเลิกเรียน และจะปิดร้านประมาณ 21.00 น. ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์เปิดร้านเวลา 10.00-20.00 น. หรือจนกว่าลูกค้าจะหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องแต้มและน้องเติ้ลได้เล่าถึง จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านตัดผมให้ผู้สื่อข่าวฟัง ว่าตอนนั้นแม่ได้พาผมกับน้องไปร้านตัดผมประจำที่ร้านๆนั้นลูกค้าเยอะมากแถมตัดออกมาสวยด้วยก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการไปเรียนตัดผมเรียนได้ 3 ปี ก็เริ่มพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆจนได้มาเปิดร้านตัดผมในวันนี้และได้เรียนมาจากโรงเรียนดาวสยามเรียนมาได้ 3 ปี ตั้งแต่อายุ 11 ปี และทางโรงเรียนให้ฝึกในโรงเรียนดาวสยามบ้างออกนอกสถานที่และในชุมชนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องทั้งสองคนได้ฝากข้อคิดดีๆถึงเพื่อนๆอยากให้ทุกคนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ครับและก็อยากให้เพื่อนๆช่วยแบ่งเบาภาระพ่อและแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสุดา แม่ของน้องทั้ง 2 คนได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นเกิดจากน้องผมยาวจึงพาน้องไปที่ร้านไปเจอช่างที่เค้าเก่งตัดผมได้เร็วมากใช้เวลาในการตัดผมประมาณ 5-10 นาที น้องจึงเกิดความชอบก็เลยบอกแม่ว่า อยากตัดผมแบบนี้จังเลย อยากเรียนตัดผมเพราะว่ารายได้ดี อยากทำอาชีพอิสระนี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นของน้องและหลังจากนั้นประมาณ 1 ปีน้องก็เริ่มเรียนตัดผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศศิพงษ์ พ่อของน้องฝาแฝดเล่าว่า ตั้งแต่น้องเปิดร้านตัดผมน้องมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและเวลาซื้อของก็จะไม่รบกวนเงินของพ่อและแม่ ทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งของที่ซื้อมาด้วยเงินตัวเองมีคุณค่า ถือว่าเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ&amp;nbsp;ก็ฝากถึงเด็กวัยรุ่นทุกคนว่าอยากให้ทุกคนเป็นคนดีของสังคมและเป็นคนดีของพ่อแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49733</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ร้านตัดผม, เด็กแฝด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc382fb1132e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
