<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คนร้ายบุกเดี่ยวกระชากสร้อยคอทองคำหนัก7บาทร้านทองในห้างพิษณุโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.64- ร.ต.อ.ธเนตร วงษ์ปริง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายชิงทองในห้างทองหวังโต๊ะกังเยาวราช ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาโคกช้าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กำลังตำรวจชุดสืบสวน และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 เข้าตรวจสอบ โดยคนร้ายเป็นชายหลังก่อเหตุได้วิ่งหนีมาขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. กนกพร อ่อนละมูล อายุ 24 ปี และ น.ส.จริยา&amp;nbsp; พรมทองดี อายุ 25 ปี พนักงานของห้างทองหวังโต๊ะกังเยาวราช เล่าด้วยน้ำเสียงตกใจว่า คนร้ายเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 30 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร&amp;nbsp; รูปร่างท้วมผิวดำแดง ได้เข้ามาทำทีขอดูทอง 3 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงเวลาบ่ายโมงกว่าๆ&amp;nbsp; จนมาก่อเหตุเวลาประมาณ 15.00 น. ได้เข้ามาอีกครั้งหนึ่ง โดยขอดูสร้อยคอทองคำ หนัก 10 บาท และเปลี่ยนมาเป็นดูสร้อยคอทองคำ หนัก 8 บาท 7 บาท และ&amp;nbsp; 5 บาท รวมทั้งขนาด 2 บาท จากนั้นก็หลอกให้เอาทองมาเลือกอีกกระทั่งอาศัยจังหวะที่พนักงานหันหลังไปหยิบทอง ก่อเหตุชิงทองและวิ่งหลบหนีออกไป โดยได้ทองคำไป 5 บาท 1 เส้น 2 บาท 1 เส้น&amp;nbsp; รวมมูลค่าเป็นทองคำหนัก 7 บาท ราคา 183,050 บาท&amp;nbsp; ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่าคนร้ายจะมาซื้อทองเพื่อไปขอแฟนแต่งงาน เพราะมีการทำท่าทีโทรศัพท์พูดคุยกับผู้หญิงแล้วมาเลือกทองเป็นลายผู้ชาย 1 เส้น ผู้หญิง 1 เส้น จนกระทั่งมาก่อเหตุ แต่ก็อยากให้คนร้ายนำทองกลับมาคืนและสำนึกผิดมอบตัว เพราะท่าทีของคนร้ายเหมือนเพิ่งลงมือครั้งแรกก็ดูตื่นเต้น คุยไปปาดเหงื่อไป มีท่าทีลุกลี้ลุกลน น่าจะทำครั้งแรก และให้เห็นใจพวกหนูที่เป็นพนักงานด้วยเพราะต้องเดือดร้อน พนักงานของร้านกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายตอนวิ่งหนีออกจากห้าง พบว่าหลังวิ่งออกมาหน้าห้างได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีส้ม ไม่ติดหมายเลขทะเบียน หลบหนีออกไปทางประตูด้านหน้า ซึ่งขณะนั้นมีพลเมืองดีที่ขับรถยนต์เข้ามาพอดี ได้ขับรถตามเพราะคิดว่าจะเป็นเหตุร้ายแน่นอน แต่คนร้ายได้ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐานและรอยนิ้วมือแฝงของคนร้ายรายนี้เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในคดี&amp;nbsp; ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101538</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พิษณุโลก, ตำรวจ, ร้านทอง, สร้อยคอทองคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e941f24e7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับเจ้าของร้านเชิดทองจำนำ เซ้งกิจการหนีติดต่อไม่ได้ มีผู้เสียหายกว่า 20 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;มี.ค.64 - ผู้เสียหาย 3 คนที่จำนำทองแล้วต่อดอกเบี้ยไม่ได้ แถมติดต่อร้านทองก็เงียบหายได้รวมตัวกันเดินทางมาที่ สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้นำสร้อยคอทองคำไปจำนำ แล้วปรากฏว่าภายหลังได้มีการเซ้งร้านขายทองให้คนอื่น ผู้เสียหายหลายรายเข้าไปติดต่อขอต่อดอกแล้วทางเจ้าของร้านทองเจ้าใหม่อ้างว่า เจ้าของเดิมไม่ได้โอนทองที่รับจำนำไว้ให้จึงรับผิดชอบให้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เสียหายจึงได้นำหลักฐานใบรับจำนำทอง เข้าพบ ร.ต.อ.ปัญญาพล บุญศรี พนักงานสอบสวน&amp;nbsp;สภ.บางปู เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับทางอดีตเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยสามห่วง ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้ดำเนินคดีกับอดีตเจ้าของร้านทองที่รับจำนำทองไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อินทิรา แก้วปัญญา&amp;nbsp;หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่าตนและผู้เสียหายอีกนับสิบรายที่นำสร้อยทองคำไปจำนำกับทางร้านทองแห่งนี้เมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;โดยมีกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกสองเดือน แรกๆก็จ่ายดอกตามปกติไม่เคยขาดส่งแต่อย่างใด จนมาช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตนจะไปจ่ายดอกเบี้ยตามปกติ แต่ทางเจ้าของร้านแจ้งว่า ให้ไปจ่ายดอกเบี้ยที่ร้านขายเสื้อผ้าติดกับร้านทอง ซึ่งเป็นคนรู้จักกัน ตนและคนอื่นๆก็นำเงินไปจ่ายดอกเบี้ยที่ร้านเสื้อผ้าตามที่เจ้าของร้านบอก&amp;nbsp;ซึ่งก็จ่ายได้ตามปกติไม่มีปัญหาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาทราบภายหลังว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาร้านทองแห่งนี้ได้ปิดกิจการและเซ้งให้กับนายทุนรายอื่นไป จนมาต้นเดือนนี้ ตนจะไปจ่ายดอกและขอไถ่สร้อยทองคืนมา แต่กลับได้รับคำตอบจากร้านเสื้อผ้าที่เคยรับส่งดอกว่า ทางเจ้าของร้านโทรมาแจ้งว่าให้งดรับดอกเบี้ย ตนจึงมีการติดต่อสอบถามไปสอบถามเจ้าของร้านที่รับจำนำเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้&amp;nbsp;จึงพากันมาแจ้งความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อินทิรา กล่าวว่า นอกจากผู้เสียหายสามคนนี้แล้วยังมีรายอื่นอีกกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รายที่ไม่สามารถไถ่ทองคืนจากร้านนี้และติดต่อทางร้านนี้ไม่ได้เช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งผู้เสียหายกลุ่มนี้ยังได้เข้าขอคำปรึกษาด้านคดีกับทางทนายความอาสาที่มาประจำการที่ สภ.บางปู เพื่อหาแนวทางการดำเนินคดีทางกฎหมายโดยทางทนายความระบุว่า หากมีผู้เสียหายมากอาจจะเข้าข่ายฉ้อโกงได้ แต่หากเป็นรายบุคคลเช่นนี้ต้องดูเจตนาของทางร้าน แต่อาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ได้เช่นกันต้องพิจารณาจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกรับแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ และจะนัดผู้เสียหายมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานในการออกหมายเรียกและหมายจับเจ้าร้านทองรายดังกล่าวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95960</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ฉ้อโกง, ยักยอกทรัพย์, ร้านทอง, สภ.บางปู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c8edd7375f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รวบสาวลาวใส่วิกพรางตัวชิงสร้อยทองหนัก5บาทกลางเมืองภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63-จากกรณีร.ต.ท.(หญิง) จิตรทิวา ธนะวิทวิลาศ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 14.10 น.เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ภายในห้างทอง ชื่อ &amp;ldquo;ห้างเพชรทองพรเทพ&amp;rdquo; เลขที่ 37/28 ถ.มนตรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยคนร้ายคาดว่าเป็นสาวประเภทสอง ลักษณะรูปร่างเตี้ย ผิวขาว สวมชุดเดรสสีเขียว ใส่วิกผมยาวสีดำ และใส่แมส &amp;nbsp;เข้ามาทำทีขอดูสร้อยข้อมือทองคำโดยไม่มีท่าทีพิรุธ พนักงานของร้านได้ให้บริการตามปกติ โดยคนร้ายได้ทำทีเลือกอยู่นานนับชั่วโมง จนกระทั่งพนักงานเริ่มไว้วางใจ ก่อนจะก่อเหตุคนร้ายได้ขอดูสร้อยข้อมือเส้นละ 1 บาท จำนวน 5 เส้น มูลค่าประมาณ 135,000 บาท เพื่อเปรียบเทียบลวดลายก่อนตัดสินใจ จากนั้นอาศัยจังหวะที่พนักงานเผลอหยิบสร้อยข้อมือทั้ง 5 เส้น แล้วรีบวิ่งออกจากร้านไปทางวงเวียนหอนาฬิกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้หลักฐานภาพคนร้ายขณะก่อเหตุ รวมทั้งหลักฐานภาพทะเบียนรถที่คนร้ายนั่งไป ซึ่งเป็นรถเก๋งโตโยต้า สีดำ และได้เร่งออกติดตามจับกุมตัวคนร้าย ในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี &amp;nbsp;โดยทราบว่า คนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังโรงแรมแห่งหนึ่งใกล้วงเวียนสุรินทร์ (หอนาฬิกา) ก่อนวิ่งเข้าป่าด้านหลังโรงแรมทะลุไปยังป่าอีกด้าน และขึ้นรถยนต์เก๋งหลบหนีไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา16.00 น.ได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผกก.สภ.ถลาง และทีมงาน สามารถติดตามกับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองได้แล้วที่บริเวณสำนักงานสาธารณสุขอำเภอถลาง ถนนเทพกระษัตรี ฝั่งขาออกนอกเมือง หมู่ 1 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง &amp;nbsp;เบื้องต้นคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นหญิงสาวชาวลาว ถูกจับกุมได้พร้อมกับเพื่อนชายชาวไทย 1 คน ซึ่งหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์เก่งโตโยต้า อัลติส สีดำ ทะเบียน ขท 2564 สงขลา หลบหนี ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ดังกล่าวพร้อมของกลาง &amp;nbsp;ทราบชื่อ น.ส. Vone SINTHONE อายุ 27 ปี และนายอรรถพล มณีศรีอายุ 35 ปี &amp;nbsp; ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87460</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงสร้องทอง, ตำรวจ, ภูเก็ต, ร้านทอง, สาวลาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf387619abe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งล่าคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ร้านทองย่านวังหินกวาดทองไป150 บาทหลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63- เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ร้านทองเยาวราช ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ถนนลาดพร้าว-วังหิน เขตลาดพร้าว จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุใกล้ประตูทางเข้าตัวห้าง ท่ามกลางบรรดาลูกค้าที่เกินทางมาจับจ่ายใช้สอยสอนค้า เนื่องด้วยเป็นวันหยุดสิ้นเดือน ทำให้ทางตำรวจจึงนำโปลิศไลน์มาทำการปิดกั้นไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังจุดเกิดเหตุได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานร้านขายของอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านทอง เล่าว่า เห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมใส่เสื้อสีเทา กางเกงขายาว สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีส้ม &amp;nbsp;ผมยาวใส่หมวก และสวมหน้ากากอนามัย ถือปืนเดินเข้ามาบริเวณหน้าร้านทอง ซึ่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้าง จากนั้นได้ใช้อาวุธปืน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นปืนจริงหรือปืน ปลอมเข้าไปข่มขู่พนักงาน ก่อนที่จะกระโดดข้ามตู้กระจก เข้าไปด้านในร้าน และกวาดทองที่โชว์อยู่ภายในร้านไปประมาณ 3 ถาด ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีไปด้านหลังห้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนพนักงานร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งโทรศัพท์มือถือ ระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีคนร้ายเป็นชายเข้ามาข่มขู่พนักงานแต่คนร้ายมีปืนจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ได้แต่ก้มหมอบอยู่ภายในร้าน ส่วนลูกค้าที่มาซื้อของภายในห้างซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดค่อนข้างจะมีคนเยอะต่างวิ่งหนีตายเข้าไปภายในห้างเพื่อหลบคนร้าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพนักงานร้าคทองให้การว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ มีรูปพรรณเป็นชายวัยรุ่น 1สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ใส่หมวกกันน็อคนิรภัยสีครึ่งใบสีแดง ในมือถือวัตถุคล้ายอาวุธปืน ยังไม่แน่ชัด โดยคนร้ายได้ทองคำรูปพรรณไปทั้งสิ้น 3 ถาด รวมเป็นกว่า 150 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตลอดจนทำการตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงทอง, ตำรวจ, ร้านทอง, สน.โชคชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f70310d2575e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกะรอยวงจรปิด-ลายนิ้วมือ ล่าโจรฉกทอง9บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;24ต.ค.61- ความคืบหน้าคนร้ายชิงสร้อยคอทองคำหนักเส้นละ 3 บาทไป 3 เส้น รวมน้ำหนัก 9 บาทมูลค่าเกือบ 2 แสนบาท เหตุเกิดที่ร้านทองห้างทองรัตนมณี ย่านตลาดคลองเตย เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อช่วงเที่ยงของเมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านสามารถบันทึกรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายไว้ค่อนข้างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ กล่าวว่า ทางชุดสืบสวนของ สภ.หาดใหญ่ กำลังเร่งหาเบาะแสของคนร้ายโดยแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีพบว่าระหว่างทางคนร้ายได้จอดรถและสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า และขับรถจักรยานยนต์ลัดเลาะไปตามเส้นทางลัดออกถนนลพบุรีราเมศวร์ซึ่งเป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองสายหลักระหว่าง อ.หาดใหญ่กับ อ.เมืองสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กิตติชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังรอผลการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายจากเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับแฟ้มประวัติคนร้ายว่าตรงกับใครบ้าง &amp;nbsp;ซึ่งจากเบาะแสและรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายที่ค่อนข้างชัดเจนรวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะสามารถติดตามจับกุมได้ในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศที่ร้านทองรัตนมณี ในวันนี้ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้วแม้ว่าประตูยังพังเสียหายซึ่งได้ซ่อมแซมแล้ว&amp;nbsp;นาย กฤษณ์ รัตนมณี อายุ 32 ปี ผู้จัดการร้านกล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุที่ร้ายเดินเข้ามาพนักงานก็พบพิรุธโดยให้ชายคนนี้ถอดหมวกแก๊ปและแว่นตาดำ ก่อนที่คนร้ายจะลงมือก่อเหตุฉกสร้อยคอทองคำออกจากร้านไปโดยดึงประตูกระจกนิรภัยจนแตกและสามารถออกไปได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิด, พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร, ร้านทอง, ลายนิ้วมือ, สภอ.หาดใหญ่, โจรฉกทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcff191c6ff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอีกรายคดีปล้นทอง370บาทที่ระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง &amp;nbsp;ผบช.ภ.2 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ร่วมแถลงผลความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธสงครามในการชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาระยอง ในห้างบิ๊กซี ต.เชิงเนิน อ.เมือง จังหวัดระยอง &amp;nbsp;โดยกวาดทองคำประมาณกว่า 370 บาท มูลค่ากว่า 7 ล้าน และเงินสดกว่า 2 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้จับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าวได้แล้ว 1 คน &amp;nbsp;พร้อมของกลางที่ยึดได้จำนวนหนึ่ง &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน &amp;nbsp;กำลังส่งชุดสืบสวนเร่งรัดติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้ติดตามไล่ล่าจับกุม ผู้ต้องหาที่เหลือ อีก 1 ราย ซึ่งหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี &amp;nbsp;และล่าสุดได้รับแจ้งว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวได้ยิงตัวเองตาย ที่โรงแรมเช็คอิน ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 8 &amp;nbsp;และวันนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงทรัพย์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, รอง ผบ.ตร., ระยอง, ร้านทอง, อาวุธสงคราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b139351972c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
