<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งสอบสวนเอาผิดร้านธงฟ้า รีดหัวคิวโครงการรัฐ ชาวบ้านเจ้าของบัตรโดนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 - นางสุธิษา จารุเมธาวิทย์ คลังจังหวัดนครพนม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่คลังจังหวัดนครพนม บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง นำหมายศาลจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่ ค.163/2564&amp;nbsp; เข้าตรวจค้นร้านค้าโชวห่วยชื่อร้านวงษ์พาณิชย์&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;49/1&amp;nbsp;บ้านนาแค&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม&amp;nbsp;เจ้าของร้านคือนางคำจันทร์ คำเงิน อายุ&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นร้านค้าที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการธงฟ้า รับแลกซื้อสินค้า บัตรประชารัฐ และโครงการเราชนะ ที่รัฐบาลออกมาตรการมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพบการกระทำผิดของร้านโชวห่วยดังกล่าว แอบฉวยโอกาสรับแลกขึ้นเงินสดจากประชาชนที่ได้รับสิทธิ์แทนการแลกซื้อสินค้า พร้อมหักหัวคิวร้อยละ 10&amp;nbsp;%&amp;nbsp;โดยจะมีการเหมาจ่ายล่วงหน้า และเก็บบัตรลูกค้าไว้รูดเป็นเงิน เชื่อว่าทำมานานแล้ว มีทั้งลูกค้าประจำและขาจร ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามมาตรการของรัฐบาล&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังตรวจยึดเอกสารหลักฐานในการกระทำความผิดหลายรายการ พร้อมมีการตรวจสอบพบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของประชาชน ที่มีชาวบ้านนำมาใช้สิทธิ์ จำนวน&amp;nbsp;393&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;จึงตรวจยึดเป็นหลักฐานนำมาสอบสวนขยายผล พิจารณาเอาผิดตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นในการดำเนินคดี ทางคลังจังหวัดนครพนม ได้มีการสอบสวนสรุปข้อมูลหลักฐานเสนอไปยังกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;พิจารณาความผิดเพื่อนำหลักฐานเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีในท้องที่เกิดเหตุที่ สภ.ท่าอุเทน&amp;nbsp;โดยข้อหาหลักจะมีการแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของร้าน คือ ฐานความผิดฉ้อโกง&amp;nbsp;รวมถึงพิจารณาความผิดทางแพ่งให้ชดใช้ตามวงเงินที่เกิดความเสียหาย ในช่วงที่มีการกระทำผิด ประมาณการว่าไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคดีนี้เบื้องต้นได้เพิกถอนสิทธิ์ร้านค้านี้ออกจากโครงการ ส่วนคดีอาญาและแพ่ง หากทางร้านยินยอมชดใช้เงินคืนก็สามารถยอมความได้ เพราะทางภาครัฐไม่มีเจตนาจะเอาผิดหากมีการชดเชยเงินคืน แต่ต้องเพิกถอนสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมโครงการ ส่วนชาวบ้านที่ไปใช้สิทธิ์จะมีการพิจารณาตามเหตุผล และพยานหลักฐาน ซึ่งอาจจะได้รับคืนสิทธิ์ภายหลัง หากการสอบสวนแล้วเสร็จ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาดำเนินคดี กับทางร้านที่กระทำผิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุธิษา จารุเมธาวิทย์ กล่าวว่า&amp;nbsp;คลังจังหวัดนครพนมฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนที่ได้รับสิทธิ์&amp;nbsp;ให้ใช้สิทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ให้การช่วยเหลือ และห้ามบุคคลที่เป็นร้านประกอบการฉวยโอการแลกขึ้นเงินสดเพื่อเรียกหัวคิว หากตรวจสอบพบจะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด ทั้งเอาผิดอาญาข้อหาฉ้อโกง รวมถึงเรียกชดเชยเงินคืนทางแพ่ง&amp;nbsp;ฝากย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการทุกราย&amp;nbsp;ขอให้ปฏิบัติตามระเบียบเคร่งครัด อย่าฉวยโอกาส เพราะหากถูกดำเนินคดี มีโทษสูงสุดทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96984</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังจังหวัดนครพนม, บัตรประชารัฐ, ร้านธงฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605980c3b649c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ผุดร้านธงฟ้า 4.0 ท้าชนคอนวีเนียนสโตร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 2562 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับร้านธงฟ้าพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยได้เข้าไปช่วยปรับโฉมร้านค้าใหม่เป็นร้านค้า 4.0 ที่เน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการร้าน ทั้งระบบขายของหน้าร้าน (POS) การพัฒนาเป็นจุดรับชำระค่าสาธารณูปโภค ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ บัตรเครดิต เป็นต้น และผลักดันให้เป็นจุดกระจายสินค้าให้กับร้านค้าธงฟ้าอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ รวมทั้งจะพัฒนาให้มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้าขายออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากที่กรมฯ ได้เข้าไปช่วยพัฒนาปรับโฉม ในช่วงปลายเดือนส.ค.2562 จะมีการเปิดตัวร้านค้าธงฟ้าโฉมใหม่ยุค 4.0 เริ่มที่จังหวัดขอนแก่น 28 อำเภอ 28 แห่ง ซึ่งหน้าตาของร้าน จะเป็นโฉมใหม่ การจัดวางสินค้าที่เป็นระเบียบ มีป้ายไฟติดให้เห็นชัดเจน มีความทันสมัย มองเห็นเด่นชัดแต่ไกล ซึ่งป้ายไฟนี้ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทย เครือสหพัฒน์ และผู้ประกอบการรายอื่นๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามเป้าหมายกรมฯ จะผลักดันให้มีร้านค้าธงฟ้า 4.0 ให้ได้อำเภอละ 1 แห่ง หรือรวม 878 แห่งทั่วประเทศ โดยมั่นใจว่า ร้านค้าธงฟ้าที่ปรับโฉมใหม่ จะดึงดูดและจูงใจให้ประชาชนอยากเข้ามาใช้บริการ เพราะสิ่งที่ร้านค้าธงฟ้ามี ก็คือ ความเป็นชุมชน การเป็นเพื่อนบ้าน เกษตรกรและชุมชนได้มีส่วนร่วมในการนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย ซึ่งเสน่ห์ตรงนี้ ร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ หรือร้านสะดวกซื้อไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับร้านค้าธงฟ้าที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมพัฒนาเป็นร้านค้า 4.0 กรมฯ ได้ประสานให้สถาบันการเงินเข้ามาช่วยปล่อยกู้ เพื่อให้มีเงินทุนในการพัฒนาร้าน ซื้อสินค้า โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมที่จะเข้ามาช่วยค้ำประกันให้ และยังได้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้า ทั้งข้ามจังหวัด ข้ามภาค โดยเปิดโอกาสให้ร้านธงฟ้าพบปะเจรจาจับคู่กับผู้ผลิต และเกษตรกร รวมทั้งประสานบริษัทขนส่งช่วยรับส่งสินค้าจากผู้ผลิตมายังร้านค้า เพื่อลดต้นทุน และทำให้ขายสินค้าได้ถูกลงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน มีร้านค้าสมัครเข้าเป็นร้านธงฟ้ารวม 8.3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ มีทั้งร้านค้าแบบติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) และแบบใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงินประชารัฐ โดยมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าสู่ร้านค้าประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่เดือนต.ค.2560 จนถึงเดือนส.ค.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการสำรวจร้านค้าปลีกรายย่อย (โชวห่วย) และร้านธงฟ้าทั่วประเทศ พบว่า มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงถึง 7% จากก่อนหน้านี้ ที่การเติบโตติดลบ 3-4% ทุกปี เนื่องจากได้รับผลดีจากการเข้าไปช่วยเหลือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ทั้งกรมฯ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้ร้านค้ามีความเข้มแข็ง และสามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น แต่ในจำนวนนี้ เป็นการเติบโตของร้านค้าในส่วนภูมิภาคเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ไม่ค่อยเติบโต เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกในการเข้าไปซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร้านธงฟ้า, ร้านธงฟ้า 4.0, วิชัย โภชนกิจ, อธิบดีกรมการค้าภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเพิ่มอีก 1 แสนร้านค้า ช่องทางใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.61 - พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า โครงการนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในการใช้ชีวิตประจำวันให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และต้องการนำข้อมูลของประชาชนมาจัดทำนโยบายเพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด อีกทั้งยังต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยได้พัฒนาชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น ซึ่งการดำเนินการโครงการดังกล่าวมีประชาชนลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งสิ้น 14.1 ล้านคน ผ่านหลักเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.4 ล้านคน ซึ่งขณะนี้ได้รับบัตรไปแล้ว 97% โดยสวัสดิการจากบัตรดังกล่าวในเฟสแรก ระหว่างเดือน ต.ค.60 &amp;ndash; มิ.ย. 61 สำหรับผู้มีรายได้เกิน 3 หมื่นบาทแต่ไม่ถึง 1 แสนบาทต่อปี จะได้รับเงินจับซื้อสิ่งของจำเป็นในร้านค่าที่มีเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 3 หมื่นบาทต่อปีจะได้รับ 300 บาทต่อเดือน โดยเฟสสอง ระหว่างเดือน ก.พ.61-ก.ค.61 จะมีการปรับเพิ่มเงินให้กับผู้เข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพที่ภาครัฐจัดให้ เป็น 300 และ 500 บาท ตามลำดับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ในเฟสสองจะเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้สะดวกขึ้น โดยโครงการเงินประชารัฐ ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ในร้านค้าปลีกทั่วไปผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทย ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้มีร้านค้ารายย่อยลงทะเบียนแล้ว 1.5 หมื่นร้านค้า คาดว่าในเดือนก.ย. จะมีร้านค่าเข้าร่วม 1 แสนแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการหักภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ใช้บัตรประชารัฐ โดยจะเป็นเงินคืนเข้าบัตรในเดือนต่อไป ถ้าไม่มีข้อติดขัดอะไรจะสามารถเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ในปลายปีนี้&amp;nbsp; และ รัฐบาลจะพยายามรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการให้บริการประชาชนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14675</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ผู้มีรายได้น้อย, ร้านธงฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae823b523e4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชห่วยเฮ พาณิชย์นำร่อง QR Code ให้คนถือบัตรสวัสดิการซื้อของ ตั้งเป้า 1 แสนร้านค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์&amp;quot;จับมือ &amp;quot;คลัง&amp;quot; ลุยลดค่าครองชีพให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมเปิดตัวใช้ระบบ QR Code ตั้งเป้าดึงร้านค้าเข้าระบบไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย เผยผู้บัตรจะมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งซื้อสินค้าในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ร้านโชห่วยรายย่อย ซื้อหมู ซื้อผักในตลาดสด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับกระทรวงการคลัง ขยายรูปแบบการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมที่ผู้ถือบัตรต้องนำไปใช้กับเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) เพื่อรูดซื้อสินค้ากับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเท่านั้น แต่ตั้งแต่เดือนก.ค.2561 เป็นต้นไป จะขยายการใช้บัตรให้สามารถใช้กับระบบ QR Code ทำให้สามารถใช้บัตรกับร้านค้าที่ไม่ใช่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐได้ ซึ่งจะช่วยใช้ผู้ถือบัตรซื้อสินค้าได้หลากหลายขึ้น และยังช่วยให้ร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ มีโอกาสในการขายสินค้าให้กับผู้ถือบัตรและมีรายได้เพิ่มขึ้น


&amp;quot;ต่อไปผู้ถือบัตรสามารถซื้อหมูในเขียง ซื้อผักสดในตลาดได้ และกำลังจะพิจารณาไปถึงขั้นการจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวในร้านค้าของประชาชนทั่วไปได้ด้วย ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมการเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 80% และเดือนก.ค.นี้ น่าจะเริ่มใช้ระบบ QR Code ได้ โดยตั้งเป้าที่จะให้มีร้านค้าในระบบ QR Code ไม่ต่ำกว่า 1 แสนร้าน&amp;quot;นายสนธิรัตน์กล่าว


ทั้งนี้ ระบบ QR Code จะเปิดโอกาสให้ร้านค้าปลีกรายย่อย ร้านโชห่วย ร้านค้าในตลาดสด ร้านอาหารตามสั่ง หรือร้านค้าทั่วไป สมัครเข้าร่วมโครงการ และจะมีป้าย QR Code มอบให้กับร้านค้า เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้เงินในบัตรเพื่อจ่ายเป็นค่าสินค้าให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านการสแกนป้าย QR Code ที่ติดไว้ที่หน้าร้านด้วยการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นที่กำหนด ส่วนประชาชนทั่วไป ก็สามารถจ่ายเงินผ่านระบบ QR Code ได้ด้วย โดยการใช้แอปพลิเคชั่นของแต่ละธนาคารที่ตัวเองมีอยู่ในการสแกนจ่ายเงิน ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นการรองรับสังคมไร้เงินสดในอนาคตด้วย


นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในด้านการติดตั้งเครื่องรูดบัตรให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ขณะนี้ได้ติดตั้งครบ 30,000 เครื่องแล้ว และภายในเดือนมิ.ย.2561 จะติดตั้งได้ครบทั้ง 40,000 เครื่อง ทำให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐมีความครอบคลุมมากขึ้น และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะสามารถซื้อสินค้าราคาถูกได้ง่ายขึ้น โดยกระทรวงฯ ยังได้มีการหารือกับผู้ผลิตเพื่อผลิตสินค้าราคาถูก เพื่อจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยจัดทำเป็นมุมธงฟ้าหรือมุมของถูกแบบถาวร ซึ่งจะทำให้ลดค่าครองชีพได้มากขึ้นด้วย


นอกจากนี้ กำลังหาทางแก้ไขปัญหาร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่ค่อยมีสินค้าจำหน่าย หรือมีสินค้าไม่หลากหลาย โดยกระทรวงฯ กำลังปรับปรุงและช่วยเชื่อมโยงระบบการจัดส่งสินค้า เพื่อให้ร้านค้าเหล่านี้มีสินค้าจำหน่ายเพิ่มขึ้น มีราคาถูกลง รวมทั้งจะผลักดันให้มีการนำสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน สินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยเข้าไปจำหน่าย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าด้วย


นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงฯ กำลังดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีการติดตั้งเครื่องรูดบัตรแล้ว 30,000 ร้าน ให้เป็นโชห่วยมืออาชีพ กำหนดจัดอบรมรวม 8 ครั้งในส่วนภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือที่พิษณุโลกและเชียงใหม่ ภาคกลาง ที่ราชบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บุรีรัมย์และอุดรธานี ภาคตะวันออก ที่ชลบุรี และที่ภาคใต้ ที่สุราษฎร์ธานีและกระบี่ โดยจะเข้าไปช่วยเพิ่มพูนความรู้ในการทำธุรกิจ การบริหารจัดการร้านค้า การทำบัญชีและบริหารภาษี และจะมีการเชื่อมโยงเครือข่ายและช่องทางการค้า เพื่อให้มีสินค้าเข้ามาจำหน่ายภายในร้านเพิ่มขึ้น ทั้งสินค้าจากผู้ผลิต สินค้าเกษตร และสินค้าชุมชน


สำหรับการเพิ่มจำนวนสินค้าที่จำหน่ายภายในร้าน จะกำหนดให้มีศูนย์กระจายสินค้าทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ทำให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ สามารถหาซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น และยังมีการเชื่อมโยงนำสินค้าจากนอกพื้นที่ เข้ามาจำหน่ายให้ด้วย เช่น กะปิ จากระนอง น้ำพริกกุ้งเสียบจากพังงา เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง เป็นต้น ต่อไปจะขยายนำสินค้าเด่นจากภาคหนึ่งไปยังอีกภาคหนึ่งให้เพิ่มขึ้น รวมทั้งจะผลักดันร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ช่วยจำหน่ายสินค้าเกษตร เช่น หอมหัวใหญ่ กระเทียม ผลไม้ หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะทำได้ง่ายขึ้น เพราะได้มีการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้าแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11074</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, คนจน, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ร้านธงฟ้า, ร้านธงฟ้าประชารัฐ, โชห่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc323d6e9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์จีบ ยูนิลีเวอร์ สหพัฒน์ ผลิตสินค้าราคาถูกป้อนร้านค้าธงฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; จีบผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ ยูนิลีเวอร์ สหพัฒน์ ผลิตสินค้าราคาถูกป้อนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 4 หมื่นแห่ง หวังปั้นให้เป็นร้านขายของถูก ผ่านการจัดมุมธงฟ้า เพื่อช่วยลดค่าครองชีพคนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะพัฒนาร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่กำลังจะมีถึง 4 หมื่นแห่งทั่วประเทศให้เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าราคาถูก หรือดิสเคาน์ช็อป ให้กับคนไทยอย่างถาวร โดยได้มีการหารือกับผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ยูนิลีเวอร์ ไปแล้ว ซึ่งได้ตอบรับที่จะผลิตสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดป้อนให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และกำลังจะนัดหารือกับเครือสหพัฒน์ภายในเดือนพ.ค.นี้ และมั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือเช่นเดียวกัน ส่วนผู้ผลิตรายอื่น หากสนใจก็สามารถที่จะมาเข้าร่วมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ถือว่าเป็นร้านค้าสำหรับคนจนไปแล้ว เพราะมีสินค้าราคาถูกมาให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 11 ล้านคนได้เข้าไปซื้อสินค้า ซึ่งผมกำลังจะปรับโฉมร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเป็นร้านดิสเคาน์ช็อปที่ขายสินค้าราคาถูกให้กับคนไทยทุกคน โดยจะจัดให้มีมุมสินค้าธงฟ้าอยู่ในทุกร้าน ซึ่งมุมธงฟ้านี้ จะมีสินค้าที่ประสานจากผู้ผลิตจัดส่งมาให้ และมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป คนมีบัตรหรือไม่มีบัตรก็มาซื้อได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพได้อย่างถาวร&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังจะร่วมมือกับผู้ขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ เพื่อให้เข้ามาเป็นผู้จัดส่งสินค้าเข้าไปยังร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยเฉพาะร้านค้าที่อยู่ในที่ห่างไกล และสายส่งของผู้ผลิตรายใหญ่เข้าไปไม่ถึง เพื่อให้สินค้ากระจายเข้าร้านค้าธงฟ้าประชารัฐได้ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เช่น ร้านซีเจ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านทวีกิจ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และร้านค้าธงฟ้าประชารัฐอื่นๆ ที่มีความพร้อมในการเข้ามาช่วยจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าชุมชน เช่น สินค้าทางการเกษตร กะปิ น้ำพริก ปลาไส้ตันทอด หรือสินค้าแปรรูปอื่นๆ เป็นต้น โดยร้านเหล่านี้ยินดีที่จะรับสินค้าจากเกษตรกรและชุมชน เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าชุมชนมีช่องทางจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดในแต่ละจังหวัด ไปสำรวจสินค้าของเกษตรกรและผู้ผลิตชุมชน และทำการคัดเลือกเข้ามา จากนั้นจะประสานไปยังร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีความพร้อมให้ช่วยนำสินค้าไปจำหน่าย ซึ่งน่าจะเริ่มได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9615</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ยูนิลีเวอร์, ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ, ร้านธงฟ้า, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สหพัฒน์, สินค้าราคาถูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b022d3d55df0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เร่งยกระดับร้านโชห่วยติวเข้ม3หมื่นราย    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เร่งยกระดับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเป็นโชห่วยมืออาชีพ ตั้งเป้าติวเข้ม 3 หมื่นราย ตั้งแต่เดือนพ.ค.-ก.ย.นี้ หวังสร้างความเข้มแข็งให้ร้านค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26เม.ย..61 - นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบแนวทางการทำงานให้กับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อช่วยในการดำเนินการ จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติติการยกระดับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ สู่การเป็นโชห่วยมืออาชีพ จำนวน 30,000 ราย &amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายที่จะทำการฝึกอบรมเจ้าของร้านหรือผู้แทนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐร้านค้าละ 1 คน ตั้งเป้าหมายอบรมทั้งสิ้น 376 รุ่น อบรมรุ่นละ 50-80 คน เพื่อพัฒนาเจ้าของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้มีความรู้ ความเข้าใจในการทำธุรกิจ และสามารถพัฒนาจนเป็นโช่ห่วยมืออาชีพหรือร้านโชห่วยไฮบริดได้ในอนาคต โดยจะเริ่มดำเนินการระหว่างเดือนพ.ค.-ก.ย.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแนวทางในการดำเนินการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในแต่ละพื้นที่จะต้องประสานและติดตามให้เจ้าของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเข้าร่วมรับการฝึกอบรม โดยกระทรวงฯ จะร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการค้าภายใน สำนักงานบัญชีคุณภาพ ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ร้านค้าส่ง และภาครัฐและเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ จัดทำหลักสูตรและจัดหาวิทยากรมาให้ความรู้ และจากนั้น จะมีการติดตาม เป็นพี่เลี้ยงในการดูแลร้านค้าธงฟ้าประชารัฐไประยะหนึ่ง จนกว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะจัดฝึกอบรมแบบเข้มข้นเป็นระยะเวลา 5 วัน โดยในแต่ละหลักสูตร จะมีวิทยากรที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาให้ความรู้ ทั้งการสอนเทคนิคการทำธุรกิจ การบริหารธุรกิจ การบริหารจัดการร้าน การวางแผนซื้อ-ขาย การบริหารจัดการคลังสินค้า จัดการขนส่งและกระจายสินค้า การบริหารการเงิน การจัดทำบัญชีรับ-จ่ายอย่างง่าย การวางแผนด้านภาษี การเชื่อมโยง รวบรวม และกระจายผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7924</URL_LINK>
                <HASHTAG>พาณิชย์, ร้านธงฟ้า, โชห่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae18fd45a66c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ขู่ฟันร้านธงฟ้าขายของแพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; ตรวจเข้มร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ หลังถูกร้องเรียนห้ามเอาเปรียบประชาชน ขายของแพง ไม่มีการปิดป้ายแสดงราคา ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจเข้ม &amp;nbsp;20 จังหวัด พบ 42 ร้านค้าที่มีปัญหา ขู่พบผิดอีกฟันไม่เลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 มี.ค. 61- นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ทำการตรวจสอบร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่เข้าร่วมโครงการจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง และต้องตรวจสอบทุกกรณี หากพบมีการกระทำการที่ผิดเงื่อนไขให้ใช้มาตรการตั้งแต่เบาไปหาหนัก เริ่มจากว่ากล่าวตักเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไข และจนถึงขั้นยึดคืนเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเข้ามาอย่างต่อเนื่องว่ามีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐบางแห่ง ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้า และบางร้านจำหน่ายสินค้าแพงกว่าท้องตลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด หรือบางร้านบังคับให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องใช้เงินในบัตรวันนั้นวันนี้ หรือนำเครื่อง EDC ไปให้บริการนอกพื้นที่ ซึ่งขอให้ไปตรวจสอบทั้งหมด และดำเนินการตามขั้นตอนที่ให้นโยบายไว้&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ล่าสุดได้รับรายการผลการตรวจสอบเข้ามาแล้ว โดยได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าธงฟ้าประชารัฐใน 20 จังหวัด จำนวน 42 ร้านค้า โดยพบปัญหาตามที่ประชาชนร้องเรียนจริง ส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายสินค้าแพงกว่าท้องตลาด ไม่ปิดป้ายแสดงราคา และอื่นๆ ซึ่งได้ดำเนินการตักเตือนให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการแล้ว และหากต่อไปยังตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้อีก ก็จะใช้มาตรการที่เข้มต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4243</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายแพง, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, พาณิชย์, ร้องเรียน, ร้านธงฟ้า, เอาเปรียบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c7b5ec2276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
