<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.แนะเลิกบัตรคนจน ส่อเอื้อเจ้าสัว เปลี่ยนจ่ายตรงกระตุ้น &#039;จีดีพี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่นยืน ในโครงการผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จำนวน 11.4 ล้านเสียง ตนเห็นว่าควรมีการปรับปรุงระบบด้วยการยกเลิกบัตรคนจน แต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนโดยตรง เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้บัตรดังกล่าวประชาชนต้องซื้อสินค้าผูกขาดกับร้านธงฟ้า ประชารัฐ ที่มีสินค้าเฉพาะของเจ้าสัวต่างๆของประเทศ&amp;nbsp;ขณะที่การใช้บัตรคนจนก็ไม่สามารถขึ้นรถประจำทางได้ จนสุดท้าย รัฐบาลต้องใช้งบประมาณพัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;quot;ถุงเงินประชารัฐ&amp;quot; เพื่อแก้เกี้ยวหวังแก้ปัญหา แต่ก็เสียเงินในการพัฒนาระบบไปจำนวนมหาศาล ซึ่งตนไม่แน่ใจว่ามีการตั้งบริษัทเพื่อหวังผลประโยชน์ตรงนี้ไว้ล่วงหน้าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;ตนยังเห็นว่าควรเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลประชาชนจำนวน 11.4 ล้านคนที่เป็นข้อมูลตาย และเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลเป็น หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; Negative Income Tax หรือ NIT&amp;nbsp;เพราะเป็นการช่วยเหลือคนจนของรัฐบาลในรูปแบบของการโอนเงินหรือจ่ายเช็คให้แก่บุคคลที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์&amp;nbsp;โดยให้คนมาลงทะเบียนภาษีรับเงินทุกปี เพราะจะทำให้ทราบว่าแต่ละปีจะมีคนจนจำนวนเท่าใด เพื่อเตรียมงบประมาณให้เหมาะสมตรงกับความเป็นจริง เพราะโครงการดีจริงคนจะต้องลดลง มิใช่สอบถามกี่ครั้งก็มีจำนวนเท่าเดิมคือ 11.4 ล้านคนเท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเห็นด้วยกับใช้งบประมาณไปลงสู่รากหญ้า มิใช่ผูกขาดให้กับเจ้าสัว หรือ เอาเงินไปพัฒนาระบบผ่านบัตรคนจนผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ แทนที่จะโอนเข้าบัญชีให้แก่ชาวบ้านโดยตรงเพื่อให้เพิ่มวงรอบการหมุนเงินในระบบให้เพิ่มขึ้น และจีดีพีจะโตกว่าที่เป็นอยู่นี้เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี และ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีมาหลายพันล้านบาทแล้ว&amp;quot; อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20084</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงเงินประชารัฐ, บัตรคนจน, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ผูกขาดเจ้าสัว, พรรคประชาธิปัตย์, พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก, ร้านธงฟ้าประชารัฐ, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, ไทยนิยมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc68bf42ce66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้ำสมัยคลังจ่อใช้ระบบสแกนใบหน้าคนจนซื้อของร้านธงฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังจ่อใช้ระบบสแกนใบหน้าผู้มีรายได้น้อย แทนการกดรหัสสำหับซื้อของผ่านร้านธงฟ้าและร้านค้าทั่วไป รับประชาสัมพันธ์ไม่ถึง ทำยังไม่เข้าใจการใช้เงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะปรับระบบการใช้เงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ในบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยให้เกิดความง่ายและคล่องตัวจากปัจจุบันที่ต้องไปสมัครกับ บมจ.ธนาคารกรุงไทย และเวลาใช้ผู้ถือบัตรต้องกดรหัสเพื่อป้องกันผู้อื่นนำไปใช้ จึงต้องการให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการไปเปลี่ยนรหัสใหม่ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทยเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า จะปรับระบบให้ร้านค้าสแกนใบหน้าผู้ใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย เพื่อที่ผู้มีรายได้น้อยจะได้ไม่ต้องกดรหัส ซึ่งจากการทดสอบระบบที่ผ่านมาพบว่าร้านค้าสามารถใช้มือถือราคา 2-3 พันบาท ก็สามารถทำการสแกนใบหน้าลูกค้าที่เป็นผู้มีรายได้น้อยได้แล้ว ซึ่งการสแกนใบหน้าใช้ได้กับร้านธงฟ้า และร้านค้าทั่วไปที่รับชำระเงินจากบัตรสวัสดิการของรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าเงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซื้อของได้ทั้งในร้านธงฟ้า และร้านค้าทั่วไป หรือ สามารถกดเป็นเงินสดมาใช้ก็ได้ ไม่ได้มีปัญหา แต่ที่ผ่านมายังมีการประชาสัมพันธ์ที่น้อยเกินไป ทำให้ผู้ถือบัตรยังเข้าใจผิดว่าการใช้เงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นเรื่องยาก&amp;quot; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้เสนอมาตรการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการจากรัฐ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบแล้ว ส่วนจะนำขึ้นมาพิจารณาในสัปดาห์หน้าหรือไม่ ต้องรอให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17610</URL_LINK>
                <HASHTAG>กดเป็นเงินสด, กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์, รมว.การคลัง, ระบบสแกนใบหน้า, ร้านธงฟ้าประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c5dc49e7ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชห่วยเฮ พาณิชย์นำร่อง QR Code ให้คนถือบัตรสวัสดิการซื้อของ ตั้งเป้า 1 แสนร้านค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์&amp;quot;จับมือ &amp;quot;คลัง&amp;quot; ลุยลดค่าครองชีพให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เตรียมเปิดตัวใช้ระบบ QR Code ตั้งเป้าดึงร้านค้าเข้าระบบไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย เผยผู้บัตรจะมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งซื้อสินค้าในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ร้านโชห่วยรายย่อย ซื้อหมู ซื้อผักในตลาดสด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับกระทรวงการคลัง ขยายรูปแบบการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมที่ผู้ถือบัตรต้องนำไปใช้กับเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) เพื่อรูดซื้อสินค้ากับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเท่านั้น แต่ตั้งแต่เดือนก.ค.2561 เป็นต้นไป จะขยายการใช้บัตรให้สามารถใช้กับระบบ QR Code ทำให้สามารถใช้บัตรกับร้านค้าที่ไม่ใช่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐได้ ซึ่งจะช่วยใช้ผู้ถือบัตรซื้อสินค้าได้หลากหลายขึ้น และยังช่วยให้ร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ มีโอกาสในการขายสินค้าให้กับผู้ถือบัตรและมีรายได้เพิ่มขึ้น


&amp;quot;ต่อไปผู้ถือบัตรสามารถซื้อหมูในเขียง ซื้อผักสดในตลาดได้ และกำลังจะพิจารณาไปถึงขั้นการจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวในร้านค้าของประชาชนทั่วไปได้ด้วย ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมการเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 80% และเดือนก.ค.นี้ น่าจะเริ่มใช้ระบบ QR Code ได้ โดยตั้งเป้าที่จะให้มีร้านค้าในระบบ QR Code ไม่ต่ำกว่า 1 แสนร้าน&amp;quot;นายสนธิรัตน์กล่าว


ทั้งนี้ ระบบ QR Code จะเปิดโอกาสให้ร้านค้าปลีกรายย่อย ร้านโชห่วย ร้านค้าในตลาดสด ร้านอาหารตามสั่ง หรือร้านค้าทั่วไป สมัครเข้าร่วมโครงการ และจะมีป้าย QR Code มอบให้กับร้านค้า เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้เงินในบัตรเพื่อจ่ายเป็นค่าสินค้าให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านการสแกนป้าย QR Code ที่ติดไว้ที่หน้าร้านด้วยการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นที่กำหนด ส่วนประชาชนทั่วไป ก็สามารถจ่ายเงินผ่านระบบ QR Code ได้ด้วย โดยการใช้แอปพลิเคชั่นของแต่ละธนาคารที่ตัวเองมีอยู่ในการสแกนจ่ายเงิน ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นการรองรับสังคมไร้เงินสดในอนาคตด้วย


นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในด้านการติดตั้งเครื่องรูดบัตรให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ขณะนี้ได้ติดตั้งครบ 30,000 เครื่องแล้ว และภายในเดือนมิ.ย.2561 จะติดตั้งได้ครบทั้ง 40,000 เครื่อง ทำให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐมีความครอบคลุมมากขึ้น และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะสามารถซื้อสินค้าราคาถูกได้ง่ายขึ้น โดยกระทรวงฯ ยังได้มีการหารือกับผู้ผลิตเพื่อผลิตสินค้าราคาถูก เพื่อจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยจัดทำเป็นมุมธงฟ้าหรือมุมของถูกแบบถาวร ซึ่งจะทำให้ลดค่าครองชีพได้มากขึ้นด้วย


นอกจากนี้ กำลังหาทางแก้ไขปัญหาร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่ค่อยมีสินค้าจำหน่าย หรือมีสินค้าไม่หลากหลาย โดยกระทรวงฯ กำลังปรับปรุงและช่วยเชื่อมโยงระบบการจัดส่งสินค้า เพื่อให้ร้านค้าเหล่านี้มีสินค้าจำหน่ายเพิ่มขึ้น มีราคาถูกลง รวมทั้งจะผลักดันให้มีการนำสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน สินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อยเข้าไปจำหน่าย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าด้วย


นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงฯ กำลังดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีการติดตั้งเครื่องรูดบัตรแล้ว 30,000 ร้าน ให้เป็นโชห่วยมืออาชีพ กำหนดจัดอบรมรวม 8 ครั้งในส่วนภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือที่พิษณุโลกและเชียงใหม่ ภาคกลาง ที่ราชบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บุรีรัมย์และอุดรธานี ภาคตะวันออก ที่ชลบุรี และที่ภาคใต้ ที่สุราษฎร์ธานีและกระบี่ โดยจะเข้าไปช่วยเพิ่มพูนความรู้ในการทำธุรกิจ การบริหารจัดการร้านค้า การทำบัญชีและบริหารภาษี และจะมีการเชื่อมโยงเครือข่ายและช่องทางการค้า เพื่อให้มีสินค้าเข้ามาจำหน่ายภายในร้านเพิ่มขึ้น ทั้งสินค้าจากผู้ผลิต สินค้าเกษตร และสินค้าชุมชน


สำหรับการเพิ่มจำนวนสินค้าที่จำหน่ายภายในร้าน จะกำหนดให้มีศูนย์กระจายสินค้าทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ทำให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ สามารถหาซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น และยังมีการเชื่อมโยงนำสินค้าจากนอกพื้นที่ เข้ามาจำหน่ายให้ด้วย เช่น กะปิ จากระนอง น้ำพริกกุ้งเสียบจากพังงา เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง เป็นต้น ต่อไปจะขยายนำสินค้าเด่นจากภาคหนึ่งไปยังอีกภาคหนึ่งให้เพิ่มขึ้น รวมทั้งจะผลักดันร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ช่วยจำหน่ายสินค้าเกษตร เช่น หอมหัวใหญ่ กระเทียม ผลไม้ หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะทำได้ง่ายขึ้น เพราะได้มีการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้าแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11074</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, คนจน, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ร้านธงฟ้า, ร้านธงฟ้าประชารัฐ, โชห่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc323d6e9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้านธงฟ้าประชารัฐคืนเครื่องรูดบัตรแล้ว 1,458 ราย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.61 - นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เผยว่า&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีร้านธงฟ้าประชารัฐแห่งใดที่อ้างเก็บค่ารูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากผู้มีรายได้น้อย เพราะเท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้น มีผู้ส่งภาพมาแต่ไม่ระบุชื่อร้าน ไม่ระบุตำแหน่งแห่งที่ ดังนั้น สำหรับประชาชนที่พบเบาะแส สามารถแจ้งมาที่สายด่วน 1569 ของกระทรวงพาณิชย์ ที่สำคัญต้องแจ้งชื่อร้าน สถานที่ และพฤติกรรม ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ล่าสุดมีร้านธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตร (EDC) แล้ว 18,799 จุด ใน 7,454 ตำบล ยังเหลืออีกประมาณ 105 ตำบล ที่ยังไม่มีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการ ขณะที่มีการคืนหรือเพิกถอนเครื่อง EDC แล้ว 1,458 เครื่อง หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8 จากจำนวนที่ติดตั้งทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้หาร้านทดแทนร้านค้าที่คืนและเพิกถอนเครื่องแล้ว.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8517</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, พาณิชย์, ร้านธงฟ้าประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aec42e7407f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”เอาจริงสั่งฟันร้านค้าธงฟ้าที่ขึ้นป้ายขอคิดเงินค่ารูดบัตรเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เอาจริง สั่งตรวจสอบทันควัน หลังโลกโซเซียลแชร์กระหน่ำภาพร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ขึ้นป้ายขอคิดเงินค่ารูปบัตรเพิ่ม 5% ยืนยันหากพบทำผิดจริง ไล่ออกสถานเดียว พร้อมยึดเครื่องรูดบัตรคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดออกไปตรวจสอบร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่มีการประกาศว่าจะเริ่มเก็บเงินค่ารูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากผู้ถือบัตรที่นำมารูดซื้อสินค้าในอัตรา 5% ตั้งแต่เดือนพ.ค.2561 เป็นต้นไปว่าอยู่ในจังหวัดไหน และหากพบว่ามีการดำเนินการในลักษณะนี้จริง ก็ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด คือ ปลดออกจากการเข้าร่วมโครงการ และยึดเครื่องรูดบัตรคืน เพราะถือว่าเป็นการทำผิดเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2561 ได้มีการแชร์ภาพป้ายของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแห่งหนึ่งในโลกโซเซียล โดยภาพดังกล่าวมีข้อความว่า &amp;ldquo;ทางร้านจะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาไป ทางร้านขอเก็บเงินจากบัตรรูดร้อยละ 5% บัตร 200 เก็บ 10 , 300 เก็บ 15 , 500 เก็บ 25 ทางร้านต้องจ่ายภาษีร้อยละ 7% ขอบคุณเจ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพดังกล่าว ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก เช่นระบุว่า เก็บค่ารูดบัตรแพงกว่าบัตรเครดิตเสียอีก และเป็นการเอาเปรียบคนจนที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐต้องปฏิบัติ เช่น ให้มีการจำหน่ายสินค้าธงฟ้าประชารัฐในราคาไม่สูงกว่าที่กรมฯ กำหนด ไม่ฉวยโอกาสปรับราคาจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น ต้องปิดป้ายแสดงราคา ห้ามคิดเงินเพิ่มจากราคาสินค้า เช่น คิดค่ารูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำซ้อน คิดค่าธรรมเนียม เป็นต้น โดยประชาชนที่พบเห็นและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อสินค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 ซึ่งหากพบผิดจริง จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดในการเพิกถอนการเข้าร่วมโครงการ และหากพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินจริง อาจเข้าข่ายผิดมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 18,653 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย 11.43 ล้านคน สามารถซื้อสินค้า โดยมีผลการดำเนินงานโครงการฯ 7 เดือน (ต.ค.2560-เม.ย.2561) มียอดใช้จ่ายมากกว่า 22,000 ล้านบาท และในเฟสที่ 2 จะมีการเพิ่มเครื่อง EDC อีก 20,000 เครื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น โดยเป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐของกระทรวงพาณิชย์ 10,000 เครื่อง &amp;nbsp;และเป็นร้านค้าของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 10,000 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, กระทรวงพาณิชย์, คนจน, ชาร์ต, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ร้านค้าธงฟ้า, ร้านธงฟ้าประชารัฐ, วงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc81c61d720.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 23:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ไฟเขียวงบ 257 ล้านติดอีดีซีเพิ่มอีก 2 หมื่นเครื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. ไฟเขียวงบ 257 ล้านบาท ตั้งลุยติดตั้งเครื่องอีดีซีเพิ่มอีก 2 หมื่นเครื่องทั่วประเทศ เหตุพบปริมาณการใช้ต่อวันสูง พร้อมขู่ร้านธงฟ้าประชารัฐทำผิดเงื่อนไขไล่ออกจากโครงการ หลังยังพบมีตุกติกขายสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 257 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการวางเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) อีก 2 หมื่นเครื่อง แบ่งเป็น ร้านธงฟ้าประชารัฐ 1 หมื่นเครื่อง และร้านประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีก 1 หมื่นเครื่อง จากก่อนหน้านี้ได้มีการติดตั้งไปแล้ว 2.63 หมื่นเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มีการรายงานผลการดำเนินโครงการประชารัฐสวัสดิการ การให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่ ต.ค. 2560 พบว่า ยังมีปัญหาและอุปสรรคในส่วนของการร้องเรียนจากประชาชนผู้ถือบัตรว่า ไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ เนื่องจากร้านธงฟ้าประชารัฐที่รับบัตรสวัสดิการมีไม่เพียงพอ ซึ่งจากการตรวจสอบปริมาณการใช้บัตรสวัสดิการในช่วง 15 วันแรกของเดือน ต.ค. 2560 &amp;ndash; ก.พ. 2561 พบว่า มีผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิบัตรสวัสดิการสูงสุดประมาณ 124 รายต่อร้านต่อวัน ทำให้ผู้มีสิทธิที่มาใช้สิทธิจะต้องเสียเวลารอนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังมีอุปสรรคด้านเทคนิคที่ติดขัดอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องความล่าช้าในการติดตั้งเครื่องอีดีซี ซึ่งในส่วนนี้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยอยู่ระหว่างการแก้ไข และยังมีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งได้ประสานไปยัง บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ขยายสัญญาณให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนปัญหาเรื่องจริยธรรม โดยเฉพาะในร้านธงฟ้าก็ยังมีให้พบบ้าง เช่น บางรายไม่รับชำระเงินด้วยบัตรสวัสดิการ เนื่องจากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ทำให้ต้องเสียภาษีกับกรมสรรพากร บางรายมีการจัดชุดสินค้า ไม่ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าตามต้องการ บางรายไม่วางเครื่องอีดีซี บางรายยึดบัตรโดยให้แลกเป็นเงินสดและหักเงินด้วย หรือบางรายที่เป็นผู้ประกอบการจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ก็เอาของอื่นวางขายแล้วหักเงินค่าก๊าซหุงต้มในบัตร 45 บาทแทน โดยแนวทางก็คือหากพบผู้ประทำผิดก็จะเรียกมาตักเตือนก่อน แต่หากยังทำอีกก็จะให้ออกจากโครงการ และคลังจังหวัดจะเก็บเครื่องอีดีซีคืน&amp;rdquo; นายณัฐพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ผ่านคุณสมบัติทั้งสิ้น 11.4 ล้านราย มีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติมารับบัตรสวัสดิการแล้ว 10.8 ล้านราย คิดเป็น 95% และมีการจ่ายเงินผ่านสวัสดิการและร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแล้วทั้งสิ้น 8.92 พันล้านบาท แบ่งเป็น ร้านธงฟ้าประชารัฐ 8.8 พันล้านบาท ค่าก๊าซหุงต้ม 6.2 ล้านบาท ค่ารถ บขส. 28 ล้านบาท และค่ารถไฟอีก 45 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5465</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงไทย, ครม., ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, ธนาคารกรุงไทย, ร้านธงฟ้าประชารัฐ, เครื่องอีดีซี, โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab13c940206a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
