<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ร้านนวด-สปา&#039;โอดวอน&#039;บิ๊กตู่&#039;ผ่อนผันให้เปิดบริการได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล นายพิทักษ์ โยทา ตัวแทนสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ผ่าน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้ผ่อนผันให้ร้านนวด ร้านสปา เปิดบริการได้หลังกรุงเทพมหานครมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยยืนยันที่ผ่านมาร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านสปา ได้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เว้นระยะห่าง จำกัดผู้ใช้บริการบริการและไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด จึงไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาเป็นกลุ่มแรกที่ถูกสั่งปิด และให้เปิดเป็นกลุ่มสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิทักษ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันร้านนวด-ร้านสปา ทั่ว กทม. มี 1,700 ร้าน ส่วนทั่วประเทศมี 15,000 ร้าน ปิดถาวรไปแล้ว 11,280 ร้าน เพราะไม่มีทุนไปต่อ เหลือเพียงกว่า 4,000 ร้าน ก็ทำตามมาตรฐานทุกอย่าง ดังนั้นอยากให้รัฐบาลผ่อนผันให้เปิดบริการเพื่อให้พนักงานมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว แต่หากไม่ผ่อนผันก็เรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยา หรือออกคำสั่งยกเว้นค่าเช่าตึก จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพราะที่ผ่านมาการช่วยเหลือจากรัฐบาล ทั้งเรื่องเงินกู้ซอฟท์โลน หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการคนละครึ่ง ก็ไม่สามารถเข้าถึง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวแทนสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, ร้านนวด, สปา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff54c2d78022.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.แจงแนวปฏิบัติ&#039;ร้านนวด-สปา&#039;เปิดแล้วต้องป้องกันเคร่งครัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-ที่กระทรวงสาธารณสุข ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงแนวปฏิบัติร้านนวด ร้านสปาเพื่อสุขภาพ รองรับมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ที่จะเปิดให้บริการวันที่ 1 มิ.ย.ว่า ประเทศไทยมีร้านนวด ร้านสปาเพื่อสุขภาพกว่า 10,500 แห่ง แบ่งเป็นร้านนวดประมาณ 9,400 แห่ง ร้านสปา 900 แห่ง และร้านนวดเพื่อเสริมความงามอีก 200 แห่ง ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะมีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อม โดยตัวผู้ประกอบการจะต้องมีการจัดเตรียมสถานที่อุปกรณ์ให้มีความพร้อม เช่น หน้ากากอนามัยไว้สำหรับให้ลูกค้าสวมใส่ขณะให้บริการทุกครั้ง เจลแอลกอฮอล์ อุปกรณ์สำหรับวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าร้าน ไม่เฉพาะผู้รับบริการผู้ให้บริการก็เช่นเดียวกันต้องมีการ คัดกรองอุณหภูมิผู้ให้บริการ และต้องให้คำแนะนำสำหรับผู้เข้ามารับบริการว่าขณะอยู่ในร้านนวดและสปาต้องปฏิบัติตัวอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พนักงานต้อนรับก็ต้องมีการเว้นระยะห่างเวลาพูดคุยหรือสอบถามผู้เข้ารับบริการอย่างน้อย 1 เมตร รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆที่ไว้ให้บริการกับลูกค้า ห้องให้บริการนวดต้องเป็นห้องเดี่ยว 1 คนต่อ 1 ห้อง ระบายอากาศได้ดี ขณะที่ให้บริการต้องไม่ชวนให้ลูกค้าพูดคุยแต่จะพูดคุยได้ในเฉพาะที่จำเป็น สังเกตสุขภาพของผู้มาใช้บริการว่ามีอาการไอหรือไม่ หากพบว่ามีอาการไอมีน้ำมูกก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เช่นเดียวกันกับตัวเองก็ต้องสังเกตสุขภาพตัวเองถ้ามีอาการต้องหยุดให้บริการทันที ส่วนอุปกรณ์เสื้อผ้าต้องมีการเปลี่ยนทุกครั้งหลังให้บริการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า แม่บ้านก็เป็นส่วนที่สำคัญต้องมีการดูแลสุขอนามัยตนเอง สวมหมวกคลุมผม สวมหน้ากากอนามัยดูแลความสะอาดภายในร้าน โดยเฉพาะขยะที่มีการเก็บแล้วต้องเก็บให้มิดชิดเหมาะสม พร้อมกันนี้ต้องเรียนรู้การทำความสะอาดเช่นปลอกหมอนผ้าปูที่นอน เตียงห้ามสะบัดโดยเด็ดขาดต้องม้วนเก็บเพราะการสะบัดจะเป็นการฟุ้งกระจายทำให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโรคได้ ที่สำคัญผู้เข้ารับบริการต้องปฏิบัติตามคำแนะนำร้านประกอบการอย่างเคร่งครัด เช่นการสวมหน้ากากอนามัยล้างมือก่อนใช้บริการและหลังบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสุวกรณ์ แนวจำปา ผู้อำนวยการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของร้านนวดและสปาสำหรับผู้ประกอบการ จะต้องมีการลงทะเบียน ขอรับยูเซอร์เนม และพาสเวิร์ดได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพแล้วเข้าสู่ระบบเพื่อกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กำหนดให้ครบถ้วน ก่อนจะส่งข้อมูลกลับมาเจ้าหน้าที่ของเราก็จะทำการตรวจสอบผ่านหลักเกณฑ์หรือไม่ เมื่อผ่านเกณฑ์เจ้าหน้าที่เขาจะกดยอมรับ ถ้าไม่ผ่านก็จะกดปฏิเสธและให้สถานประกอบการนั้นกลับไปแก้ไข ประเมิณตนเองเข้ามาใหม่ และสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตต้องประเมินผลทุก 7 วัน ส่วนผู้เข้ารับบริการสามารถประเมินผลผ่านคิวอาร์โคดว่าร้านที่ใช้บริการผ่านเกณฑ์มาตรฐานการควบคุมการแพร่ระบาดหรือไม่ ถ้าเป็นลูกค้าจากต่างประเทศที่มีความเสี่ยงต้องมีการคัดกรองเป็นพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีพนักงานนวดที่การเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเปิดกิจการร้านนวด ผู้ประกอบการจะต้องมีมาตรการอย่างไรเพื่อความเชื่อมั่นของผู้มาใช้บริการ &amp;nbsp;ทพ.อาคม กล่าวว่า ผู้ให้บริการบ้านเรามีประมาณ 150,000 คนที่ขึ้นทะเบียนไว้ ผู้ให้บริการจะต้องมีการ ตรวจคัดกรองผู้ให้บริการ มีอาการสุ่มเสี่ยงหรือไม่ ส่วนคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศจะต้องมีการกักตัวตามมาตรการของรัฐและตรวจสุขภาพว่าไม่มีอาการป่วยหรือเข้าข่ายหรอืไม่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ติดเชื้อแต่มีอาการไข้เล็กน้อยทางเราก็ไม่ยอมให้บริการ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการสิ่งสำคัญเรากำลังยกระดับร้านนวดร้านสปาของไทยให้เข้าสู่ระดับที่ทั่วโลกยอมรับ เพราะการนวดของเราเป็นมรดกโลกแล้ว สร้างความมั่นใจให้ประชาชนที่มาใช้บริการและสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67438</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ, ร้านนวด, ร้านสปาเพื่อสุขภาพ, สธ., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed34b9cb8a62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวใหญ่เจ้าของร้านนวดย่านหนองจอกจุดไฟเผาตัวเองดับสยอง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2563 - ร.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ จันทร์หง่อม รองสารวัตร(สอบสวน)สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุมีหญิงจุดไฟเผาตัวเสียชีวิต ภายในบ้านพักเลขที่ 72/20 หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยอยู่วิทยา 16 ถนนอยู่วิทยา เขตหนองจอก กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยที่เกิดเหตุลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บริเวณชั้นล่างเปิดร้านนวดเพื่อสุขภาพ บริเวณบันไดที่จะขึ้นชั้นที่ 2 พบศพผู้หญิง 1 ราย ลักษณะรูปร่างอ้วน สภาพนอนหงายถูกไฟคลอกไหม้ทั้งตัว ทราบชื่อนางกนกภรณ์ ทองชู อายุ 45 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากการสอบถามน น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ลูกสาวให้การว่า ที่บ้านหลังนี้มีพ่อกับแม่พักอยู่ด้วยกันเพียง 2 คน ช่วงเวลากลางคืนคุณพ่อไปทำงานที่ บริษัท CP ย่านถนนสุวินทวงศ์ ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ พ่อได้โทรศัพท์มาหาแม่หลายครั้ง แต่ไม่รับสายจนเกิดความสงสัย จนกระทั่งช่วงเวลา 03.30 น.พ่อจึงได้กลับมาที่บ้านก็มาพบว่าแม่นอนเสียชีวิตอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้แม่ไม่เคยบ่นเรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ จนกระทั่งมาจุดไฟเสียชีวิตดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนทางญาติผู้เสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนศพได้มอบให้ทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งไปผ่าพิสูจน์ศพ ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ก่อนมอบให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65789</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดไฟ, ร้านนวด, หนองจอก, เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb54c5761f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมนีล้างแก๊งค้ามนุษย์ รวบแม่เล้าไทยตัวการใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจเยอรมนีเปิดปฏิบัติการบุกตรวจค้นครั้งใหญ่สุดทั่วประเทศเมื่อวันพุธ กวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ต้องสงสัยว่าพาคนไทยทั้งผู้หญิงและหญิงข้ามเพศมาค้าประเวณี โดยจับกุมตัวการสำคัญเป็นหญิงไทยวัย 59 กับสามีชาวเยอรมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 18 เมษายน 2561 อ้างแถลงการณ์ของตำรวจรัฐบาลกลางเยอรมนีว่า ปฏิบัติการเมื่อเช้ามืดวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาของเยอรมนี ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ, &amp;nbsp;อัยการ และสรรพากร รวมมากกว่า 1,500 นาย เข้าตรวจค้นสถานบริการทางเพศและแฟลตรวม 63 แห่งภายใน 12 รัฐ จาก 16 รัฐของเยอรมนี ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการตรวจค้นครั้งใหญ่ที่สุดของกองกำลังจากรัฐบาลกลางเยอรมนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำแถลงของสำนักงานอัยการแฟรงก์เฟิร์ตกล่าวว่า การสอบสวนพบผู้ต้องสงสัย 56 คน อายุระหว่าง 26-66 ปี ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์, บังคับและจัดหาค้าประเวณี, ค้างค่าจ้าง และเลี่ยงภาษี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เป็นแกนหลัก 17 คน ลักลอบพาหญิงไทยและหญิงข้ามเพศชาวไทยเข้าเยอรมนีโดยใช้วีซ่าเชงเกนเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว คนเหล่านี้จะถูกผู้ดำเนินการ &amp;quot;ร้านนวด&amp;quot; ยึดค่าจ้างไว้ทั้งหมด แทนค่าใช้จ่ายในการลักลอบพาเข้าเยอรมนีเป็นเงินประมาณ 16,000-26,000 ยูโร (ราว 618,000-1,390,000 บาท)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการในเมืองแฟรงก์เฟิร์ตซึ่งร่วมมือกับตำรวจสอบสวนเครือข่ายนี้มานับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ประเมินว่า เครือข่ายนี้หาเงินได้มากกว่า 1 ล้านยูโร (กว่า 38 ล้านบาท) โดยผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่เป็นแกนนำของเครือข่ายนี้คือวัย 59 ปี และสามีชาวเยอรมันวัย 62 ปี ต้องสงสัยว่านำผู้หญิงและผู้หญิงข้ามเพศจากไทยเข้าเยอรมนีด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว แล้วบังคับให้พวกเธอขายบริการทางเพศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ฮอร์สต์ ซีโฮเฟอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี ชมเชยปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในครั้งนี้ว่าเป็นการโจมตีเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมระดับประเทศอย่างไม่เคยมีมาก่อน&amp;nbsp;
ผู้หญิงและผู้ชายหลายร้อยคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หญิงไทยคนนี้เก็บเงินรายได้จากการค้าบริการของคนเหล่านี้ไว้ อ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าเยอรมนี ค่าที่พักและค่าอาหาร ในการค้าประเวณีในสถานบริการหลายแห่งที่เมืองซีเกนทางภาคตะวันตกของประเทศ และยังส่งคนเหล่านี้ไปขายบริการในสถานที่อื่นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การสอบสวนจนถึงขณะนี้พบผู้หญิงและหญิงข้ามเพศรวม 32 คนที่ผู้ต้องสงสัยลักลอบพาเข้าเยอรมนี แล้วทำงานค้าประเวณีในสถานบริการทางเพศ&amp;quot; คำแถลงของอัยการกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษย์, ปฏิบัติการบุกตรวจ, ร้านนวด, วีซ่าเชงเกน, สถานบริการทางเพศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมืองแฟรงก์เฟิร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75cc23ad9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
