<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูเกนได เล็งเพิ่มทัพอาหารไทย-จีน เสริมธุรกิจ หลังพบญี่ปุ่นเริ่มอืดแข่งขันยาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูเกนได เล็งเพิ่มทัพอาหารไทย-จีน เสริมธุรกิจ หลังพบญี่ปุ่นเริ่มอืดแข่งขันยาก เตรียมขายแฟรนไชส์แบรนด์มูเทกิปีละ 2-3 สาขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ประธานบริหาร บริษัท มูเกนได จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะสร้างความหลากหลายในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มให้มากขึ้น จากเดิมบริษัทมีแบรนด์มูเกนได (Mugendai) , มูเทกิ (Muteki) ,เมซอง เดอ ลา ทรูฟ (Maison De La Truffe) และขนมมาการองปิแอร์ แอร์เม่ (Pierre Herm&amp;eacute;) ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจาเพื่อขอซื้อไลเซ่นส์กับธุรกิจอาหารจีน และอาหารประเภทสเต็ก แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป คาดว่าจะเห็นความชัดเจนปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร้านอาหารญี่ปุ่นมีค่อนข้างเยอะในตลาด และโอกาสเติบโตคงจะยาก เราจึงต้องหาอาหารประเภทอื่นๆ เข้ามา ส่วนตัวมองว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยังมีศักยภาพที่จะโตได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภายในประเทศของคนไทย หรือกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะอาหารไทยที่หลายประเทศชื่นชอบ แน่นอนว่าบริษัทเองก็สนใจทำร้านอาหารไทยเช่นเดียวกัน อยู่ระหว่างการพัฒนา ตอนนี้คืบหน้าไปกว่า 30% แล้ว ช่วงต้นปีหน้าคงเห็นความชัดเจนมากขึ้น&amp;rdquo; นายกมลสุทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขยายสาขาของแบรนด์เดิมที่มีอยู่ บริษัทจะให้ความสำคัญกับร้านอาหารภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;มูเทกิ&amp;rdquo; เนื่องจากมีโอกาสขยายได้มากกว่าแบรนด์อื่นๆ มีระดับราครที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายอยู่ที่ 150 บาท ขณะที่มูเกนไดจะมีความพรีเมียมมากกว่าหรือประมาณ 250-300 บาท โดยแบรนด์มูเกนไดจะเป็นสื่อกลางของการสร้างภาพลักษณ์เรื่องคุณภาพ ด้านแบรนด์มูเทกิจะเป็นเรือธงของการขยายสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลสุทธิ์ กล่าวว่า รูปแบบของการขยายสาขาให้กับร้านมูเทกิ มีความเป็นไปได้ที่จะขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจ เบื้องต้นมีผู้ประกอบการติดต่อเข้ามาบ้างแล้ว ซึ่งอยู่ใน จ. อุดรธานี และนครราชสีมา มองว่าน่าจะเปิดใหม่ได้ปีละ 2-3 สาขา ขนาดของพื้นที่ 150 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุน 4-5 ล้านบาท มีทั้งอาหารคาวและหวาน จุดคุ้มทุนประมาณ 2 ปีครึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี, มูเกนได, มูเทกิ, ร้านอาหารญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b5fd033051db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“รณกาจ ชินสำราญ” ทำธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ต้องใส่ใจคุณภาพและบริการ อย่าตั้งต้นด้วยเรื่อง &quot;เงิน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอลัมน์ คุยนอกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าภาพรวมตลาดร้านอาหารของประเทศไทยจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย บวกกับการขยายตัวของศูนย์การค้าและโครงการหลายแห่ง ที่ต้องการร้านอาหารเข้าไปเป็นแม็กเน็ตในการดึงผู้เข้าใช้บริการ ก็คงไม่ง่ายเลยที่จะอยู่ท่ามกลางตลาดที่แดงเดือดเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รณกาจ ชินสำราญ&amp;rdquo; กรรมการ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;มากุโระ&amp;rdquo; (MAGURO) ที่ได้ร่วมสร้างธุรกิจกับเพื่อนอีก 3 คน กระทั่งปัจจุบันผลักดันให้ร้านมากุโระเดินทางมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว บางคนอาจเคยเข้าใช้บริการมาบ้าง บางคนอาจยังไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่ และบางคนอาจสงสัยว่า &amp;ldquo;มากุโระ&amp;rdquo; เกิดขึ้นมาได้อย่างไร &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนที่มากุโระได้เริ่มเข้ามาในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น ต้องบอกว่ากลุ่มพรีเมี่ยมแมสยังไม่เยอะมาก แต่ผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญมาเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน จากร้านอาหารที่เป็นรูปแบบเทรดดิชั่นนอล เป็นการมองหาอะไรที่เป็นความเฉพาะตัว และมีพริวิเลจมากกว่าเดิม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันร้านมากุโระเปิดให้บริการแล้ว 5 สาขา ประกอบด้วย 1. ชิค รีพับบลิค บางนา 2. แจ้งวัฒนะ 3. พระราม 34. &amp;nbsp;เมกา บางนา และ 5. ราชพฤกษ์ แม้ว่าแต่ละทำเลไม่ได้เปิดอยู่ใจกลางเมือง ทว่าในแต่ละเดือนมีลูกค้าเข้าใช้บริการหลายหมื่นคน &amp;nbsp;โดย &amp;ldquo;รณกาจ&amp;rdquo; ให้เหตุผลว่า จากการที่ไม่เปิดสาขาใจกลางเมือง เพราะหากทำแบบนั้นก็อาจจะเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่มีความแตกต่าง ไม่มีเอกลักษณ์ ไม่โดดเด่น การเลือกทำเลในบางแห่งอาจดูเหมือนว่าโดยรอบไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่มีกำลังซื้อสูง จึงต้องนำร้านอาหารไปเสิร์ฟถึงที่ เหมือนนำความสะดวกสบายไปให้ผู้บริโภคถึงที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขยายสาขาเขาระบุว่าก็มองเรื่องการเติบโต แต่ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการควบคู่ไปเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าบางธุรกิจมีผลตอบรับดีจากลูกค้า แต่หลังบ้านทำไม่ทัน อาจทำให้เกิดความเสี่ยงมากกว่าที่จะเป็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะสะดุดขาตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาได้มีร้านอาหารหลายแบบเกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้งจากแบรนด์คนไทยเองและจากต่างประเทศ นับเป็นผลดีกับผู้บริโภคให้ใช้ไลฟ์สไตล์กันอย่างเต็มที่ &amp;ldquo;ตอนนี้นิชมาร์เก็ตกำลังเกิดขึ้นเรื่อยๆ พอมีตัวเลือกมากขึ้น ความศิวิไลของเราก็ใกล้เคียงกับฮ่องกง สิงคโปร์ แต่คนที่ทำธุรกิจนี้ก็ต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น ทำแบบเดิมอาจไม่ได้รับผลดีเหมือนก่อน การแข่งขันทางมาตรฐานของธุรกิจนี้จะยกสูงขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคจ่ายเงินเท่าเดิม แต่รับบริการที่สูงกว่าเดิม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านอาหารญี่ปุ่นกระแสเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนตัวมีความเชื่ออย่างมากว่าเปรียบเสมือนว่าเป็นวัฒนธรรมที่สองหรือมีความคล้ายกับของไทย ในอดีตอาจเป็นปลาดิบแช่แข็ง หรืออาหารง่ายๆ ตอนนี้ขั้นตอนกลับมีความปราณีตมากขึ้น มีมาตรฐานมากขึ้เน ในแง่การทำธุรกิจต้องคิดให้นัก ทำอย่างไรให้ธุรกิจแตกต่าง และยั่งยืน สามารถอยู่ในตลาดได้ เพราะผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รณกาจ ยังกล่าวว่า แนวคิดการทำงานของผม คือคิดว่าทำอย่างไรให้งานของเราออกมาดีขึ้น หากยึดตัวเงินเป็นหลัก อาจทำให้ผลงานดีแค่บางช่วง คือช่วงที่อยากได้เงิน หรืออยามีกำไรมากๆ พอผ่านไปเราจะมองเงินมากกว่าคุณภาพที่นำเสนอลูกค้า อาจจะไปลดต้นทุน เพื่อให้กำไรเพิ่มขึ้น แต่สำหรับเรามองว่าทำอย่างไรให้คุณภาพนำเสนอไปจะต้องดีที่สุด รวมถึงประสบการณ์ภายในร้านก็ต้องดีเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่อาหารเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เท่าที่ผมสัมผัสส่วนใหญ่คนเข้ามาทำธุรกิจ &amp;nbsp;จะเริ่มต้นเพราะตัวเองชอบแบบนี้ แต่สิ่งที่อยากจะบอกคืออาจไม่ถูกต้องทั้งหมด และไม่ผิดเสียทีเดียว เพราะตลาดอาจตอบรับ แต่หลายครั้งสิ่งที่เราชอบ ตลาดอาจไม่ตอบรับ ต้องมองว่าตลาดต้องการอะไร ผู้บริโภคต้องการอะไร ศึกษาตลาดก่อน สุดท้ายจะมองออกว่าตัวเองต้องทำอะไร&amp;rdquo; รณกาจ กล่าวปิดท้าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11516</URL_LINK>
                <HASHTAG>MAGURO, รณกาจ ชินสำราญ, ร้านอาหารญี่ปุ่น, ร้านอาหารมากุโระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b2608ce0d184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
