<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ZEN รับธุรกิจร้านอาหารผ่านจุดต่ำสุดแล้วลุยโกยกำไรครึ่งปีหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค. 63- นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในช่วงกว่า 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ หลังจากรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ของโรคโควิด-19ได้ดี ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมาเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ประชาชนมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตนอกบ้าน ขณะที่ร้านอาหารตามสถานที่ต่างๆ สามารถเปิดให้บริการนั่งทานที่ร้านได้ตามปกติ ภายใต้การให้บริการแบบนิวนอร์มอลที่ต้องเน้นมาตรการด้านความสะอาดอย่างเข้มงวด จึงวางเป้าหมายนำบริษัทฯ กลับมาสร้างผลกำไรที่ดีนับตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ ยังคาดว่าแนวโน้มการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 จะปรับตัวดีขึ้น หลังจากลูกค้าทยอยใช้บริการร้านอาหารแบรนด์ต่างๆ ของเซ็น กรุ๊ป เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ที่มีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ปริมาณลูกค้าของร้านอาหารแบรนด์ต่างๆ จะเพิ่มขึ้นกลับมาใกล้เคียงช่วงปกติก่อนที่มีโรคระบาดเกิดขึ้น

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้เน้นเพิ่มขีดสามารถการทำกำไรที่ดีขึ้น จากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่าย การปรับพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ร้านอาหารโดยมุ่งเน้น 7 แบรนด์หลักที่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและได้รับผลกระทบไม่มากในช่วงที่ผ่านมา การพัฒนาเมนูอาหารใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย การกระจายสัดส่วนรายได้จากช่องทางเดลิเวอรี่ รวมถึงการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในองค์กรที่ดำเนินการไปแล้วเพื่อรับกับเป้าหมายที่ต้องการกลับมาสร้างการเติบโตที่ดี

&amp;ldquo;บริษัทมั่นใจว่าผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยภาพรวมการดำเนินธุรกิจในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ และหากรัฐบาลมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค รวมถึงเริ่มทยอยเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติบางส่วน สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้บ้างภายใต้มาตรการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังอย่างรัดกุม ก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและมั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถทำผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังกลับมามีกำไรได้ตามเป้าหมาย&amp;rdquo; นายบุญยง กล่าว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73573</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญยง ตันสกุล, ร้านอาหารเซ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fc9273e4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เซ็น&#039;ปรับลดเงินลงทุนชี้โควิด-19กระทบยอดวูบ400ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.2563 นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหารเซ็น ตำมั่ว เขียง เปิดเผยว่า แนวทางการลงทุนในปีนี้ บริษัทคาดว่าอาจจะต้องปรับลดเงินลงทุนจาก 200 ล้านบาท ลดเหลือ 100 ล้านบาท เน้นปรับปรุงร้านอาหารบางสาขาให้เป็นครัวกลางที่สามารถรองรับการปรุงอาหารแบรนด์อื่นในเครือ เช่น ร้านลาวญวณหรือตำมั่วบางสาขา สามารถปรุงอาหารแบรนด์เขียงได้ เพื่อเพิ่มยอดขายในแต่ละสาขา และเงินลงทุนบางส่วนจะนำไปใช้ในการขยายสาขาแบรนด์ร้านอาหารอากะ และออนเดอะเทเบิ้ลแบรนด์ละ 1 สาขา ในช่วงที่เหลือของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่าจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดและต้องล็อกดาวน์ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาทำให้รายได้ของบริษัทในช่วงประมาณ 2 เดือน หายไป 400 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทไม่สามารถเปิดให้บริการร้านอาหารได้ตามปกติ และทำให้บริษัทประเมินว่ารายได้รวมในปี 2563 อาจติดลบ 15-20% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,144.17 ล้านบาท&amp;rdquo; นายบุญยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทยังเร่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางเดลิเวอรี่เป็น 300 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% ของยอดขายรวม โดยเพิ่มจากปีก่อน 5% มองว่าจะทำให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลัง จะพลิกกลับมามีกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทได้เน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ของภาพรัฐและบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของอุตสาหกรรมร้านอาหาร ปัจจุบันร้านอาหารในเครือของเซ็น มีทั้งหมด 10 แบรนด์ ทั้งในและนอกศูนย์การค้าเริ่มมีลูกค้ากลับมาใช้บริการนั่งทานที่ร้านเฉลี่ย 80 - 85% และคาดว่าในช่วงไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นเป็น 90 - 95%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมร้านอาหารทุกแบรนด์ถือว่าฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นกับแบรนด์มากขึ้น หลังจากที่สามารถเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศและใช้ชีวิตนอกบ้านได้ จากการที่รัฐบาลทยอยผ่อนคลายให้ธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดให้บริการ เชื่อว่าบริษัทฯ จะกลับมาทำผลการดำเนินงานได้ดีในครึ่งปีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำมั่ว, บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บุญยง ตันสกุล, ร้านอาหารเซ็น, เขียง, เซ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fc9273e4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
