<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชห่วย 90% ค้านขึ้นภาษียาสูบปีหน้า ชี้กระทบยอดขายทำของเถื่อนทะลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย. 2562 นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า ในระยะ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ขึ้นภาษียาสูบและยาเส้นเป็นระลอก โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ที่ปรับขึ้นภาษีบุหรี่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น ทำให้ราคาบุหรี่ถูกที่สุดแพงขึ้นกว่า&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;จนเกิดปัญหาบุหรี่เถื่อนรุนแรงขึ้น และผู้สูบบุหรี่หันไปสูบยาเส้นที่มีราคาถูกกว่าแทน และเมื่อเดือนพฤษภาคม ก็ได้มีการขึ้นภาษียาเส้นอีก ทำให้ร้านค้าได้รับผลกระทบอย่างหนัก สมาคมฯ ได้รับทราบปัญหาการค้าขายจากสมาชิกว่ายอดขายบุหรี่ที่ถูกกฎหมายและยาเส้นลดลง ซึ่งผลสำรวจของนิด้าโพลก็ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์โดยทั่วไปค่อนข้างแย่ โดย&amp;nbsp;68%&amp;nbsp;บอกว่าในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมากิจการโดยภาพรวมขายของได้น้อยลง&amp;nbsp;73%&amp;nbsp;บอกว่าขายยาเส้นได้น้อยลงตั้งแต่ขึ้นภาษียาเส้นเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;62

ขณะเดียวกันประมาณ&amp;nbsp;83%&amp;nbsp;บอกว่าขายบุหรี่ได้น้อยลงตั้งแต่ขึ้นภาษีบุหรี่เดือนกันยายน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;และร้านค้ากว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;90%&amp;nbsp;ยืนยันเสียงเดียวกันว่าไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีบุหรี่รอบหน้า จาก&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เพราะคาดว่าจะทำให้รายได้จากการขายของลดลงและประสบปัญหาเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอเพราะต้นทุนบุหรี่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ร้านค้าโชห่วยให้ค้าขายยากลำบากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ผลสำรวจเรื่องผลกระทบร้านค้าปลีกจากนโยบายการขึ้นภาษียาสูบสุดโหด จัดทำโดยนิด้าโพล ซึ่งทำการสำรวจความเห็นของร้านค้าโชห่วยที่ขายยาสูบใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ อุบลราชธานี อุดรธานี เชียงใหม่ เชียงราย นครศรีธรรมราช และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,029&amp;nbsp;ร้าน เมื่อเดือนกันยายน&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ยังพบว่า ร้านค้า&amp;nbsp;95%&amp;nbsp;คาดว่าจะถูกกระทบหากขึ้นภาษีบุหรี่ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;57%&amp;nbsp;มองว่าผลกระทบหลักมาจากรายได้ที่จะลดลงจากการขายบุหรี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;29%&amp;nbsp;มองว่าผลกระทบหลักจะเป็นเรื่องของเงินทุนที่อาจมีปัญหาเพราะต้นทุนบุหรี่แพง และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;9%&amp;nbsp;มองว่าผลกระทบหลักจะมาจากการที่ขายสินค้าอื่นลดลงตาม

นางวราภรณ์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของร้านค้าปลีกที่ขายยาสูบ สมาคมฯ ก็จะนำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นนี้ต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ กรมสรรพสามิต และท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป เพื่อสะท้อนสถานการณ์ปากท้องของร้านค้าให้ท่านได้รับทราบและพิจารณาปรับแนวนโยบายเพื่อลดผลกระทบหรือบรรเทาปัญหาให้แก่ร้านค้าเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนร้านโชห่วย กล่าวว่า ยาสูบหรือยาเส้นขึ้นราคาผู้สูบบุหรี่ก็ยังไม่เลิกสูบอยู่ดี ถ้ารัฐบาลจะขึ้นภาษีโดยให้กระทบให้น้อยที่สุดก็น่าจะค่อยๆ ขึ้นเป็นช่วงๆ ไปจะดีกว่า พวกร้านค้าก็เข้าใจว่าราคาสินค้าต้องมีการปรับขึ้นกันบ้าง โดยเฉพาะสินค้าจำพวกบุหรี่หรือยาเส้น เพราะรัฐบาลก็อยากให้คนบริโภคน้อยลง แต่ก็อยากขอร้องว่าให้เห็นใจร้านค้าที่ทำมาหากินสุจริต รัฐบาลขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งละมากๆ ทุกครั้งไม่ได้เป็นผลดีกับใครเลย กลับทำให้ของเถื่อนทะลักอย่างที่เห็นกัน รัฐน่าจะเปลี่ยนมุมมอง จะขึ้นภาษีก็ลองมองวิธีการใหม่ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ยังอยู่กันได้ รัฐเองก็จะได้ไม่เสียรายได้ภาษีด้วย การขึ้นภาษีแบบเป็นขั้นเป็นตอน ทีละน้อย น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49303</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเก็บภาษียาสูบ 40%, ร้านโชห่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbb94b742b42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ผนึก”ร้านโชห่วย”ช่วยเหลือผู้ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ &amp;ldquo;แม็คโคร-ยูนิลีเวอร์-SME D Bank&amp;rdquo; ส่งทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือร้านโชห่วยใน 4 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจาก &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ให้ฟื้นตัวและเปิดบริการได้โดยเร็ว พร้อมช่วยประสานหาสินค้าราคาถูกเข้าไปขาย เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อสินค้าราคาถูกให้กับประชาชนในพื้นที่
&amp;nbsp;
09 ม.ค. 62 - นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือเพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาร้านค้าโชห่วยในพื้นที่ที่ประสบภัยโดยได้ร่วมกับ บมจ.สยามแม็คโคร บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง จำกัด และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย โดยจะจัดทีมงานลงพื้นที่ช่วยเหลือในการจัดการร้านค้าโชห่วยที่ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึก 4 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้ร้านค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถฟื้นตัวจากความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว และเปิดบริการประชาชนในพื้นที่ได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นี้ยังมีการลดราคาสินค้าที่จำหน่ายให้กับร้านโชห่วย เพื่อลดต้นทุนของร้านโชห่วยอันจะเป็นการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง ในส่วนของกรณีที่ร้านโชห่วยได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึกค่อนข้างมาก หรือต้องการปรับปรุงร้านค้า และต้องใช้เงินทุน กรมฯ ได้ประสาน SME D Bank เสนอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ดังนี้ บุคคลธรรมดา ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.42 ต่อเดือน และนิติบุคคล ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อเดือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปัจจุบัน มีร้านโชห่วยในพื้นที่ 4 จังหวัดที่ประสบภัยจำนวนทั้งสิ้น 53,753 ร้านค้า แบ่งเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 15,157 ร้านค้า จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 14,146 ร้านค้า จังหวัดชุมพร จำนวน &amp;nbsp;7,166 ร้านค้า และจังหวัดสงขลา จำนวน 17,284 ร้านค้า อย่างไรก็คตามก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ใน 23 จังหวัด จำนวน 1.92 แสนราย ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่สะดุดแล้ว โดยได้ขยายเวลาทำธุรกรรมของนิติบุคคล ทั้งการแจ้งบัญชีและเอกสารสูญหาย การส่งงบการเงิน การยื่นจดทะเบียนนิติบุคคล และเพิ่มพื้นที่การให้บริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26144</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าครองชีพ, พายุโซนร้อนปาบึก 4, ร้านโชห่วย, วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, สินค้า, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9fe41d7b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
