<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2025 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เผยมวลอากาศเย็นระลอกต่อไป 23-24 ต.ค.นี้ กทม.-ปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุด 19 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.64 - เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศใน 7 วันข้างหน้า&amp;nbsp;ระบุว่า ช่วงวันที่ 18-22 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 23-24 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก ในขณะที่ลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนขอให้ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้เผยภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (18 - 27 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021101712 ระบุว่า&amp;nbsp;วันนี้ (18/10/64) มวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูง แผ่ลงมาปกคลุมทางตอนบนของภาคเหนือและภาคอีสาน ทำให้ทางตอนบนยังมีฝนบางแห่งแนวโน้มมีฝนน้อยลง ส่วนภาคกลาง (รวม กทม.และปริมณฑล) ภาคอีสานตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน ยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากร่องมรสุมยังพาดผ่าน บริเวณดังกล่าว ทำให้ฝนยังเกิดขึ้นตามแนวร่องมรสุม ตั้งแต่วันที่ 18-20 ต.ค. 64 ฝนเริ่มน้อยลง &amp;nbsp; เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ อีสานตอนบน และ 21 -27 ต.ค.64 ฝนจะยังเกิดขึ้นได้ทางภาคอีสาน เนื่องจากมีลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ พัดปกคลุมและมวลอากาศเย็นเริ่มแผ่เสริมลงมาปกคลุมเป็นระลอกๆ ในช่วงแรกจะมีฝนเกิดขึ้น และฝนทางภาคใต้จะเริ่มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ฝนส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง (ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;g2g1688g
ipro889
lucabet888
38tha
789slot
allslot888
asia99th
easyslot789
g2g789
gs855
hp888
kingdombet
lucabet123
lucabet369
3xslot
789maxbet
aw8thai
beer789
dclub77
fafa855
fhm99
g2gbet789
heng666
g2gvip
345bet

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, มวลอากาศเย็น, ฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d60e9d155c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เผยฝนเริ่มน้อยลง 18-20 ต.ค. เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมา จากนั้นจะมีฝนตกทางภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (16 - 25 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00 น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021101512 ระบุว่า วันที่ 16-17 ต.ค.64 ร่องมรสุมยังพาผ่าน ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ฝนยังเกิดขึ้นตามแนวร่องมรสุม ตั้งแต่วันที่ 18-20 ต.ค. 64 ฝนเริ่มน้อยลง&amp;nbsp;เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ อีสานตอนบน ส่วน 21-25 ต.ค.64 ฝนจะยังเกิดขึ้นได้ทางภาคอีสาน เนื่องจากมีลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;(ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ )&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119920</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616ac88110df5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เผยมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมไทยตอนบน ในช่วง 17-21 ต.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระบุว่า ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ในช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. 64 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย ส่วนภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 18-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. 64 มีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้โพสต์ภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (15 - 24 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021101412 ระบุว่า&amp;nbsp;เวลา04.00 น.พายุโซนร้อน &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม แล้ว และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว เช้าวันนี้ 15 ต.ค. 64 และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ&amp;nbsp;ทำให้มีเมฆมากปกคลุมทางตอนบนของบ้านเรา โดยมีฝนปกคลุมเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ระยะนี้ ถึง 17 ต.ค.64 ฝนยังมีต่อเนื่อง อาจจะมีฝนหนักบางพื้นที่ &amp;nbsp;เนื่องร่องมรสุมยังพาดผ่านตอนกลางและมรสุมยังปกคลุมของบ้านเรา ยังต้องเฝ้าระวัง &amp;nbsp;แต่หลังวันที่ 18 ต.ค. 64 ฝนจะเริ่มน้อยลง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ อีสานตอนบน &amp;nbsp;(ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ )&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, มวลอากาศเย็น, ฤดูหนาว, ลมหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6169814247471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุคมปาซุ ขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนวันนี้แล้วจะอ่อนกำลังลง หลายภาคยังมีฝนตกหนักอีก 3 วันจากอิทธิพลร่องมรสุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ฉบับที่ 9 ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (14 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 230 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (14 ตุลาคม 2564) และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ในช่วงวันที่ 13-16 ต.ค.64 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119688</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, พายุคมปาซุ, ฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลมหนาวมา! กรมอุตุฯ เผยสัญญาณมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมมากขึ้น อุณหภูมิจะเริ่มลดลงตั้งแต่ 17 ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (13 - 22 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก TMD-HPC-WRF 2021101212 พร้อมระบุว่า&amp;nbsp;แบบจำลองฯนี้ให้ฝนที่แตกต่าง ให้ความสำคัญกับมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงที่เริ่มจะแผ่่เสริมลงมาปกคลุม ทางตอนบน ทำให้พายุที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ อิทธิพลของพายุอาจจะมีฝนเพิ่มขึ้นบ้างทางภาคอีสานตอนบน ตามแนวขอบ เมื่อพายุเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ชายฝั่ง และช่วงที่พายุมีกำลังอ่อนลง วันที่ 17 ต.ค.64 เริ่มมีสัญญาณมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมากขึ้น ฝนน้อยลง อุณหภูมิจะเริ่มลดลง โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน (ข้อมูลยังเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119653</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนลดลง, มวลอากาศเย็น, ฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166b0d783781.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ ออกประกาศคาดหมายอากาศช่วงฤดูหนาวของไทยปีนี้มาช้ากว่าปกติ กทม.ต่ำสุด 15 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - ศูนย์ภูมิอากาศ กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง &amp;quot;การคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ.2564-2565&amp;quot; ช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคม 2564 ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณประเทศไทยตอนบน ฤดูหนาวปีนี้ คาดว่า จะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2564 ซึ่งจะช้ากว่าค่าเฉลี่ยปกติ 1-2 สัปดาห์ และจะสิ้นสุดประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุณหภูมิต่่าสุดเฉลี่ยประเทศไทยตอนบน 20-21 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ซึ่งจะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 องศา&amp;nbsp;(ค่าปกติ 19.9 องศา) และจะมีอากาศหนาวเย็นใกล้เคียงปีที่ผ่านมา (อุณหภูมิต่่าสุดเฉลี่ยปีที่ผ่านมา 20.2 องศา) ส่าหรับอุณหภูมิต่่าที่สุด 6-7 องศา&amp;nbsp;ส่วนมากจะอยู่ตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนอุณหภูมิต่่าที่สุดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 15-16 องศา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลาที่จะมีอากาศหนาวเย็นที่สุด จะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2564 ถึงปลายเดือนมกราคม 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่าหรับบริเวณยอดดอยและยอดภูรวมทั้งเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและจะมีน้่าค้างแข็งเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริเวณภาคใต้จะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางวันส่วนมากตอนบนของภาค และยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมโดยเฉพาะทางด้านฝั่งตะวันออกตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป กับจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะท่าให้เกิดสภาวะน้่าท่วมฉับพลัน น้่าป่าไหลหลาก รวมทั้งน้่าล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่ส่าหรับคลื่นลม ในทะเลอ่าวไทยจะมีก่าลังแรงเป็นระยะๆ บางช่วงมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม อาจจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หรือเคลื่อนตัวผ่านบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ซึ่งจะท่าให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีก่าลังแรง และอาจมีคลื่นพายุซัดฝั่ง ความสูงของคลื่น 3 &amp;ndash; 4 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะอากาศทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยตอนบน (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก) ในช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไปกับมีอากาศหนาวบางแห่งในบางวัน ส่วนบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออกจะมีอากาศเย็นในหลายพื้นที่ส่วนมากทางตอนบนของภาค โดยฝนจะลดลงเหลือร้อยละ 10 - 20 ของพื้นที่ และอาจลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะๆ โดยจะมีอ่อนถึงปานกลาง ประกอบกับจะมีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจนถึงถึงปลายเดือนมกราคม จะมีอากาศหนาวเย็นมากขึ้น โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไป กับมีอากาศหนาวจัดบางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาค ส่วนบริเวณยอดดอย ยอดภู รวมทั้งเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้้าค้างแข็งเกิดขึ้นได้ในบางช่วง ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกจะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับมีอากาศหนาวบางแห่งในบางช่วง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทย โดยจะมีก้าลังแรงเป็นระยะๆ และต่อเนื่อง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมประเทศไทย และก้าลังแรงเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในระยะครึ่งแรกเดือนกุมภาพันธ์ ลักษณะอากาศอากาศจะแปรปรวน โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น และจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน กับมีหมอกหนาในหลายพื้นที่ แต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ทั้งนี้เนื่องจาก บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีก้าลังอ่อนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมกราคม จะมีฝนตกชุกหนาแน่นเกือบทั่วไป โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้้าป่าไหลหลาก และน้้าล้นตลิ่งในบางแห่ง ส้าหรับคลื่นลมทะเลอ่าวไทยจะมีก้าลังแรงเป็นระยะๆ ในบางช่วงจะมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร เนื่องจาก มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ โดยจะมีก้าลังแรงเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ประกอบกับ ในบางช่วงจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในบางช่วงมักจะมีมีหย่อมความกดอากาศต่้าก้าลังแรงหรือพายุหมุนเขตร้อน เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หรือเคลื่อนผ่านภาคใต้ จากนั้นจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ฝนจะลดลง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีก้าลังอ่อนลง และจะเริ่มเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกหรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมแทน ในเดือนกุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดตามภาคต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับมีอากาศหนาวบางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาค และมีหมอกในตอนเช้า โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่าหรับช่วงกลางเดือนธันวาคมปลายเดือนมกราคม อากาศจะหนาวเย็นมากขึ้น โดยมีอากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไป และมีอากาศหนาวจัดบางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาค ส้าหรับบริเวณยอดดอย ยอดภูรวมทั้งเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้้าค้างแข็งขึ้นได้ในบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงครึ่งแรกเดือนกุมภาพันธ์ลักษณะอากาศจะแปรปรวน โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น และจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน กับมีหมอกหนาหลายพื้นที่แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางและภาคตะวันออก ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม จะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาคกับมีหมอกในตอนเช้า โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และอาจลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่าหรับช่วงกลางเดือนธันวาคมปลายเดือนมกราคม จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับมีอากาศหนาวหลายพื้นที่ในบางช่วง โดยเฉพาะตอนบนของภาคและบริเวณเทือกเขา กับจะมีหมอกหนาหลายพื้นที่ในบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงครึ่งแรกเดือนกุมภาพันธ์ลักษณะอากาศจะแปรปรวน โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น และจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน กับมีหมอกหนาหลายพื้นที่ในบางช่วง แต่ส้าหรับทางตอนบนของภาคและบริเวณเทือกเขายังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ฝั่งอ่าวไทย) ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมกราคม จะมีฝนตกชุกหนาแน่นเกือบทั่วไป โดยเฉพาะตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาวะน้้าท่วมฉับพลัน น้้าป่าไหลหลาก และน้้าล้นตลิ่งได้ในบางแห่ง ส้าหรับคลื่นลมจะมีก้าลังแรง จะมีคลื่นสูง 2 &amp;ndash; 4 เมตรในบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ฝนจะลดลง เว้นแต่ทางตอนล่างของภาค ยังคงมีฝนร้อยละ 30 &amp;ndash; 40 ของพื้นที่กับมีฝนหนักบางแห่งในบางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งทะเลอันดามัน) ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 &amp;ndash; 60 ของพื้นที่ กับมีฝนหนักบางแห่ง ส้าหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 1 &amp;ndash; 2 เมตร ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง โดยมีฝนร้อยละ 10 &amp;ndash; 20 ของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม จะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่าหรับช่วงกลางเดือนธันวาคมปลายเดือนมกราคม จะมีอากาศเย็นเป็นระยะๆ และมีอากาศหนาวในบางวัน กับจะมีหมอกหนาในบางช่วง ส่วนในช่วงครึ่งแรกเดือนกุมภาพันธ์ลักษณะอากาศจะแปรปรวน อากาศจะอุ่นขึ้น โดยจะมีอากาศเย็นในบางวัน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน

ข้อควรระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ช่วงปลายเดือนตุลาคม บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ประกอบกับในบางช่วงจะมีน้้าทะเลหนุนสูง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดน้้าท่วมและน้้าล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในเดือนธันวาคมและมกราคม บริเวณยอดดอยและยอดภูมักจะเกิดน้ำค้างแข็งขึ้นได้ กับจะมีหมอกหนาเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงควรระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ยวดยานพาหนะไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ อาจมีคลื่นกระแสลมตะวันตก เคลื่อนตัวจากประเทศเมียนมาผ่านประเทศไทยตอนบนซึ่งจะท้าให้ช่วงดังกล่าวเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118223</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c36cbbcfb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ แจ้ง ประเทศไทยสิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.64 - ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2564 ระบุว่า ประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 โดยในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน อุณหภูมิสูงตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุมแทน ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตามบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า และบริเวณยอดภูและยอดดอย จะมีอากาศเย็นถึงหนาว ต่อไปอีกระยะหนึ่ง และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุด ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94430</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์อากาศ, ฤดูร้อน, ฤดูหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_600232b5b3fb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
