<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สางปัญหาตากข้าว! กรมส่งเสริมฯสั่งการสหกรณ์เกษตรเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกพร้อมประสานธ.ก.ส.อนุมัติสินเชื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.62-นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่าขณะนี้เกษตรกรหลายจังหวัดในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ รวมถึงภาคกลางตอนบนเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวเปลือก จึงได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดเร่งสำรวจสหกรณ์การเกษตรที่เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ว่ามีสหกรณ์กี่แห่งที่เริ่มเปิดจุดรวบรวมข้าวเปลือก &amp;nbsp;และใช้เงินทุนจากแหล่งใด รวมถึงมีสหกรณ์ใดบ้างที่ไม่สามารถเปิดจุดรับซื้อข้าวได้ เนื่องจากมีปัญหาติดขัดเรื่องเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้สำหรับการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ให้รีบแจ้งกลับมาทันที เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ และขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์การเกษตรที่มีโรงสี และอุปกรณ์การตลาด ทั้งโกดัง ฉาง ลานตาก ช่วยเปิดจุดรับซื้อข้าวจากสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ ระบุด้วยว่านอกจากนี้ กรมฯยังได้ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส.) เพื่อขออนุมัติสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวให้กับสหกรณ์ไปก่อนในอัตราดอกเบี้ยปกติของ ธ.ก.ส.และเมื่อโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวเปลือกและโครงการเก็บชะลอข้าวเปลือกที่กระทรวงพาณิชย์เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบแล้ว &amp;nbsp;ธ.ก.ส.ก็จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้กับสหกรณ์ตามที่กระทรวงพาณิชย์จ่ายชดเชยมาตรการของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ ระบุด้วยว่า ทราบว่าขณะนี้อยู่ในระหว่างที่กระทรวงพาณิชย์ขออนุมัติชดเชยการดอกเบี้ยต่อกระทรวงการคลัง คาดว่าสัปดาห์หน้าคงได้รับการอนุมัติ ดังนั้น ในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.นี้ ธ.ก.ส.จะแจ้งทุกสาขาให้อนุมัติสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวให้กับสหกรณ์ไปก่อนในอัตราดอกเบี้ยปกติของ ธ.ก.ส.และเมื่อกระทรวงพาณิชย์ได้รับอนุมัติโครงการแล้ว ธ.ก.ส.ก็จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ให้กับสหกรณ์ตามที่กระทรวงพาณิชย์จ่ายชดเชย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า เหตุจากขณะนี้มีสมาชิกสหกรณ์นำข้าวมาเข้าคิวขายจำนวนมาก ส่วนใหญ่เกษตรกรจะเกี่ยวข้าวสดความชื้นเกิน 25 % มาขาย เนื่องจากไม่มีที่ตากและเครื่องอบลดความชื้น เมื่อเกี่ยวข้าวแล้วต้องขนมาขายในทันที ส่งผลให้มีรถขนข้าวเปลือกมาจอดรอคิวยาวเยียดหน้าสหกรณ์การเกษตรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสหกรณ์บางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากใช้เงินของสหกรณ์เองซึ่งมีไม่มากนัก ทำให้สหกรณ์ต้องปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก เกษตรกรจึงต้องขนข้าวไปขายให้พ่อค้าในพื้นที่ ซึ่งอาจจะถูกกดราคาเพราะต้องโดนหักค่าความชื้น &amp;nbsp;ดังนั้น ปัญหานี้จะต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว หากสหกรณ์ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมข้าวในช่วงนี้ ขอให้สหกรณ์จังหวัดประสานกับ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ได้ทันที.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์, ตากข้าวเปลือก, พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ, ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเปลือก, อธิบดีกรมส่งเสริมฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2220ade2e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เตือนชาวนาระวังแก๊งมิจฉาชีพหลอกซื้อข้าวให้ราคาสูงเกินจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ระหว่างเตรียมการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือก ปีการผลิต 2561/62 โดยจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ประกอบกับรัฐได้มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวด้านการตลาด จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร , โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวนาปีและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว , โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวนการเก็บสต็อก และโครงการสินเชื่อเพื่อสร้างยุ้งฉางให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ซึ่งอาจมีกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกลวงเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยมีพฤติกรรมในการชักจูงว่าจะรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกรในราคาสูงกว่าท้องตลาดปกติ ด้วยวิธีการหรือข้อเสนอต่างๆ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรหลงเชื่อ ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกษตรกรถูกหลอกลวง ทางจังหวัดบุรีรัมย์ จึงออกประกาศแจ้งเตือนให้เกษตรกรระมัดระวังไม่ให้ถูกหลอกลวงจากการขายข้าวเปลือก หากมีผู้รับซื้อมาชักจูงให้ราคารับซื้อที่สูงผิดปกติกว่าราคาตลาดทั่วไป หรือจ่ายเงินบางส่วนหรือจ่ายเงินเชื่อ อาจทำให้เกษตรกรถูกฉ้อโกงได้ ดังนั้น เกษตรกรที่จะขายข้าวเปลือกโปรดตรวจสอบราคารับซื้อข้าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจขาย และควรขายข้าวเปลือกที่ได้เป็นเงินสด หรือสามารถรับเงินได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ หากพบเห็นว่ามีการหลอกลวงเกษตรกร โปรดแจ้งสถานีตำรวจท้องที่ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ โทร 044-621185 , 044-613363 หรือสายด่วน 1569 เพื่อจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายธีรวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20689</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ, ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, ระวังแก๊งหลอกซื้อข้าว, ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเปลือก, สำนักงานพาณิชย์จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd13e084b208.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
