<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9ปีที่รอคอย คุกตร.ปราจีน ยัดข้อหาม.6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิพากษาคุก 1 ปี ตร.ปราจีนฯ ซ้อมยัดข้อหาเด็ก ม.6 โดยให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมปรับ 8พันบาท &amp;quot;พ่อเหยื่อ&amp;quot; เผย 9 ปีที่รอคอยพิสูจน์ลูกชายเป็นแพะ เตรียมอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องบทลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง (ในขณะนั้น) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมพวก เป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.925/2558 ว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 จำเลยได้ร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนเองรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรีนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลปราจีนบุรีได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.2561 ว่า พ.ต.ท.วชิรพันธ์ โพธิราช มีความผิดจริง ส่วน พ.ต.ท.ปัญญา เรือนดี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากพยานหลักฐานที่ได้จากการพิจารณา ศาลเชื่อว่าโจทก์ได้ถูก พ.ต.ท.วชิรพันธ์ จำเลย ทำร้ายเพื่อให้รับสารภาพจริง จึงมีความผิดตามประมวลอาญา มาตรา 157 มาตรา 200 มาตรา 295 มาตรา 309 มาตรา 301 มาตรา 391 และมาตรา 83 ให้ลงโทษฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 12,000 บาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ศาลลดโทษกึ่งหนึ่งคือ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 1 ปี ปรับ 8,000 บาท ด้วยวิชาชีพของจำเลย และไม่ปรากฏว่าจำเลย เคยถูกลงโทษมาก่อน ให้รอลงอาญา 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.ท.ปัญญา ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าได้ทำร้ายโจทก์ เพียงแต่เปิดประตูแล้วถามว่า โจทก์รับสารภาพแล้วหรือยัง อีกทั้งโจทก์ไม่ได้เบิกความว่าได้ร่วมทำร้ายโจทก์ แต่รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่โจทก์ถูกซ้อมทรมาน แต่เนื่องจากขณะที่เปิดประตูและถามว่าโจทก์รับสารภาพหรือยังนั้น ไม่ได้เห็นแจ้งว่าพูดในขณะที่โจทก์ถูกคลุมถุงที่จะทราบได้ว่าผู้พูดเป็นใคร คำให้การโจทก์จึงไม่ยืนยันพฤติกรรมการกระทำความผิดของพ.ต.ท.ปัญญา เป็นเหตุให้มีข้อสงสัย ศาลจึงยกประโยชน์ต่อความสงสัยนั้น และยกฟ้องจำเลยดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดานายฤทธิรงค์ กล่าวภายหลังรับฟังคำพิพากษาว่า เรารอคอยความยุติธรรมมาตลอด 9 ปี หวังให้ความจริงปรากฏ ครอบครัวของเราต้องเป็นเหยื่อของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำร้ายร่างกายประชาชน ซ้อมทรมานให้รับสารภาพในความผิดอาญาที่เราไม่ได้เป็นผู้กระทำ สิ่งที่ลูกชายได้พูดมาตลอดระยะเวลา 9 ปี เป็นความจริง มิได้เป็นการใส่ร้ายกล่าวหาตำรวจ ชาวบ้านธรรมดาที่ต้องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัวให้มีกินสุขสบายก็ยากลำบากแล้ว ใครจะไปกล้าให้ร้ายกล่าวหาตำรวจผู้ที่มือข้างหนึ่งถืออำนาจรัฐ และมืออีกข้างยังถือปืนกุญแจมือพร้อมด้วยกฎหมาย ชาวบ้านกลัวและไม่กล้ายุ่งเกี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำพิพากษาดังกล่าวพิสูจน์ว่าสิ่งที่ลูกชายพูดมาตลอด 9 ปีเป็นความจริง มิได้ให้ร้ายกล่าวหาตำรวจ แต่สิ่งที่ไม่เห็นพ้องคือบทลงโทษ ซึ่งก็ต้องร้องขอในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ผมมีหน้าที่ปกป้องครอบครัวและคนที่ผมรัก จึงต้องแสวงหาความยุติธรรมกลับคืนมาให้ได้&amp;rdquo; บิดานายฤทธิรงค์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19048</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.วชิรพันธ์ โพธิราช, ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร, สมศักดิ์ ชื่นจิตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4d3db7b730.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
