<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงคราว &#039;ก็พลาดตายเอง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่ไต่สวน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ &amp;nbsp;วรรคหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๓.๐๐ น. พฤหัสที่ ๗ มี.ค.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฯ นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๕.๐๐ น. .....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านคำวินิจฉัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ เป็นไปตามนั้น ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยกาล!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ &amp;quot;ตัดสินก่อนเลือกตั้ง&amp;quot; เป็นคุณกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งไทยรักษาชาติ ทั้งผู้สมัคร ส.ส. ทั้งประชาชนผู้เลือก และทั้งกระบวนการเลือกตั้ง ๒๔ มีนา ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าศาลวินิจฉัย ว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเมื่อ ๘ ก.พ.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ขัด&amp;quot; ตามประกาศประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อ ๒๘ ธ.ค.๖๑ ข้อที่ ๑๗ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด นำสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคไทยรักษาชาติจะได้สิ้นปัญหาและครหา หาเสียง หาคะแนนกันได้เต็มสูบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าวินิจฉัยว่า &amp;quot;ขัด&amp;quot; ศาลฯ มีคำสั่งอย่างใด ไทยรักษาชาติ ก็จะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่า &amp;quot;เป็นคุณกับทุกฝ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาเป็นว่า เรื่อง &amp;quot;ผลคดี&amp;quot; ไม่ต้องพูด ไว้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลฯ ในวันที่ ๗ มีนาทีเดียวเลย ซึ่งไม่นานเกินรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พูดกันได้ และควรรู้ คือ ใครบ้างในพรรคไทยรักษาชาติ ที่ต้องผูกพันกับคดีนี้ตามกฎหมาย?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช&amp;quot; ในฐานะหัวหน้าพรรค หนีไม่พ้น และคณะผู้บริหาร อีก ๑๓ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฤภพ ชินวัตร รองฯ ที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองฯ ที่ ๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองฯ ที่ ๔&amp;nbsp;
.&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาฯ พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต้น ณ ระนอง รองเลขาฯ ที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองฯ ที่ ๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ &amp;nbsp;รองฯ ที่ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรุ่งเรือง พิทยศิริ กก.บห.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กก.บห.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมุติว่า ไทยรักษาชาติถูกยุบพรรค ตามท้ายมาตรา ๙๒ กฎหมายพรรคการเมือง บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๙๔ บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียน ประกาศคําสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมาย ของพรรคการเมืองซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดํารงตําแหน่งกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะเหตุดังกล่าวไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในกําหนดสิบปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ มีผู้สงสัย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง &amp;quot;สิบปี&amp;quot; หรือตลอดชีวิตกันแน่ เพราะเห็นพูดกันหลายนัย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่า ๑๐ ปี ตามมาตรา ๙๔ กฎหมายพรรคการเมืองนี้แหละ ไม่ใช่ตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บางคนว่า &amp;quot;ถูกเพิกถอนสิทธิตลอดชีวิต&amp;quot; นั้น เป็นความเข้าใจสับสนมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ ที่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้สำหรับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าง &amp;quot;ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-บุญทรง&amp;quot; โทษอาญา จะถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ๑๔ กรรมการบริหารไทยรักษาชาติ ถ้าถูกยุบพรรค ก็จะถูกตัดสิทธิ์แค่ ๑๐ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่างที่ทักษิณบอก &amp;quot;เอาเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่นใหม่ &amp;quot;ไทยรักษาชาติ&amp;quot; ของทักษิณ อายุเฉลี่ย อย่างเก่งก็ ๓๐ ปลายๆ แก่ที่สุดก็น่า ๔๐ ต้นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว้นวรรคไป ๑๐ ปี แป๊บเดียวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕๐-๖๐ ขวบ กลับมารับคำสั่งทักษิณตั้งพรรคกันใหม่ ยังไม่สายหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ว่า อีก ๑๐ ปี ทักษิณยังจะหายใจอยู่ถึงหรือไม่เท่านั้นแหละ!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีคำถามต่อ แล้วผู้สมัคร ส.ส.เขตและ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคล่ะ จะถูกตัดสิทธิ์ด้วยมั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถูกตัดสิทธิ์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่สมัครลงแข่งทั้ง ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยรักษาชาติคราวนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลอย &amp;quot;หมดสิทธิ์&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคถูกยุบ เท่ากับไม่มี &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; อยู่ในสนามเลือกตั้ง กากบาทเบอร์ในบัตรเลือกตั้ง ก็เป็นโมฆะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครบ้างล่ะ ที่ต้องตกน้ำป๋อมแป๋มไปกับการยุบพรรค ที่คุ้นชื่อ-คุ้นหน้า ก็อย่างเช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นายจาตุรนต์ ฉายแสง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวขัตติยา สวัสดิผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญ จรรย์โกมล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคม ไวยรัชพานิช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชิต ชื่นบาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัสร์ จงสงวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธรรม แสงประทุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเหวง โตจิราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรี ศรชัย มนตริวัต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตำรวจตรี สุรสิทธิ์ สังขพงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวชญาภา สินธุไพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย...พวกปาร์ตี้ลิสต์ &amp;quot;แดงทั้งแผ่นดิน&amp;quot; ตัวเอ้ทั้งนั้น พลอยหกตกใต้ถุนไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นี่จุ๋มจิ๋มมาก สมมุติถูกยุบพรรค ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็น &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทักษิณ &amp;quot;เจ้าเล่ห์-โลภมาก&amp;quot; แตกพรรค นึกว่าเจ๋ง ที่ไหนได้ เจ๊งเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้ง ๓๕๐ เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนาส่อ &amp;quot;ฮั้วกัน&amp;quot; เพื่อไทย ส่งสมัครแค่ ๒๕๐ เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ไทยรักษาชาติ ส่ง ๑๕๐ เขต!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เขาส่งครบ ๓๕๐ เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้าไทยรักษาชาติถูกยุบ เท่ากับ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ทำนาแค่ ๒๕๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่คู่แข่ง ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ทำนากัน คนละ ๓๕๐ ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลผลิตรวมที่ได้ ยังไงๆ นา ๓๕๐ ไร่ ต้องได้ข้าวมากกว่า นา ๒๕๐ ไร่อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทย เสียพื้นที่คะแนนไป ๑๕๐ เขต เฉลี่ยความ &amp;quot;น่าจะได้&amp;quot; แต่ละเขต ตีซะว่า ๓ หมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๐,๐๐๐ X ๑๕๐ = ๔,๕๐๐,๐๐๐ คะแนนที่หายไป แตกเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขี้หมู-ขี้หมา จะได้ ๔๐-๕๐ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตกน้ำป๋อมแป๋มไปต่อหน้า ด้วยโลภและเจ้าเล่ห์ของมันแท้ๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละหนอ &amp;quot;ลิขิตฟ้า-ชะตาคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล่ห์เหนือขนาดไหน เมื่อถึงคราว &amp;quot;เจ้าก็พลาด&amp;quot; ถึงตายเอง!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30128</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณาพจน์ โจมฤทธิ์, คำวินิจฉัย, จุลพงศ์ โนนศรีชัย, ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล, นายต้น ณ ระนอง, พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ, พฤฒิชัย วิริยะโรจน์, มิตติ ติยะไพรัช, รุ่งเรือง พิทยศิริ, ฤภพ ชินวัตร, วรรษมล เพ็งดิษฐ์, วิม รุ่งวัฒนจินดา, สุณีย์ เหลืองวิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลานแม้ว&#039;โวยลั่น ภาพหลุด!ถาม&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;ไหนบอกว่ารูปตอนไปรับทราบข้อกล่าวหาเอาไว้ใช้ภายใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.62 - นายฤภพ ชินวัตร &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ผ่านเพจ เฟซบุค Knight of Shinawatra ฤภพ ชินวัตร ระบุว่าเมื่อวันอังคารที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากรณีไลน์แอดวัดค่าฝุ่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ &amp;nbsp;และยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา โดยการจัดทำไลน์แอดดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบถึงปริมาณฝุ่นที่เป็นอันตรายหรือไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกระบวนการสอบสวนเป็นไปตามปกติ &amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและวีดีโอไว้ &amp;nbsp; ซึ่งผมได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่า &amp;nbsp;ปกติมีการถ่ายภาพและวีดีโอหรือไม่ &amp;nbsp;พนักงานตอบว่าถ่ายภาพเพื่อใช้เป็นการภายใน &amp;nbsp;ทั้งนี้ในช่วงเย็นวันนั้น &amp;nbsp;ได้เห็นการสัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กับสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย &amp;nbsp; และพบว่าภาพที่เจ้าหน้าที่ถ่ายไว้เพื่อใช้เป็นการภายใน &amp;nbsp;ถูกนำออกมาเผยแพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฤภพ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า &amp;nbsp; เหตุใดภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่สำหรับการใช้เป็นการภายในจึงถูกเผยแพร่สู่สาธาณชนโดยที่ผมไม่ได้ยินยอม &amp;nbsp; เพราะภาพที่เผยแพร่ออกไป &amp;nbsp;เสมือนตนเป็นผู้ต้องหาที่กระทำความผิดสำเร็จแล้ว &amp;nbsp; ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม &amp;nbsp;สร้างความเสียหายให้กับตนและพรรคเป็นอย่างมาก &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมตั้งคำถามว่า &amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวเสมือนเป็นไปเพื่อดิสเครดิต &amp;nbsp;หรือเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ &amp;nbsp;โดยตามคำสั่ง ตร.ที่ 465/2550 เรื่องการปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชนฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุใดแอปพลิเคชั่นในลักษณะเดียวกันจึงไม่โดนตรวจสอบ &amp;nbsp;ทั้งที่ในช่วงเวลาเดียวกันมีแอปพลิเคชั่นแบบเดียวกันจำนวนมาก แต่เหตุใดจึงเลือกตรวจสอบของผมคนเดียว &amp;nbsp;เป็นเพราะผมเข้ามาเล่นการเมือง &amp;nbsp;จึงโดน [http://พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์]พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือเป็นเพราะผมนามสกุลชินวัตร&amp;rdquo; นายฤภพ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29708</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.คอมพ์, รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ, ฤภพ ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190222/image_big_5c6fc3be9c974.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลานแม้ว&#039;ปั้นเท็จค่าฝุ่น &#039;ปอท.&#039;เชือดผิดพรบ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลานทักษิณ-รองหัวหน้า ทษช.&amp;quot; รับทราบข้อหา บก.ปอท.ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ฐานเปิดเว็บไซต์ตรวจสอบฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นเท็จหลังแถลงผ่านเพจ &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; เปิดตัวแอปพลิเคชัน แถมขอพิกัดจีพีเอสของเครื่องที่ใช้งาน มีคนหลงเชื่อจำนวนมาก &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ยัน &amp;quot;ฤภพ&amp;quot; เป็นเจ้าของเว็บไซต์จริง ปัดเอี่ยวการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท. ) นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.), พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในฐานความผิดตามมาตรา 14 (2) ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หลังทางพนักงานสอบสวนทำการออกหมายเรียกไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทันทีที่นายฤภพมาถึง ตำรวจได้เชิญตัวเข้าห้องประชุมเพื่อสอบปากคำ ขณะที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายเรียก เมื่อเสร็จสิ้นได้ปล่อยตัวไปชั่วคราวโดยไม่ได้ควบคุมตัวไว้แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้เจ้าตัวได้ยื่นขอให้มีการเพิ่มพยานในสำนวน เบื้องต้นให้การปฏิเสธตามข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. เฟซบุ๊กแฟนเพจของ &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; ได้แพร่ภาพคลิปสดใช้หัวข้อว่า &amp;quot;ถ่ายทอดสด ทษช. แถลงข่าวปัญหาฝุ่นละออง ภัยเงียบที่ทำร้ายคนกรุงเทพมหานคร&amp;quot; โดยมี นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค ทษช. เป็นผู้เปิดตัวและอธิบายการใช้แอปพลิเคชันไลน์ตรวจค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ โดยให้ไลน์แอด @TSNREPORT&amp;quot; เมื่อแอดไลน์ดังกล่าวได้ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ https://tsntalk.com/pm25 ซึ่งแจ้งว่าสามารถตรวจสอบข้อมูลค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ในเขตกทม.ได้ โดยการกดเข้าไปยังที่อยู่ของเว็บไซต์ดังกล่าว นอกจากนี้ยังอธิบายว่าระบบจะขอพิกัดจีพีเอสของเครื่องที่ใช้งาน และจะแสดงข้อมูลค่าฝุ่น ณ จุดนั้นให้ทราบ ทำให้มีผู้ให้ความสนใจเข้าติดตามจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจ ศปอส.ตร.และ บก.ปอท.ได้ตรวจสอบก็พบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการรายงานค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ในสถานที่ต่างๆ ตามโลเกชั่นแบบเป็นเท็จ เนื่องจากตำแหน่งที่มีการรายงานค่าฝุ่นไม่มีการวัดค่าตำแหน่งนั้นจริงๆ แต่นำค่าฝุ่นจากตำแหน่งอื่นที่เป็นพื้นที่ใกล้เคียงมาอ้างอิงว่าเป็นค่าฝุ่นในตำแหน่งนั้นแทน เข้าข่ายทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดความตื่นตระหนก เป็นความผิดฐาน &amp;quot;นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&amp;quot; จึงได้ออกหมายเรียก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกนายฤภพในฐานะเป็นผู้ต้องหาในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 (2) จากกรณีเรื่องค่าฝุ่นมลพิษที่ไม่เป็นจริงตามที่ได้ระบุไว้ ตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีนายฤภพเป็นผู้ดำเนินการ จึงมอบหมายให้ออกหมายเรียกทันที การนำสื่อออนไลน์ไปใช้ในการเลือกตั้งสามารถทำได้ แต่ต้องใช้ในทางที่ถูกกฎหมายให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต้องไม่ทำให้คนเกิดความสับสนหรือตื่นตระหนก คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายฤภพ ชินวัตร เป็นบุตรชายของนายพายัพ ชินวัตร ซึ่งเป็นน้องชายนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานการณ์คุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 19 ก.พ. สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ณ เวลา 08.00 น. ในภาพรวมพบว่าปริมาณฝุ่นละอองลดลงจากเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก-ดี ส่วนสถานการณ์ PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพมหานคร จุดตรวจวัด 24 จุด พบว่าปริมาณฝุ่นละออง (PM 2.5) ตรวจวัดได้ 7-26 &amp;nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่า ไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. และพบคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเขียว (ระดับดี) จำนวน 1 เขต คือ เขตวังทองหลาง และระดับสีฟ้า (ดีมาก) จำนวน 23 เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2562 เวลา 05.00 น. พบว่า ภาคเหนือมีปริมาณ PM 2.5 และปริมาณ PM 10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ใน 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่) และลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 52-55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 79-86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 104-111&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 2 จังหวัดดังกล่าว ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรมให้กำหนดช่วงเวลา จัดระเบียบการเผา และประกาศเขตห้ามเผา ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ภายหลังจากที่มีฝนตกลงมาทั่วทั้ง 26 อำเภอ ส่งผลให้สภาพอากาศขณะนี้ดีขึ้นอย่างมาก โดยวันนี้วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI อยู่ที่ 100 ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 อยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับคุณภาพอากาศปานกลาง และแตะระดับสีเหลืองแล้ว ซึ่งจากค่าดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มที่สามารถออกทำกิจกรรมกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า แม้สถานการณ์วันนี้จะอยู่ในระดับที่ดีมากหลังจากที่ทุกหน่วยงานได้เปิดปฏิบัติการปราบฝุ่นมาตลอดทั้งช่วงสัปดาก์ที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและคุมเข้มมาตรการป้องกันฝุ่นอย่างนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป เนื่องจากวันที่ 21 ก.พ.ที่จะถึงนี้ จะเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้ค่าความชื้นในอากาศลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะเข้าไปแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาในจุดที่เป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละออง โดยส่วนใหญ่พบว่ามาจากการเผาอ้อยและตอซังข้าว และยังมีหลายจุดที่ไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์ คือเกิดจากการไหม้เองตามธรรมชาติ ซึ่งผมก็ต้องขอขอบคุณประชาชนจิตอาสาที่ได้เข้าไปทำการดับไฟในหลายจุด พร้อมทั้งนำโดรนดับไฟเข้ามาช่วยเสริมในการดับไฟป่าอีกทางหนึ่งด้วย&amp;quot; ผวจ.ขอนแก่นกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29519</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ทักษิณ ชินวัตร, พายัพ ชินวัตร, ฤภพ ชินวัตร, สมศักดิ์  จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6c1b0ab92ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลานแม้ว-รองหัวหน้าทษช.เข้ารับทราบข้อหาผิดพ.ร.บ.คอมพ์ เผยแพร่เว็บไซต์ตรวจฝุ่นละอองPM2.5เป็นเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ. 62 - ที่บก.ปอท. นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรองผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในฐานความผิดตามมาตรา14(2) ของ พรบ.คอมพิวเตอร์ หลังทางพนักงานสอบสวนทำการออกหมายเรียกไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทันทีที่ นายฤภพ มาถึงตำรวจได้เชิญตัวเข้าห้องประชุมเพื่อสอบปากคำ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายเรียก เมื่อเสร็จสิ้นได้ปล่อยตัวไปชั่วคราวโดยไม่ได้ควบคุมตัวไว้แต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้เจ้าตัวได้ยื่นขอให้มีการเพิ่มพยานในสำนวน เบื้องต้นให้การปฎิเสธตามข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. เฟซบุ๊กแฟนเพจของ &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; ได้แพร่ภาพคลิปสดใช้หัวข้อว่า &amp;quot;ถ่ายทอดสด ทษช. แถลงข่าวปัญหาฝุ่นละออง ภัยเงียบที่ทำร้ายคนกรุงเทพมหานคร&amp;quot; โดยมี นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ เป็นผู้เปิดตัวและอธิบายการใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ตรวจค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ โดยให้ ไลน์แอด @TSNREPORT&amp;quot; เมื่อแอดไลน์ดังกล่าวได้ลิ้งค์ไปยังเว็บไซต์ https://tsntalk.com/pm25
ตรวจค่าฝุ่น By ทษช. :: สายตรงไทยรักษาชาติ
ตรวจค่าฝุ่น By ทษช. ณ จุดวัด
tsntalk.com
&amp;nbsp;ซึ่งแจ้งว่าสามารถตรวจสอบข้อมูลค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ในเขต กทม.ได้ โดยการกดเข้าไปยังที่อยู่ของเว็บไซต์ดังกล่าว นอกนี้ยังอธิบายว่าระบบจะขอพิกัดจีพีเอสของเครื่องที่ใช้งาน และจะแสดงข้อมูลค่าฝุ่น ณ จุดนั้นให้ทราบ ทำให้มีผู้ให้ความสนใจเข้าติดตามจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาตำรวจ ศปอส.ตร.และบก.ปอท.ได้ตรวจสอบก็พบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการรายงานค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ในสถานที่ต่างๆตามโลเคชั่น แบบเป็นเท็จ เนื่องจากตำแหน่งที่มีการรายงานค่าฝุ่นไม่มีการวัดค่าตำแหน่งนั้นจริงๆ แต่นำค่าฝุ่นจากตำแหน่งอื่นที่เป็นพื้นที่ใกล้เคียงมาอ้างอิงว่าเป็นค่าฝุ่นในตำแหน่งนั้นแทน เข้าข่ายทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเกิดความตื่นตระหนก เป็นความผิดฐาน &amp;quot;นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&amp;quot; จึงได้ออกหมายเรียก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เจ้าห้าที่ออกหมายเรียกนายฤภพในฐานะเป็นผู้ต้องหาในความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ตามมาตรา14(2) จากกรณีเรื่องค่าฝุ่นมลพิษที่ไม่เป็นจริงตามที่ได้ระบุไว้ ตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีนายฤภพเป็นผู้ดำเนินการ จึงมอบหมายให้ออกหมายเรียกทันที การนำสื่อออนไลน์ไปใช้ในการเลือกตั้งสามารถทำได้แต่ต้องใช้ในทางที่ถูกกฎหมายให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ต้องไม่ทำให้คนเกิดความสับสนหรือตื่นตระหนก คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีทุกราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29484</URL_LINK>
                <HASHTAG>บก.ปอท., ฤภพ ชินวัตร, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6bcff1acf19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทษช.สู้!ยันไม่กดดันศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ทษช.&amp;quot; ประชุมยกร่างคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหายุบพรรค &amp;quot;ปรีชาพล&amp;quot; ลั่นไม่มีเกมใต้ดินกดดันศาล &amp;quot;เรืองไกร-เสรีฯ&amp;quot; บุก กกต.ตามจี้ฟันพรรคพลังประชารัฐด้วย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันลงพื้นที่ทำหน้าที่นายกฯ ไม่ใช่หาเสียง &amp;quot;ศาล&amp;quot; เผยรับคำร้องคดีเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว 23 คดี พรรคการเมืองเดินหน้าหาเสียงคึกคัก &amp;nbsp;&amp;quot;พปชร.&amp;quot; เปิดแคมเปญ &amp;quot;30 วันคาราวานสร้างชาติ&amp;quot; เพื่อไทย &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ลุยอุบลฯ ชูแก้ราคาเกษตรตกต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) วันที่ 18 ก.พ. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค อาทิ นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค, นายต้น ณ &amp;nbsp;ระนอง, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค เดินทางมายังที่ทำการพรรคเพื่อประชุมพิจารณายกร่างคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากรณียุบพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า หลังจากได้รับคำร้องจากศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 14 ก.พ. พรรคได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหายุบพรรค ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญให้ความเมตตาโดยให้เวลามา 7 วัน ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาฝ่ายกฎหมายได้เตรียมการยกร่างซึ่งใกล้จะเรียบร้อยแล้ว โดยพยายามจะทำให้ทัน หลังจากนี้จะนำเข้าสู่การหารือและประชุมร่วมกันกับคณะกรรมการบริหารเพื่อหาข้อสรุป เพื่อเป็นคำชี้แจงที่จะยื่นแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ทันตามกรอบเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติกล่าวว่า ในการเตรียมพยานบุคคลและพยานหลักฐานคงต้องมีทั้ง 2 &amp;nbsp;ส่วน ซึ่งเราได้พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคชัดเจนว่า การดำเนินการในคดียุบพรรคนั้นเราจะชี้แจง และดำเนินการในชั้นศาลเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะไม่มีการนำเรื่องของการยุบพรรคมาพูดข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการใต้ดินหรือบนดินก็ตามที่กดดันศาล พวกเราตรงไปตรงมา สิ่งที่เราทำก็ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความตั้งใจที่ดี ดังนั้นเราพร้อมและน้อมรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พวกเราคุยกันชัดเจนเราห่วงภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น เพราะหลายฝ่ายอาจจะมีทั้งที่หวังดีและหวังไม่ดี เกรงว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ ดังนั้นจุดยืนของพรรคไทยรักษาชาติเราย้ำจะดำเนินการในระบบเท่านั้น ไม่มีนอกระบบโดยเด็ดขาด&amp;quot; หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;(พปชร.) จาก 3 ประเด็นที่ได้ยื่นมาก่อนหน้านี้ โดย กกต.ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับที่ยื่นยุบพรรค ทษช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้เห็นคำร้องยุบพรรค ทษช.ที่ กกต.ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว อ้างเหตุย้อนแย้งกันเอง โดย กกต.อ้างเพียงว่า กกต.ไม่รับพิจารณาแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ทษช. แต่กลับใช้กฎหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 ว่า ทษช.กระทำการเป็นปฏิปักษ์ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค แต่ขณะเดียวกันกลับใช้มาตรา 14 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค แต่เรื่องที่ผมให้สอบ พปชร. 3 เรื่องล้วนแล้วแต่เป็นความผิดที่เข้าข่ายยุบพรรคชัดเจนยิ่งกว่า&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว
ตามบี้ กกต.ยุบ &amp;#39;พปชร.&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรค ทษช.ผู้นี้ระบุว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. เข้าข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ พปชร.กลับเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตของพรรค เท่ากับกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ส่วนนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรคก่อนเป็นสมาชิก ถือว่าเป็นบุคคลภายนอกตามมาตรา 28 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่เข้าข่ายครอบงำพรรค ผิดมาตรา 92 วรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค เช่นเดียวกับกรณีโต๊ะจีนถือว่าเข้าข่ายเป็นการแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน เข้าข่ายขัดหลักการจัดตั้งพรรคการเมือง มาตรา 20 (2) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นคำร้องยุบพรรค ทษช.แล้วไม่ห่วงความเป็นบัญชีรายชื่อของตัวเอง และไม่ห่วงว่าพรรคจะถูกยุบ โดยเห็นขั้นตอนการเสนอเรื่องของ กกต.แล้วไม่มีการสืบสวน หรือให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรวบรวมพยานหลักฐานเสนอความเห็นให้ กกต.ลงมติ เมื่อเป็นการข้ามขั้นตอน ผมจึงไปศึกษาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งศาลยกเรื่องขั้นตอนที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่มีการรวบรวมพยานหลักฐานมาเป็นสาระสำคัญในการยกคำร้องมาแล้ว แต่ในคำร้องของผมในวันนี้ ขอให้ กกต.อย่าทำข้ามขั้นตอน เพราะต้องการให้การเสนอยุบพรรค พปชร.เกิดความสมบูรณ์&amp;quot; สมาชิกพรรค ทษช.ผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็เดินทางมายื่นหนังสือต่อ &amp;nbsp;กกต.ขอให้ยุบพรรค พปชร. โดยให้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับการยุบพรรค ทษช. โดยระหว่างการเข้ายื่นครั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้เจอกับนายเรืองไกรและสวัสดีทักทายกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า กกต.ใช้เวลาเพียง 4-5 วันก็สามารถเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค พปชร.ได้ การเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช.เป็นแคนดิเดตนายกฯ เข้าข่ายความผิดเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 (2) เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 ถือเป็นกบฏ ถ้าไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษต้องได้รับโทษจำคุกหรืออาจถูกประหารชีวิตไปแล้ว อีกทั้งเข้าข่ายเป็นผู้ไม่เลื่อมใสต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แล้วพรรค พปชร.ก็ยังมาเสนอชื่อให้มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีของพรรคไทยรักษาชาติ 3 วันทำเสร็จ ถ้าผมยื่นจะทำหรือไม่ ข้อหาเดียวกันด้วย ถ้าไม่ทำก็จะดำเนินคดี กกต.ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในมาตรา 157&amp;quot; หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายยื่นเรื่องให้ยุบพรรค พปชร.เนื่องจากเสนอชื่อตนเองเป็นแคนดิเดตนายกฯ อาจเข้าข่ายอำนาจทับซ้อน เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยว่า ข้อเสนอยุบพรรคเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ กกต.ทำวันนี้ตนก็สอบถามแล้วว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งเขาก็สอบถาม กกต.มาแล้ว ถ้ากฎหมายทำได้ก็ทำไป
มั่นใจไม่ได้ทำผิด กม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจราชการมีประชาชน กองเชียร์มามอบดอกไม้ ถ่ายรูป ชูป้าย ในความคิดของตนไม่เห็นเกี่ยวข้องกับการเมืองตรงไหน เพราะเขามาให้กำลังใจนายกฯ ไม่เกี่ยวกับใคร พวกหาเสียงก็ไปหาเสียงของเขาไปคนละเรื่อง อย่าเอามาพันกัน การจะพูดให้เสียหายพูดได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ตอนนี้ตนยังทำงานอยู่ การที่ลงพื้นที่แล้วประชาชนตอบรับการทำงานก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร อย่าไปโยงเป็นการเมืองทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ผมรู้สึกว่าเราต้องทำต่อหรือเปล่าในเมื่อมีคนสนับสนุนให้ผมได้ทำต่อ ก็ต้องขอบคุณเขา อะไรที่ผมจะทำให้ได้ ช่วยได้เพื่อประเทศของผม ของพวกเรา ผมก็ทำ ถ้ามันเป็นไปได้ อยู่ที่ว่าประชาชนจะเลือกเท่าไหร่อย่างไร เป็นเรื่องของประชาชน ผมคาดหวังแต่เพียงว่าก่อนการเลือกตั้งบ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อย วันนี้ยังไม่ใกล้เลือกตั้งเลยก็มีการหาเสียงรุมด่ารัฐบาล ด่าผม เล่นงานผมกันเกือบทุกพรรคเลย &amp;nbsp;ผมถามว่ามันใช่ไหมเนี่ย ผมต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง แสดงว่าคนเหล่านี้ไม่ต้องการให้สงบหรืออย่างไร ผมไม่รู้ และหลังการเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นอีก ก็ต้องคาดการณ์ตรงนู้น ถ้าเราทำวันนี้ให้ปลอดภัยสงบเรียบร้อยไม่ได้ วันหน้ามันก็เกิดขึ้นอีก มันก็เกิดขึ้นอย่างที่เคยเกิดมา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง ความมีเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างที่บอก ต่างประเทศเขายอมรับ แต่เขามองว่าตนมาอย่างนี้ เขาก็มีความรู้สึกว่ามาอีกทางตามรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ผ่านการเลือกตั้ง ตามกฎหมาย ตนก็มาตามนั้น ถ้ามันได้ก็คือได้ ไม่ได้ก็คือจบแค่นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีหลายพรรคการเมืองมีนโยบายงบประมาณที่ต่างจากปัจจุบัน นายกฯ กล่าวว่า ถึงเวลาเขาหาเสียงมาแล้ว สมมติว่าได้เข้ามาก็มีปัญหาในการใช้จ่ายงบประมาณข้างใน ต้องมาผ่านกฎหมาย พ.ร.บ.การเงินการคลัง ผ่านเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณ ทำได้ไม่ได้แค่ไหนก็ต้องมาดีเบตกันอยู่ใน ครม.ในสภา ไม่ได้ให้ทั้งหมด ถ้ารวมแล้วเงินมหาศาลจะเอาเงินจากที่ไหน เราก็ยังหาเงินได้เท่านี้ เข้าใจหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากพี่น้องประชาชนช่วยคิดด้วย โอเคทุกพรรคอาจจะมีความหวังดี แต่ความจะเป็นไปได้หรือไม่ได้อยู่ที่ ครม.อยู่ที่สภาเป็นผู้อนุมัติแผนงานโครงการดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งตรงนี้เราได้ทำยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทไปแล้ว ต้องอยู่ในกรอบทั้งหมด ไม่เกินวงเงินงบประมาณที่เรามีอยู่ ไม่เสียเรื่องระบบการเงินการคลัง&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ส.ภายหลัง กกต.ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า จากข้อมูลมีคดีที่ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 16 ก.พ.จำนวน 7 เรื่อง วันที่ 17 ก.พ.จำนวน 16 เรื่อง 2 วันรวมกันมี 23 เรื่อง ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีส่วนใหญ่ที่มีการร้องเข้ามาทั้ง 2 วันแรก เป็นคดียื่นคำร้องกรณีพรรคที่ผู้ร้องเป็นสมาชิกไม่ดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดตามมาตรา 145 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ส่วนที่เหลือก็จะเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคเดียวน้อยกว่า 90 วัน &amp;nbsp;(ลาออกจากพรรคเดิมแล้วมาเป็นสมาชิกพรรคใหม่), ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเลย และเป็นสมาชิกพรรคมากกว่า 1 พรรคการเมือง&amp;quot; โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองต่างๆ ในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ที่พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเกี่ยวกับการเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งระหว่างวันที่ 21 ก.พ.- 22 มี.ค.ว่า พรรคจะเปิดแคมเปญ &amp;quot;30 วันคาราวานสร้างชาติกับพลังประชารัฐ&amp;quot; จะมีทีมผู้บริหารระดับสูงของพรรคเดินทางไปช่วยผู้สมัครหาเสียงในภาคต่างๆ &amp;nbsp;ของประเทศไทยในลักษณะคาราวาน
คึกคักเดินสายหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเริ่มที่ จ.ชัยนาท ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ โดยจะพูดเรื่องข้าวเป็นหลัก ส่วนวันที่ 24 ก.พ.ที่ จ.สมุทรปราการ จากนั้นจะไปตามภาคต่างๆ รวมถึง กทม. ในลักษณะสัญจรตามภูมิภาคแบบต่อเนื่อง &amp;nbsp;บางที่ก็จะไป 4-5 วันเพื่อพบประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้บริหารของพรรคได้พบกับประชาชน พร้อมทั้งเสนอนโยบายดีๆ ต่อประชาชน ขอให้ติดตาม ถือเป็นการเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ เพราะเรามีความพร้อมหมดแล้ว ทั้งผู้สมัคร ส.ส. นโยบายและตัวของนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ เราจึงต้องลงไปสู้พื้นที่ในโค้งสุดท้าย 30 วันจากนี้ไป&amp;quot; นายกอบศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โฆษกพรรค พปชร.ยืนยันว่า แม้จะมีผู้ร้องให้ยุบพรรคก็ไม่ได้มีความกังวล เรามั่นใจทำทุกอย่างตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้ว ไม่ติดใจและไม่กังวลใดๆ เราจะเดินหน้าหาเสียง นำนโยบายไปให้ประชาชน รับฟังปัญหาของเขา และมั่นใจว่าเราจะเป็นพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งสุโขทัย เขต 2 ลงพื้นที่พบปะประชาชน อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้เราเน้นการลงพื้นที่พบกับชาวบ้านให้เข้าถึงในทุกพื้นที่ก่อน เราจะได้รับรู้ปัญหาและข้อเสนอต่างๆ เพื่อนำมาปรับเป็นนโยบายในอนาคต ซึ่งเรามีแผนที่จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สุโขทัยในวันที่ 14 มี.ค.นี้ คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาร่วมรับฟังเราอย่างล้นหลามถึงหลักหมื่นคนอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุบลราชธานี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรค ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 อุบลราชธานีหาเสียง โดยได้เน้นย้ำนโยบายพรรคเพื่อไทยทำได้จริง พร้อมกับขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาแก้ปัญหาให้คนไทยอีกครั้ง โดยมีประชาชนชาวอำเภอเดชอุดมกว่า 5,000 คนให้ความสนใจรับฟังการนำเสนอนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นความทุกข์ของประชาชน เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ หากมีโอกาสกลับมาทำงานราคาพืชผลทางการเกษตรจะขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในเวลา 6 เดือน ขณะเดียวกันต้องมีการพักชำระหนี้ในทันที จากนั้นต้องทำให้ราคาดีอย่างยั่งยืน ผ่านกองทุนปรับหน้าดินที่เน้นผลิตสินค้าคุณภาพและมีราคา โดยไม่ต้องผลิตมากเหมือนในอดีตอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บัตรสวัสดิการต่างๆ ที่ประชาชนเคยได้รับ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าหากได้มาเป็นรัฐบาลยังสนับสนุนต่อไป และจะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กิจกรรมลงพื้นที่ของพรรควันที่ 19-20 ก.พ.นี้ จะลงพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล วันที่ 21 ก.พ.จัดปราศรัยใหญ่ที่สตูล วันที่ 22 ก.พ.นายจตุพรจะไปร่วมดีเบตที่ ม.เชียงใหม่ วันที่ 24 ก.พ.ที่สกลนคร และวันที่ 25 ก.พ.ที่มหาสารคาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29437</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, ฤภพ ชินวัตร, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6ac29065963.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา!ศาลยุบทษช. กกต.ชี้ปรปักษ์การปกครอง ปรีชาพลตีมึนไม่รู้ความผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.มีมติเอกฉันท์ยื่นศาล รธน.ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ระบุการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &amp;nbsp; ตาม ม.92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ศาล รธน.นัดพิจารณา 14 ก.พ.นี้จะรับคำร้องหรือไม่ ขณะที่ ทษช.ดิ้นยื่น กกต.เบรกลงมติส่งศาล รธน. แต่ไม่ทันอ้างขอใช้สิทธินำหลักฐานเข้าแก้ข้อกล่าวหา ครวญไม่ควรรวบรัดตัดสินเหมือนลงโทษประหารชีวิตก่อนวันเลือกตั้ง อดีต กรธ.ชี้หากศาลยุบก่อนเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส.เป็นโมฆะ กก.บห.เจอโทษหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เวลา 10.40 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ แกนนำพรรค ทษช. นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค, นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค, นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค, น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค เดินทางเข้ามาประชุมที่พรรค เพื่อหารือกันถึงสถานการณ์ทางการเมือง การเตรียมความพร้อมของเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่จะต้องนำไปชี้แจงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ท่ามกลางกระแสข่าวมีมติยุบพรรค ทษช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยระหว่างเดินเข้าพรรค มีวัยรุ่นชายดักรอมอบดอกกุหลาบสีชมพู พร้อมจับมือให้กำลังทั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพลกล่าวถึงกรณี กกต.จะยุบพรรคว่า &amp;nbsp; กระแสข่าว กกต.พิจารณาเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว และจะมีการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณายุบพรรค ทษช. ทางตนและทีมกฎหมายของพรรคก็มีความกังวลใจว่าความเป็นจริงตามมาตรา 93 พ.ร.ป.พรรคการเมือง กกต.มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน และเป็นหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาที่จะต้องชี้แจง ทั้งเหตุผล ตลอดจนข้อกฎหมายและพยานต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสู้คดี แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการให้เราไปชี้แจงแต่อย่างใด เราคิดว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญที่เราจะต้องมีสิทธิในการแสดงพยานหลักฐานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเตรียมพยานบุคคล จะมีพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ด้วยหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องปรึกษากับทางฝ่ายกฎหมายก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน หากได้ข้อสรุปอย่างไรจะได้นำเรียนต่อสื่อมวลชนต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชิต ชื่นบาน ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรค ทษช. กล่าวว่า กรณีเตรียมพยานหลักฐานที่จะยื่นกับทาง กกต. ทางพรรคเตรียมทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร วันเดียวกัน ฝ่ายกฎหมายของพรรค ทษช.ได้ไปยื่นหนังสือกับทาง กกต. และ กกต.รับเรื่องเอาไว้ เราขอโอกาสให้ฟังความทุกฝ่าย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในหลักนิติรัฐ นิติธรรม และหลักสากล การร้องให้ยุบพรรค ทษช. คือการประหารชีวิตพรรค จึงขอวิงวอนต่อ กกต. ตามบทบัญญัติรัฐธรรมมนูญ มาตรา 3 วรรค 2 ว่าการใช้อำนาจรัฐต้องยึดหลักนิติธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พยานบุคคลจะรวมถึงทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ด้วยหรือไม่ นายพิชิตกล่าวว่า ขอยังไม่ตอบ เป็นเรื่องที่คณะกฎหมายจะต้องปรึกษาหารือกันต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญ ข้อกล่าวหายังไม่มี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากที่สุดแล้ว กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรธน.ยุบพรรค จะเดินหน้าอย่างไรต่อไป นายพิชิต กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายได้เตรียมการพร้อมหมดแล้วเราจะใช้สิทธิตามกฎหมายที่พึงมีในทุกๆ ศาล ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่การท้าทาย แต่เป็นการวิงวอนขอความเป็นธรรม ให้พรรคมีโอกาส ตามหลักการฟังความทุกฝ่ายยืนยันว่า กกต.ทั้ง 7 คนทราบดี และเป็นไปไม่ได้ที่จะประหารชีวิตพรรคการเมืองหรือยุบพรรคการเมือง แล้วไม่ฟังความอีกฝ่ายเลย
ดิ้น!ขอชี้แจง กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายสุรชัย ชินชัย คณะทำงานด้านกฎหมายพรรค ทษช. เข้ายื่นหนังสือถึงประธานกกต. ขอให้ กกต.ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม โดยนายสุรชัยกล่าวว่า หาก กกต.จะดำเนินการพิจารณาและมติดังกล่าว อย่างน้อยควรให้โอกาสไต่ถามว่าสาเหตุที่กระทำไปมีเจตนาอย่างไรและมีพยานหลักฐานใดจะเข้าชี้แจงบ้าง การเร่งรีบรวบรัดตัดสินเป็นเหมือนการนำพรรค ทษช.ออกไปจากสนามก่อนการลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ต่างอะไรกับการลงโทษประหารชีวิตก่อนที่จะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. การไต่สวนสอบสวนชี้ขาดการกระทำความผิดของพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต.ต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้รอบด้าน จะฟังความฝ่ายเดียวโดยไม่ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาให้ได้ชี้แจงแสดงหลักฐานไม่ได้ เพราะจะขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีกทั้งรัฐธรรมนูญก็ยังให้การคุ้มครองเสรีภาพโดยกำหนดไว้ในมาตรา 4 แม้แต่ผู้ต้องหาในคดีอาญาก็ยังมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าต่อสู้คดีจนถึงที่สุด จึงต้องขอโอกาสให้กับพรรคได้ใช้สิทธิตามกฎหมาย &amp;nbsp;อย่างน้อยควรจะให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศที่มีสิทธิเลือกตั้งได้มีโอกาสไปใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน เพราะการเลือกตั้งได้ห่างหายนานหลายปี เนื่องจากเรื่องนี้กระทบกับพรรคและสมาชิกพรรคทั่วประเทศ ทั้งนี้ หาก กกต.เปิดโอกาสให้พรรคเข้าชี้แจงแสดงหลักฐาน ฝ่ายกฎหมายของพรรคก็พร้อมจะนำพยานบุคคลเข้าชี้แจง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เตรียมข้อกฎหมายอะไรในการต่อสู้ นายสุรชัยบอกว่า จะขอใช้ความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ ในการต่อสู้ รวมทั้งยืนยันว่าพรรคปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ กกต.และรัฐธรรมนูญ เมื่อถามต่อว่าถ้าตัดสินก่อนการเลือกตั้งพรรคไม่ยอมรับใช่หรือไม่ นายสุรชัยกล่าวว่า ก็สุดแท้แต่การใช้อำนาจ แต่สิ่งที่เรามาเสนอคือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ บทที่ 1 สิทธิเสรีภาพย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้เข้ายื่นหนังสือขอให้ กกต.ยุติการพิจารณาเรื่องยุบพรรคทษช. โดยระบุว่า การดำเนินการของ กกต.เป็นการเร่งรัดและเร่งรีบเกินไป หากเปรียบเทียบกับการแข่งกีฬา หากนักกีฬา แพ้ตกรอบก็ถือว่าจบ ไม่ควรไปประหารชีวิตนักกีฬาอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาสำนักงาน กกต.แจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2562 กกต.ได้พิจารณากรณีพรรคไทยรักษาชาติมีหนังสือแจ้งรายชื่อบุคคลเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี 1 ราย และเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ตามมาตรา 92
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง และผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ยื่นคำร้องและดำเนินคดี ตลอดจนมีอำนาจในการดำเนินกระบวนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญแห่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เดินทางไปยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
14ก.พ.ศาลรับคำร้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 12.40 น. ภายหลัง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 12 ก.พ. ส่วนรายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่ชี้แจงกับสื่อมวลชน ส่วนคำร้องที่ฝ่ายกฎหมายของพรรค ทษช.ยื่นขอส่งหลักฐานแก้ข้อกล่าวหานั้น จะรวบรวมส่งให้ประธาน กกต.พิจารณาเพื่อเข้าสู่ที่ประชุมต่อไป จากนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ได้โบกมือลาและเดินทางออกจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น เวลา 14.15 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารชี้แจงว่า เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการ กกต.ให้มายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณี กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้ในทางธุรการ และอยู่ระหว่างการตรวจคำร้อง โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะเสนอคำร้องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ทำการพรรค ทษช. ร.ท.ปรีชาพล พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค แถลงต่อสื่อมวลชนกรณีที่ กกต.มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค โดย ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ขณะนี้เราทราบว่าขั้นตอนอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่คำร้องเราก็ยังไม่เห็น หากทราบรายละเอียดแล้วจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 15.00 น. จะมอบให้ฝ่ายกฎหมายไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอใช้สิทธิรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อชี้แจงพยานหลักฐาน เพราะขณะนี้เรายังไม่รู้ว่า กกต.ร้องหรือตัดสินเราด้วยเรื่องอะไรข้อหาใด เรายังงงๆ ว่าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา กระบวนการเป็นไปด้วยความรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการเดินหน้าหาเสียงหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ขณะนี้ทีมหาเสียงของเราที่แบ่งเป็น 7 ทีม ยังลงพื้นที่อยู่อย่างต่อเนื่อง และผู้ประสานของพรรคก็ประสานงานกับ ส.ส.โดยตลอด ส่วนแกนนำพรรคในส่วนกลางจะพิจารณาเรื่องการลงพื้นที่ในอาทิตย์หน้า ยืนยันว่าพรรคต้องเดินหน้าต่อ เพราะเราเป็นความหวังของผู้สมัคร และประชาชน เราพร้อมลงสนามเลือกตั้ง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากให้เกิด ยืนยันเราตั้งใจดี ไม่มีใครปรารถนาร้าย ขอยืนยันคำเดินว่าเราบริสุทธิ์ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแผนสำรองหากพรรคถูกยุบหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า มันคงเร็วเกินไปที่จะไปพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการก่อน หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกที ณ วันนี้ ความสิ้นสุดของพรรคการเมืองจะมีต่อเมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลออกมา เราจึงต้องเป็นหลักให้สมาชิก และผู้ให้การสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชิตแถลงข่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า &amp;nbsp; ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะไปยื่นคำร้องขอความเมตตาต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีโอกาสได้รับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากตอนนี้ พรรค ทษช.เป็นคู่กรณีกับ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นคนกลางในการวินิจฉัย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เราจะไปยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลเมตตา โดยยึดหลักนิติธรรม ที่สำคัญที่สุด ขอให้พรรคทษช.มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหา อ้างพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้กระทำผิด เราขอโอกาสเห็นข้อกล่าวหาก่อน เราจะได้รู้ประเด็นข้อกล่าวหาก่อน เวลานี้จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะยื่นพยานอย่างไร
ทะแนะกังขา กกต.คิดอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามั่นใจในกระบวนการยุติธรรม เพราะศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นองค์กรสูงสุดที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม เมื่อเราเป็นคู่กรณี ตามหลักนิติธรรม คู่กรณีควรมีโอกาสในการแก้ข้อกล่าวหา เราเสียใจที่ชั้นสอบสวนไม่มีโอกาสแม้แต่จะทราบข้อกล่าวหา ทุกอย่างมันรวดเร็วมาก และในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ กกต.จะมีการประกาศรับรองผู้สมัคร ส.ส. จึงตั้งข้อสังเกตว่า กกต. คิดอะไร&amp;quot; นายพิชิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา 14.30 น. แกนนำพรรค ทษช.ได้ทยอยขึ้นไปหารือที่อาคาร B ที่ทำการชั้นสอง พรรค ทษช.อีกระยะ จากนั้นได้ทยอยกันเดินทางออกจากพรรคไปยัง อาคารชินวัตร 3 ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คาดว่าน่าจะไปหารือแนวทางการต่อสู้คดียุบพรรค และประเมินสถานการณ์การเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 10.00 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียง จะเดินทางมายังที่ทำการพรรค เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์การเมือง และติดตามประเด็นการยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ได้เกิดแฮชแท็ก #saveไทยรักษาชาติ ขึ้นบนโลกโซเชียลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น เวลา 16.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายสุรชัย ชินชัย ทนายความผู้รับมอบอำนาจ จากหัวหน้าพรรค ทษช. เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญส่งสำเนาคำร้องยุบพรรคของ กกต.ให้แก่พรรค ทษช. และให้สัมภาษณ์ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของ กกต. ก็ขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องให้แก่พรรค เพื่อให้ได้มีโอกาสโต้แย้ง ชี้เเจงข้อกล่าวหา ทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย รวมทั้งเเสดงพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ เพื่อประกอบการพิจารณาและวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิบัติของ กกต. เป็นการข้ามขั้นตอน ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.และกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งต้องแจ้งให้คู่กรณีทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนและกรรมการ แต่ปรากฏว่า กกต.กลับทำมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่แจ้งกับพรรค ทษช.ก่อน เปรียบได้กับตำรวจส่งฟ้องคดีต่อศาลโดยไม่สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาก่อน&amp;quot; นายสุรชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต &amp;nbsp;อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า หากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณายุบพรรค ทษช. และวินิจฉัยยุบพรรคตามคำร้องดังกล่าวถือว่าเป็นโมฆะ รวมถึงผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 121 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 108 คน การรับสมัครเลือกตั้งที่ผ่านมาของพรรคถือว่าต้องจบ เพราะก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกไม่มีพรรคสังกัดอยู่ก็ไม่สามารถที่จะให้ประชาชนเลือกได้ ดังนั้นต้องรอดูว่าในวันที่ 15 ก.พ.นี้ หาก กกต.ประกาศรายชื่อผู้สมัคร แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัยกรณียุบพรรค ก็ต้องมาพิจารณาว่าระยะเวลาที่มีอยู่เพียงพอในการวินิจฉัยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากถูกยุบก่อนการเลือกตั้งก็แน่นอนว่าผู้สมัครในพรรคอาจจะโดนหางเลขไปด้วย ทั้งนี้ บุคคลที่ต้องโดนมากกว่านั้นคือกรรมการบริหารพรรค ซึ่งบทลงโทษคือ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งในกฎหมายรัฐธรรมนูญกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้แยกเรื่องสิทธิเกี่ยวกับการเลือกตั้งจะต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5-10 ปี แต่กฎหมายเกี่ยวกับการสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้มีเขียนบทลงโทษระยะเวลาไว้ ทำให้หลายคนคิดว่าศาลจะสามารถกำหนดเวลาได้หรือไม่ และอาจหมายถึงต้องรับโทษตลอดชีวิต&amp;quot; นายอุดม กล่าว&amp;nbsp;
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ปัดไม่เกี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี กกต.มีมติยุบพรรคการเมืองและส่งศาลรัฐธรรมนูญ พรรคดังกล่าวต้องหยุดหาเสียงก่อนหรือไม่ว่า ในกฎหมายกำหนดให้ถามศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะบอกให้หยุดหรือไม่หยุดก็ได้ระหว่างรอคำวินิจฉัย เพราะแต่ละอย่างไม่รู้ว่าข้อหาเบาหรือหนักขนาดไหน ข้อหาในการยุบพรรคมีหลายเรื่อง เช่น ถ้าข้อหาที่ถูกร้องยุบพรรคเป็นความผิดที่ทำซ้ำๆ กันอยู่ทุกวัน ซึ่งระหว่างกระบวนการวินิจฉัยยุบพรรคยังไม่จบ จะให้ทำต่อคงไม่ได้ ซึ่งโดยปกติคดีแบบนี้ศาลจะพิจารณาด้วยความรวดเร็วอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรค ทษช.ท้วงว่า กกต.ไม่ได้มีการไต่สวนพรรค ทษช.ก่อน ข้อเท็จจริงต้องเชิญพรรค ทษช.ชี้แจงก่อนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร และไม่ทราบว่าในชั้น กกต.จำเป็นจะต้องฟังใครขนาดไหน เป็นกระบวนการของ กกต. แต่ถ้ามีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจริง ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปชี้แจงต่อศาล เพราะในชั้น กกต.เป็นเพียงการรวบรวมหลักฐานว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจะต้องยุบพรรค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จุดชมวิวป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;เพิ่มและขยายพันธุ์ไม้ป่าชายเลน&amp;rdquo; กับประชาชน ก่อนล่องเรือตามเส้นทางคลองศรีกุมาร มายังท่าเรือแพขวัญใจ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมติ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ทษช. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;เห้ย ไม่เกี่ยวอะไรกับผม ไปถามคนที่ยุบโน่น&amp;rdquo; เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการเร่งรัดเกินไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่รู้สิ ไม่รู้เหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า คิดว่าสถานการณ์จะวุ่นวายและมีการเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีหรอก ประชาชนเขารู้ อย่าไปดูถูกประชาชนเขาก็แล้วกัน และตนก็ไม่ได้มีข้อกังวลอะไร จะไปกังวลอะไรล่ะ ตนก็ทำงาน กังวลกับงานของตน ยังไม่เสร็จตั้งเยอะแยะ ตนก็กังวลกับงานของตนดีกว่า คนอื่นเขาก็มีหน้าที่กันอยู่แล้ว ก็ให้เขาทำหน้าที่กันต่อไป เข้าใจไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ถือว่าปกติเรียบร้อยดีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ปกติ ถ้าไม่ปกตินายกฯ จะมานั่งเรือได้หรือ และไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าการเลือกตั้งจะไม่ราบรื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นกระบวนการของ กกต.ที่ดำเนินการตามกฎหมาย เป็นอิสระ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายอยากเห็น ดังนั้นขอให้ทำงานและชี้แจงเหตุผลที่ได้ตัดสินใจ เพราะในส่วนของฝ่ายการเมืองไม่ได้ไปกดดันอะไรทั้งนั้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, นายต้น ณ ระนอง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคไทยรักษาชาติ, ฤภพ ชินวัตร, สุรชัย ชินชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c642f2b20f0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แตกพรรค-พรรคแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่าไปแล้วการเลือกตั้งที่จะถึงนี้น่าลุ้นกว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอะไรน่ะหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีเจตนารมณ์ล้างเผด็จการรัฐสภา สร้างความปั่นป่วนให้พรรคการเมือง ชนิดต้องพลิกตำรารับมือกันเป็นรายวันเลยทีเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจึงได้เห็นยุทธการ &amp;quot;แตกพรรค&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมไปถึง &amp;quot;พรรคแตก&amp;quot; ที่ใช้ประโยชน์จากการ &amp;quot;แตกพรรค&amp;quot; เพื่อกลบเกลื่อนความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคไทยรักษาชาติ อักษรย่อ &amp;quot;ทษช.&amp;quot; ซึ่งมีอีกความหมายคือ &amp;quot;ทักษิณชินวัตร&amp;quot; มีมติเลือกตำแหน่งสำคัญๆ ในพรรค ได้สะท้อนถึงการ &amp;quot;แตกพรรค&amp;quot; ได้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ไม่ใช่หน้าฝน แต่วานนี้ (๗ พฤศจิกายน) ในที่ประชุมพรรคทักษิณชินวัตร ฝนตกห่าใหญ่ มีทายาทของคนอะไร ไหลไปรวมกันมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช&amp;quot; ลูกชาย &amp;quot;เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช&amp;quot; กับ &amp;quot;เจ๊เบียบ&amp;quot; เป็นหัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฤภพ ชินวัตร&amp;quot; ลูกชาย &amp;quot;พายัพ ชินวัตร&amp;quot; เป็นรองหัวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มิตติ ติยะไพรัช&amp;quot; ลูกชาย &amp;quot;ยงยุทธ ติยะไพรัช&amp;quot; เป็นเลขาธิการพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชยิกา วงศ์นภาจันทร์&amp;quot; ลูกสาว &amp;quot;เยาวเรศ ชินวัตร&amp;quot; เป็นนายทะเบียนพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วรรษมล เพ็งดิษฐ์&amp;quot; คนนี้พิเศษหน่อย เป็นเมียสุดที่รักของ &amp;quot;ธาริต เพ็งดิษฐ์&amp;quot; เป็นเหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ &amp;quot;พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ&amp;quot; โฆษกพรรค จากช่อง ๗&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่า ตระกูลชินวัตรและบริวาร ใช้รุ่นลูก ลงเล่นการเมือง ก็พออนุมานได้ว่า การต่อสู้ทางการเมือง ระหว่างระบอบทักษิณกับฝ่ายตรงข้ามจะยังเกิดขึ้นอีกยาวนาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแตกพรรคบางคนบอกว่านี่คือสงครามเก้าทัพ โดยสรุปก็คงประมาณนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การวางแผนก่อนลงสู่สนามเลือกตั้ง ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นเรื่องท้าทายสำหรับพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากวางแผนพลาด จะส่งผลไปถึงผลการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัดสินว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแตกพรรคจึงต้องละเอียดเรื่องพื้นที่เลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็...ชี้โพรงให้พรรคการเมืองได้เห็นว่า ส่วนผสมระหว่างพรรคแม่กับพรรคลูก จะต้องลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่คนในพรรคเพื่อไทยเขาพูดกัน พรรคเพื่อไทยเน้นเขตเลือกตั้ง ส่วนพรรคอะไหล่ ที่มีทั้งพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติที่ควบคุมโดย &amp;quot;ยงยุทธ ติยะไพรัช&amp;quot; กับ &amp;quot;จตุพร พรหมพันธุ์&amp;quot; เน้นปาร์ตี้ลิสต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแตกพรรคจึงมีความเสี่ยงว่าอาจไม่ได้เป็นพรรคอันดับ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ายึดเอาตามผลการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี ๒๕๕๔ ที่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขต ๒๐๔ ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ &amp;nbsp;๖๑ ที่นั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกติกาใหม่พรรคเพื่อไทยจะได้ไม่เกิน ๒๐๐ ที่นั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นการแตกพรรคโดยการโยก ส.ส.เขตไปไว้ในพรรคนอมินีจึงมีความเสี่ยงว่า เพื่อไทยอาจสูญเสียความเป็นพรรคอันดับ ๑ ให้แก่พรรคการเมืองอื่น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อบวกกับกรณี &amp;quot;พรรคแตก&amp;quot; เพราะถูกดูด ส.ส.เขต ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสี่ยงที่พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคประชาธิปัตย์ จะแซงขึ้นไปเป็นอันดับ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด วิกฤติเผาบ้านเผาเมือง เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ระบอบทักษิณ ยืนกรานว่าพรรคอันดับ ๑ เท่านั้นที่จะได้เป็นแกนนำรัฐบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล กรุงเทพฯ จึงลุกเป็นไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นหากสมการเปลี่ยนแปลงไป การเมืองหลังเลือกตั้ง คงต้องเก็บฟืนเก็บไฟให้ห่างจากมือคนชั่ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21565</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, ทักษิณชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, มิตติ ติยะไพรัช, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, ฤภพ ชินวัตร, วรรษมล เพ็งดิษฐ์, อ่านเอาเรื่อง, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
