<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนละครึ่งยังเหลืออีก 8 แสนสิทธิ รีบลงทะเบียนมีสิทธิรับเงินช่วยจ่ายอีก 3,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 2564 โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ซึ่งรัฐบาลเตรียมจะโอนเงินเข้าแอป เป๋าตัง อีกครั้งในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้อีก 1,500 บาท&amp;nbsp; แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยลงทะเบียน และอยากเข้าร่วมโครงการนี้ ก็ยังสามารถสมัครได้ เพรากระทรวงการคลังจะยังไม่มีการปิดรับสมัคร และยังคงเปิดรับลงทะเบียนคนละครึ่งอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ล่าสุดเหลือสิทธิอีก สิทธิคงเหลือ 817,815 สิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากประชาชนสมัครเข้าร่วมหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2564 จะได้รับวงเงินสำหรับใช้จ่าย 3,000 บาท แต่ยังคงเงื่อนไขการใช้จ่ายเหมือนเดิม โดยรัฐจะช่วยจ่าย 50% ไม่เกินวันละ 150 บาท จนถึง 31 ธันวาคมนี้ หรือจนกว่าจะใช้หมดวงเงิน ส่วนกรณีที่ยังใช้วงเงินรอบแรก 1,500 บาท ไม่หมด จะไม่ถูกยึดคืน และยังสามารถเก็บไว้ใช้จ่ายได้ยาวจนถึงสิ้นปีนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กดลงทะเบียน คลิ๊ก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116920</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;คนละครึ่งเฟส  3&quot;, ลงทะเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7c0817904.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ้านล้านหลัง&#039; มาแรง 3 วันลงทะเบียน 34,926 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อพุ่ง 41,911 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ก.ย. 2564 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ ธอส. &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 อัตราดอกเบี้ยต่ำ 1.99% ต่อปี นาน 4 ปีแรก เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก ( 7 ปี ) ให้กู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บ้านมือสอง และทรัพย์ NPA หรือเพื่อปลูกสร้าง ในระดับราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1,200,000 บาท โดยลงทะเบียนผ่าน Mobile Application : GHB ALL เพื่อรับรหัสสำหรับเข้าร่วมโครงการทาง GHB Buddy บน Application Line ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2564 เป็นต้นมา ล่าสุดในวันนี้(จันทร์ที่ 13 กันยายน 2564) เวลา 9.00 น. มีลูกค้าลงทะเบียนเพื่อรับรหัสเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 34,926 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 41,911 ล้านบาท โดยมีลูกค้าที่เตรียมเอกสารพร้อมยื่นกู้ที่สาขาทั่วประเทศคิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวมแล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งในวันนี้ที่ ธอส. สำนักงานใหญ่ รวมถึงที่ทำการสาขาทุกแห่งทั่วประเทศมีลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเดินทางเข้ามาทำนิติกรรมสัญญาเงินกู้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 เป็นโอกาสดีในการมีบ้านที่รัฐบาลมอบให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย คนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว และผู้สูงอายุ ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในตลาดที่ 1.99% ต่อปี กรณีกู้ 1.2 ล้านบาท (ผ่อนนานสูงสุด 40 ปี) เงินงวด 5,000 บาทคงที่ 7 ปีแรก ซึ่งธนาคารจะคิดเงินงวดผ่อนชำระรายเดือนที่ 1 ใน 2 ของรายได้สุทธิต่อเดือน จากปกติ 1 ใน 3 ของรายได้สุทธิต่อเดือน ดังนั้น กรณีผู้กู้มีรายได้สุทธิต่อเดือน 10,000 บาท ก็จะมีโอกาสได้รับวงเงินกู้สูงสุด 1.2 ล้านบาทแล้ว&amp;rdquo;นายฉัตรชัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 41,911 ล้านบาท [กรอบวงเงินโครงการซึ่งกำหนดไว้ที่ 20,000 ล้านบาท] แต่ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการยังสามารถลงทะเบียนผ่าน Mobile Application : GHB ALL เข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง เพราะโครงการจะสิ้นสุดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือ เมื่อมีลูกค้าได้รับอนุมัติสินเชื่อและทำนิติกรรมเต็มกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL และ www.ghbank.co.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธอส., บ้านล้านหลัง, ลงทะเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613edfa0a0d07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  เปิดลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนหลัก  30 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;29 ส.ค. 2564 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีนหลัก สำหรับบุคคลธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเชิญประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เคยเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 มาก่อน ลงทะเบียนขอรับวัคซีนโควิด-19 หลัก (AstraZeneca หรือ Sinovac) ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ CAT Convention Hall ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอรับวัคซีนหลัก โดยยังไม่กำหนดวันนัดหมายรับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 เวลา 9.00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ https://vaccinecovid19.cra.ac.th/ ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับ SMS ตามลำดับ ID เพื่อแจ้งให้ท่านเข้ามาดำเนินการเลือกวัน-เวลาเข้ารับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไขการเข้ารับวัคซีนหลักกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอสงวนสิทธิสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่สามารถเดินทางมารับวัคซีน ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ CAT Convention Hall ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เท่านั้น เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์สำหรับผู้ที่สามารถเข้ารับวัคซีนได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ลงทะเบียนต้องระบุเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขที่หนังสือเดินทาง หรือเลขที่บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่มีนโยบายให้ฉีดวัคซีนสลับชนิดกัน เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนหลักกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ไม่สามารถเลือกชนิดของวัคซีนได้ โดยให้บริการตามโควต้าวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรมาจากกระทรวงสาธารณสุข
ประกาศ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;www.facebook.com/CRAVaccineinfocenter&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114886</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดสรรวัคซีนหลัก, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ลงทะเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612ae24996f14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งใช้ยิ่งได้&#039; วิ่งไม่ขึ้น เข้าสู่วันที่ 3 ยอดลงทะเบียนแค่ 3.4 แสนราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 เข้าสู่วันที่ 3 ของการเปิดให้ลงทะเบียน โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; &amp;nbsp; ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า จำนวนการลงทะเบียนไม่มีความคืบหน้า แต่อย่างใด โดยตอนนี้ ณ เวลา 11:30 น ของวันที่ 23 มิ.ย. เพิ่งมีประชาชนมาลงทะเบียนเพียง 3.44 แสนราย ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ จำนวน 4 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันก่อน นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขอย้ำว่าประชาชนที่ประสงค์จะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ จะต้องดำเนินการผ่านเว็บไซต์ &amp;nbsp;www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com เพียงเว็บไซต์เดียวเท่านั้น โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเว็บไซต์หรือเพจอื่นๆ นอกเหนือจากที่กระทรวงการคลังกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้จะไม่มีการแจกเงินสดจำนวน 7,000 บาท ซึ่งโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้เป็นโครงการที่รัฐบาลจะสนับสนุนเป็น e &amp;ndash; Voucher เมื่อประชาชนใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ บัตรกำนัล (gift voucher) บัตรเงินสด (gift card) และสินค้ารูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า ผ่าน g-wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม &amp;ndash; 30 กันยายน 2564 เวลา 06.00 น. &amp;ndash; 23.00 น. วงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e - Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e - Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1 - 40,000 บาทแรก ได้รับ e -Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 40,001- 60,000 บาท ได้รับ e -Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งสิทธิ e -Voucher จะคืนเป็นวงเงินเข้าใน g - Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ สามารถใช้จ่ายด้วยe -Voucher ที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2564 โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประชาชนสามารถเข้าร่วมโครงการของรัฐได้เพียงโครงการเดียว โดยหากประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 หรือโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษและมีความประสงค์จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้จะต้องลงทะเบียนผ่าน g-wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; เพียงช่องทางเดียว ภายในวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 22.00 น. ดังนั้น หากประชาชนที่ยังไม่มีแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ประชาชนจะต้องทำการโหลดและยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนเพื่อใช้งานแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ก่อนทำการเปลี่ยนสิทธิโครงการเดิมมาเป็นโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และสามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้เพียง 1 ครั้งและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก ซึ่งเมื่อเปลี่ยนแปลงสิทธิเรียบร้อยแล้วจะถือเป็นการสละสิทธิโครงการเดิมที่ลงทะเบียนไว้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้และมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กำหนด ได้แก่ ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านธงฟ้า ร้าน OTOP ผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา &amp;nbsp; &amp;nbsp;06.00 น. &amp;ndash; 22.00 น. เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 22.00 น. มีจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 37,823 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิ่งใช้ยิ่งได้, ลงทะเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2b9edc84e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 ล้านสิทธิเท่านั้น&#039;โฆษกศบศ.&#039;กระตุ้นลงทะเบียน&#039;ยิ่งใช้ยิ่งได้&#039; วันพรุ่งนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;เปิดเผยว่า โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้เป็นอีกโครงการหนึ่งที่รัฐบาลออกมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านผู้มีกำลังซื้อ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ทื่มีกำลังซื้อโดยกำหนดไม่เกิน 4 ล้านคน โดยประชาชนที่เข้าร่วมจะต้องเติมเงินของตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นการบรรเทาค่าครองชีพพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ทุกโครงการที่รัฐบาลออกมาจะถูกออกแบบมาด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ให้กลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องการช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวจะเปิดให้ประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนวันแรกในวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. &amp;ndash; 22.00 น. ของทุกวันเป็นต้นไปจนกว่าจะครบ 4 ล้านสิทธิ โดยคุณสมบัติของประชาชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นประชาชนสัญชาติไทยที่มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือไม่ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 ทั้งนี้ ผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการของรัฐ อาทิ ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เราชนะ ม.33 เรารักกัน สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการข้างต้นสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com เมื่อประชาชนลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะได้รับ SMS แจ้งสิทธิภายใน 3 วัน โดยก่อนการใช้สิทธิครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการจะต้องยืนยันตัวตนเพื่อใช้ g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ด้วยบัตรประจำตัวประชาชน โดยผู้ที่ไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนสามารถยืนยันตัวตนได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน หรือตู้เอทีเอ็มสีเทาของธนาคารกรุงไทย &amp;nbsp;หรือผู้ที่มีแอปพลิเคชัน KrungthaiNext สามารถยืนยันตัวตนผ่าน KrungthaiNext ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วจะสามารถใช้จ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล (Gift voucher) บัตรเงินสด (Gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า เพื่อรับบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e - Voucher) กับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม &amp;ndash; 30 กันยายน 2564 ในเวลา 06.00 น. &amp;ndash; 23.00 น. โดยวงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e - Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e - Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ โดยยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1 - 40,000 บาทแรก ได้รับ e - Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,001 - 60,000 บาท ได้รับ e - Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งสิทธิ e -Voucher จะคืนเป็นวงเงินเข้าใน g - Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ สามารถใช้จ่ายด้วย e -Voucher ที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2564 โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106935</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, ยิ่งใช้ยิ่งได้, ลงทะเบียน, ลงทะเบียนยิ่งใช้ยิ่งได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cea64f933d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุงไทย&#039;การันตีเตรียมพร้อมระบบทุกด้าน ลงทะเบียน “คนละครึ่งเฟส 3 -ยิ่งใช้ยิ่งได้” ฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรุงไทย&amp;rdquo; เตรียมความพร้อมระบบทุกด้าน มั่นใจการลงทะเบียนโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่งเฟส 3&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;rdquo; เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ชูศักยภาพ &amp;ldquo;ระบบคลาวด์&amp;rdquo; รองรับผู้ลงทะเบียนพร้อมกันได้จำนวนมาก ส่วนแอปฯ เป๋าตัง สามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่า 30 ล้านคน &amp;nbsp;แนะทยอยลงทะเบียนรับสิทธิ โครงการคนละครึ่งให้สิทธิถึง 31 ล้านสิทธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการลดค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 ผ่านโครงการเพิ่มกำลังซื้อ คนละครึ่ง และยิ่งใข้ยิ่งได้ นั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ได้เตรียมความพร้อมระบบไว้ทุกด้าน เพื่อให้การลงทะเบียน และการใช้สิทธิของประชาชน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำระบบคลาวด์มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ &amp;nbsp;ทำให้ธนาคารมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง สามารถรองรับผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันระบบสามารถรองรับจำนวนผู้ลงทะเบียนพร้อมกันได้ประมาณ 1.6 ล้านรายต่อวินาที ขณะที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง สามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่า 30 &amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียน มีดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; ระยะที่ 3 เริ่มเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ในเวลา 06.00 -22.00 น.ของทุกวัน โดยผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2 จะต้องลงทะเบียนรับสิทธิเช่นเดียวกับผู้ประสงค์รับสิทธิรายใหม่ ระบบ &amp;ldquo;ไม่มีการจองสิทธิ&amp;rdquo; ให้กับรายเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 &amp;nbsp; กรณีเคยเข้าร่วมมาตรการ หรือโครงการของรัฐ ที่มีแอปฯเป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สามารถลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง &amp;nbsp;หรือเว็บไซต์ &amp;nbsp;www.คนละครึ่ง.com &amp;nbsp; โดยผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการรัฐที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯเป๋าตัง จะ &amp;ldquo;ลดเวลา&amp;rdquo;การกรอกข้อมูล เนื่องจากระบบจะดึงข้อมูลเดิมมาให้อัตโนมัติ ผู้ลงทะเบียนเพียงตรวจสอบข้อมูล &amp;nbsp;และกรอกข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียนภายใน 3 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 &amp;nbsp; กรณีไม่เคยเข้าร่วมมาตรการ หรือโครงการของรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp; สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp; รอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียนภายใน 3 วัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดาวน์โหลดแอปฯเป๋าตัง เพื่อยืนยันตัวตน เพื่อใช้สิทธิผ่าน G-Wallet&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่ง รับสิทธิผ่านแอปฯเป๋าตัง โดยใช้จ่ายในร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2564 &amp;nbsp;โดยประชาชนสามารถ &amp;ldquo;ทยอย&amp;rdquo; ลงทะเบียนรับสิทธิได้ &amp;nbsp;เนื่องจากโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 &amp;nbsp;เปิดให้สิทธิกับประชาชนทั้งหมดถึง 31 ล้านสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. โครงการ &amp;ldquo;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;rdquo; เริ่มเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ในเวลา 06.00 -22.00 น. ของทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 กรณีเคยเข้าร่วมมาตรการ หรือ โครงการของรัฐ ที่มีแอปฯเป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถลงทะเบียนผ่านแอปฯเป๋าตังหรือเว็บไซต์ &amp;nbsp;www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp;รอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียนภายใน 3 วันทำการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 กรณีไม่เคยเข้าร่วมมาตรการหรือ โครงการของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งใด้.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp;รอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียนภายใน 3 วันทำการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวน์โหลดแอปฯเป๋าตัง เพื่อยืนยันตัวตนใช้สิทธิผ่าน G-Wallet&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;rdquo; เริ่มใช้จ่ายจาก G-Wallet ในร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2564 &amp;nbsp;โดยจ่ายได้ไม่เกิน5,000 บาท/คน/วัน ยอดใช้จ่าย 40,000 บาทแรก ได้รับ E-Voucher คืน 10% ยอดใช้จ่าย 40,001-60,000 ได้รับ E-Voucher คืน 15% &amp;nbsp;โดยริ่มรับ E-Voucher ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม &amp;ndash; 7 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;และสิ้นสุดการใช้จ่ายเพื่อรับ E-Voucher วันที่ 30 กันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง หรือ ยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้ใช้สิทธิโครงการเราชนะผ่านบัตรประชาชน โดยสามารถเลือกรับสิทธิได้เพียงโครงการเดียวเท่านั้น &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง และยิ่งใช้ยิ่งได้ ก่อนใช้สิทธิครั้งแรก จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนที่สาขา หรือ &amp;nbsp;ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ยกเว้นผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับธนาคารกรุงไทย หรือผู้ที่มีแอปฯ &amp;nbsp;&amp;ldquo;Krungthai NEXT&amp;rdquo; ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106297</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงไทย, คนละครึ่งเฟส 3, ยิ่งใช้ยิ่งได้, ลงทะเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606adfcc6fa79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เตรียมพร้อมพรุ่งนี้ คลังเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์คนละครึ่งเฟส 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ (ศบศ.) เปิดเผยว่า ขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมกับการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายในลักษณะร่วมจ่าย โดยรัฐจะสนับสนุนให้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่าย หรือไม่เกิน 150 บาท/คน/วัน วงเงินรวม 3,000 บาท ตลอดโครงการ &amp;nbsp;ระยะเวลาใช้จ่ายตั้งแต่เดือนก.ค.- ธ.ค. 64 ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่รับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 1 และ 2 ไปแล้วจำนวน 15 ล้านคน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงกดยืนยันรับสิทธิในแอปพลิเคชันเป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; มาก่อน กระทรวงการคลังจะเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมอีก 16 ล้านสิทธิในวันที่ 14 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป โดยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &amp;quot;เป๋าตัง&amp;quot; หรือเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. โดยคุณสมบัติผู้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีผู้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 3 แล้ว หากต้องการจะเปลี่ยนไปรับสิทธิโครงการ &amp;quot;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;quot; จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ &amp;quot;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;quot; ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;quot;เป๋าตัง&amp;quot; ภายในวันที่ 28 มิ.ย. 64 ซึ่งถือเป็นการสละสิทธิโครงการที่ได้รับสิทธิเดิมทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยโครงการคนละครึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ที่สำคัญ เป็นการช่วยเหลือประชาชนยามทุกข์ยาก ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งสถานการณ์จะดีขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106187</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, คนละครึ่งเฟส 3, ธนกร วังบุญคงชนะ, ลงทะเบียน, ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ (ศบศ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b98c643774d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
