<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีบเลย รัฐบาลเปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยา แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์รับจ้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ อายุเกิน 65 ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ใน 29 จังหวัด ของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;จะเปิดให้ลงทะเบียนขอรับสิทธิช่วยเหลือด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 25 ต.ค. &amp;ndash; 5 พ.ย. 2564 ณ กรมการขนส่งทางบก, สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-4 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้รับสิทธิต้องเตรียมเอกสารได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ บัตรประจำตัวผู้ขับรถสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 จึงขอให้ผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ จองคิวออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อมาดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีอายุเกิน 65 ปี ซึ่งไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ใน 29 จังหวัด แบ่งเป็นการช่วยเหลือเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใน 13 จังหวัด ช่วยเหลือ 10,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่2 ใน 16 จังหวัด ช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง&amp;nbsp;โดยจะจ่ายเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ 2 รอบ &amp;nbsp;รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ย. 2564 สำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะและรถแท็กซี่ส่วนบุคคล และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย. 2564 สำหรับรถแท็กซี่ที่เช่าขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนข้อสงสัยว่าเหตุใดโครงการดังกล่าว จึงช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่มีอายุ เกิน 65 ปี ชี้แจงว่า เนื่องจากกลุ่มคนอายุเกิน 65 ปี เป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 40 ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีอายุระหว่าง 15 - 65 ปี โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงาน ได้เชิญชวนผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อรับเงินเยียวตามมาตรการของรัฐเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การช่วยเหลือครั้งนี้ จึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปี ซึ่งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119960</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา, เยียวยาแท็กซี่-วินมอไซค์, โครงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) และรถจักรยานยนต์สาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61654586a6cee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้สึกแย่จริงๆ&#039;ดร.นิว&#039;วอนคนไม่เข้าเกณฑ์รับเงิน5พันไม่ควรทำร้ายคนที่หาเช้ากินค่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 เม.ย.63- ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; Suphanat Aphinyan มีเนื้อหาดังนี้
#อย่าทำร้ายคนหาเช้ากินค่ำตัวจริงที่สมควรได้รับเงินช่วยเหลือเลยครับ
ต้องบอกว่ารู้สึกแย่จริงๆที่ได้เห็นข่าวของคนที่ใช้ชีวิตหรูหรา แต่ก็ยังลงทะเบียนเพื่อรับเงินอุดหนุน &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; จำนวน 5,000 บาทจากรัฐบาล แถมเมื่อได้มาแล้วก็ยังโพสต์ดูถูกคุณค่าของเงินในโลกโซเชียลอีกซึ่งมันเป็นสิ่งที่แย่มากที่สุดเลยครับ เพราะเหมือนคุณเอาเปรียบเขา ทำร้ายเขา แล้วก็ยังมาตบหน้าเขากลางสี่แยกไฟแดงอีก
เงิน 5,000 บาท ที่ใครบางคนอาจจะเห็นเป็นเพียงแค่เศษเงิน แต่บางทีมันอาจจะเป็นเงินก้อนสำคัญของชีวิตที่ช่วยต่อลมหายใจและการเอาชีวิตรอดของใครอีกหลายๆคนท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด-19 ได้เป็นเดือน
และสำหรับข่าวดีก็เป็นที่น่าดีใจมากที่ได้เห็นข่าวว่าพี่น้องคนไทยที่หาเช้ากินค่ำจำนวนไม่น้อยที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากยิ่งในขณะนี้เริ่มทยอยได้รับการช่วยเหลือจาก &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; จำนวน 5,000 บาทแล้ว
สังคมไทยจะน่าอยู่มากถ้าเราทุกคนเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่เห็นแก่ตัว และช่วยเหลือคนที่อ่อนแอหรือตกทุกข์ได้ยากมากกว่าในสังคม
ดังนั้นคนที่ยังพึ่งพาตัวเองได้แล้วก็ไม่ได้เข้าเกณฑ์ในการรับเงินก็ไม่ควรทำร้ายคนที่หาเช้ากินค่ำด้วยการเบียดบังเงินจำนวนนี้เลยครับ เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากและได้รับผลกระทบอย่างหนักตัวจริงมีสิทธิ์เข้าถึงการช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ไหนๆก็มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว รัฐบาลเองก็ควรวางมาตรการที่รอบคอบ เข้มข้น และรัดกุมที่สุดในการคัดกรองและจัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความอยู่รอดของพี่น้องประชาชนที่ยากลำบากจริงๆ เพื่อให้ทั้งสังคมไทยรอดจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน
ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกท่านในทุกภาคส่วนของสังคมไทยในเวลานี้นะครับ แล้วมันจะดีมากๆเลยถ้า #สยามเมืองยิ้ม กลับมาอีกครั้งพร้อมกับความสามัคคีของคนทุกหมู่เหล่าภายในชาติ
ตั้งแต่ระดับนักการเมืองที่ทุกๆกลุ่มน่าจะหันหน้าเข้าหากันแล้ววางเรื่องความขัดแย้งกันลงไปก่อน หยุดแก่งแย่งกันทำดีเอาหน้าหาเสียงในยามวิกฤต แล้วจับมือกันทำงานภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ใช่ว่าไม่ช่วยอะไรเลย แต่ก็ยังชอบปั่นกระแสโซเชียลเพื่อแอบเคลมผลงานหรือไอเดียของคนอื่นนำมาสร้างภาพให้ตัวเอง หรือประดิษฐ์คำว่ารัฐประหารโควิดขึ้นมาปลุกระดมทางการเมืองในยามวิกฤตอย่างเห็นแก่ตัวและขาดจิตสำนึกเป็นที่สุด
ตลอดจนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ควรช่วยกันหันมาหยิบยื่นความช่วยเหลือ เพิ่มเติมน้ำใจไมตรีต่อกัน ส่งมอบรอยยิ้มและกำลังใจให้แก่กันและกัน
ศัตรูตัวจริงของชาติอย่างโควิดปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว...
ถ้าเราไม่สามัคคีกันตอนนี้แล้วจะสามัคคีกันตอนไหน?
รักกัน สามัคคีกันดีกว่า อย่าปล่อยให้โควิดทำลายเรา
#สยามเมืองยิ้มสู้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62693</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, ดร.นิว-ศุภณัฐ อภิญญาณ, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d924d12ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองโฆษกอัยการ&#039; ชี้กรอกข้อมูลเท็จรับเยียวยา 5 พัน เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพ์ฯ แถมข้อหาฉ้อโกงด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐเริ่มทยอยจ่ายเงินทดแทนเดือนละ 5 พันบาท รวม 3 เดือน แก่ประชาชนแล้ว ขณะที่จะเพิ่มวงเงินให้เป็น 6 เดือน มีคนกรอกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ถึง 20 ล้านคน แน่นอนย่อมมีคนกรอกข้อความเท็จ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ อีกทั้งเป็นการเอาเปรียบคนที่เดือดร้อนจริงๆ ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่า ตนเห็นว่าผู้กรอกข้อมูลเท็จนอกจากน่าจะเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) กับฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตาม ป.อ.มาตรา 137 แล้ว น่าจะมีความผิดฐานฉ้อโกง เพราะมีเจตนาหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยทุจริต ทำให้ได้ประโยชน์ทางทรัพย์สินไปจากผู้ถูกหลอกคือรัฐ มีโทษจำคุกถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนต้องสอบให้ได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดจนสิ้นกระแสความ แล้วรีบส่งสำนวนให้อัยการฟ้องโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิ์ ยังให้บริการปรึกษาแก่ประชาชนฟรีทั่วประเทศ ใครสงสัยเรื่องสิทธิ์ให้ไปพบได้ ที่ตนลงไปรับฟังข้อมูลพบว่า ผู้ร้องบางรายเป็นแม่ค้ามีข้อพิพาทกับเจ้าของสถานที่ ขอลดค่าเช่าช่วงโควิดที่ขายของไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน ซึ่งจะลดให้หรือไม่ต้องคุยกันเอง แต่หากเป็นร้านเช่าในห้าง ห้างปิดเพราะรัฐมีมาตรการช่วงโควิด ขาดรายได้ จึงมาปรึกษาอัยการ กลุ่มนี้ขอรับเงินช่วยเหลือได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรอกข้อมูลเท็จ, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา, สำนักงานอัยการสูงสุด, เยียวยา 5 พันบาท, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb0f575624.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังแจง “ไกด์-แท็กซี่-ผู้ค้าสลากฯ-วินมอเตอร์ไซด์” ได้แน่เงินเยียวยา 5 พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย. 63 - รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน ผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com ยอดล่าสุดวันนี้ (2เม.ย.63) อยู่ที่ประมาณ 23 ล้านราย โดยกระทรวงการคลังจะเร่งตรวจสอบข้อมูลเพื่อส่ง SMS แจ้งผลผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่ได้ลงทะเบียนไว้ว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ โดยอย่างเร็วที่จะภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงการคลัง แจ้งว่าผู้ที่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทแน่นอน มี 4 อาชีพ คือ คือ มัคคุเทศก์ คนขับรถแท็กซี่ ผู้ค้าสลาก และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ส่วนอาชีพอื่นๆอยู่ระหว่างตรวจสอบและคัดกรอง ซึ่งจะมีการเผยแพร่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มอาชีพที่จะไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท คือ ผู้ได้รับผลกระทบจนทำให้ต้องทำงานที่บ้านแต่เงินเดือนยังได้ครบ กลุ่มที่ยังทำงานแต่ยังได้รับเงินเดือนครบเหมือนเดิม กลุ่มที่ตกงานมาเป็นปี หรือตกงานมานาน ก็จะไม่ได้สิทธิ์ รวมถึงกลุ่มที่ทำงานในร้านค้าที่ปิดมาก่อนในช่วงที่มีการระบาดของโควิด ก็จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ยืนยันว่ากระทรวงการคลังจะเร่งกระบวนการตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ลงทะเบียนอย่างเร็วที่สุดตามที่ได้กำหนดไว้ คือ 7 วันทำการ และจะส่งเงินให้ถึงมือผู้เดือดร้อนที่ผ่านเกณฑ์โดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ กรณีที่มีผู้มาลงทะเบียนบางรายมีความคลาดเคลื่อนในข้อมูลในการลงทะเบียน โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61848</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนขับรถแท็กซี่, ผู้ค้าสลาก, มัคคุเทศก์, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา, วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7ef0e5d102b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอ5พันเฉียด20ล้านราย คลังเข็นมาตรการชุดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คนแห่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาทเฉียด 20 ล้านราย &amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; ยันใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มจาก 7 วัน ระบุลงทะเบียนสำเร็จไม่ได้แปลว่าจะได้รับเงินทุกคน เล็งของบเพิ่มหลังประเมิน 4.5 หมื่นล้านบาทอาจไม่พอ คลังเตรียมออกมาตรการเข็นเศรษฐกิจฝ่าโควิดระยะ 3 ฟุ้งเป็นมาตรการชุดใหญ่สุด ดูแลทั้งรายย่อยภาคธุรกิจและระบบการเงินการลงทุน ยันฐานะรัฐบาลยังปึ้กไม่มีถังแตก ไม่ต้องกู้ไอเอ็มเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการเปิดรับลงทะเบียนตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน) ที่เว็บไซต์ w ww.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มี.ค. มีผู้มาลงทะเบียนแล้วรวม 19.8 ล้านราย ซึ่งในภาพรวมหลังการปรับเพิ่มสมรรถนะของระบบการลงทะเบียนแล้ว การลงทะเบียนดำเนินไปได้อย่างราบรื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ถูกเลิกจ้าง โดนลดเวลาทำงาน ที่ส่งผลต่อรายได้ โดนลดเงินเดือน หรือสถานประกอบการถูกปิด มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท โดยยังสามารถเข้ามาลงทะเบียนที่ w ww.เราไม่ทิ้งกัน.com ได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ยังไม่มีกำหนดปิดรับลงทะเบียน เพื่อให้มั่นใจว่าคนทำงานที่ได้รับความเดือดร้อนจะได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงทะเบียนสำเร็จ หลังลงทะเบียนจะได้รับเอสเอ็มเอสยืนยัน ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินโดยอัตโนมัติ ยังมีความเข้าใจผิด เนื่องจากผู้ลงทะเบียนจะต้องผ่านการตรวจสอบและคัดกรองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก่อนจึงจะได้รับสิทธิ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการจ่ายเงินเยียวยาถูกต้องและถึงมือผู้ได้รับผลกระทบจริง โดยการประมวลผลจะใช้เวลาอย่างเร็วที่สุด 7 วันทำการ ในกรณีที่ข้อมูลครบถ้วนถูกต้อง&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวอีกว่า จากจำนวนผู้ให้ความสนใจลงทะเบียนมีมากกว่าที่คาดไว้มาก อาจทำให้การดำเนินการในขั้นตอนนี้ใช้เวลามากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชาชนลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ w ww.เราไม่ทิ้งกัน.com เสร็จสิ้นแล้ว และได้รับการยืนยันว่าส่งข้อมูลถูกต้อง ให้รอการตรวจสอบข้อมูลและแจ้งผลกลับไปยังเอสเอ็มเอสที่ได้ลงทะเบียนไว้ ไม่ต้องติดต่อกลับมาที่หน่วยงานรัฐ ซึ่งยอมรับว่าเดิมจะใช้เวลาตรวจสอบอย่างเร็วที่สุด 7 วันทำการ เพราะคาดว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนประมาณ 10 ล้านคน แต่ล่าสุดตัวเลขไปกว่า 20 ล้านคน ก็อาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบนานกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การจ่ายเงินช่วยเหลือในแต่ละเดือน จะจ่ายเป็นรอบเดียว นั้น หมายความว่าใครที่ได้รับเงินช่วยเหลือ ก็จะได้เหมือนกันหมด ส่วนใครที่ไม่ได้ ก็ไม่ได้เหมือนกัน ในรายที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หากยืนยันได้ว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบจริง ก็จะจ่ายครบนับตั้งแต่เดือนที่ได้ลงทะเบียนไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณกล่าวว่า งบประมาณที่เตรียมไว้ในโครงการ 45,000 ล้านบาท เพียงพอที่จะจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ 9 ล้านราย ซึ่งหากมีผู้ผ่านคุณสมบัติเกินกว่าที่คาดไว้ 3 ล้านราย กระทรวงการคลังก็เตรียมของบประมาณเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งยอมรับว่าตัวเลขลงทะเบียนจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเดิมไม่ได้รวมในส่วนของลูกจ้างประกันสังคมตามมาตรา 39-40 ไว้ ซึ่งมีอยู่กว่า 6 ล้านราย แต่ในจำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลกระทบเรื่องรายได้ทั้งหมด
พิจารณาผู้มีสิทธิ์ 3 เกณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเกณฑ์การพิจารณาว่าใครจะได้รับสิทธิ์มี 3 เกณฑ์ใหญ่ คือ 1.ต้องเป็นแรงงาน ลูกจ้าง หรือประกอบอาชีพอิสระ เช่น วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ ร้านก๋วยเตี๋ยว ค้าขาย เป็นต้น แสดงว่าต้องมีงานทำ 2.ต้องไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ส่วนสถานประกอบการขนาดเล็ก มีลูกจ้าง 2-3 คน เช่น ร้านนวดแผนโบราณ ถ้าร้านถูกปิด แรงงานที่ทำงานในร้านนี้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา 3.ท่านได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างไร จะต้องเป็นผลกระทบต่อรายได้ที่เป็นตัวเงิน เพราะมาตรการเป็นการชดเชยรายได้ที่หายไปจากโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อมูลต้องชี้ให้เห็นว่าท่านถูกให้ออก หรือตกงาน รายได้หายไปจากงาน หรือว่าถูกลดวันทำงาน ถูกลดเงินเดือนลง ก็เข้าข่าย หรือสถานประกอบการถูกปิดบางกลุ่มอาชีพที่ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบ เช่น แท็กซี่ คนอยู่บ้านมากขึ้นทำให้ลดการเดินทางลง ส่วนคนที่ยังไม่ชัดเจนจะมีการติดต่อสื่อสาร เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล และให้ข้อมูลเพิ่มเติม&amp;rdquo; นายลวรณกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มที่จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น ผู้ได้รับผลกระทบจนทำให้ต้องทำงานที่บ้าน แต่เงินเดือนยังได้ครบ กลุ่มที่ยังทำงาน แต่ยังได้รับเงินเดือนครบเหมือนเดิม กลุ่มที่ตกงานมาเป็นปี หรือตกงานมานานก็จะไม่ได้สิทธิ์ รวมถึงกลุ่มที่ทำงานในร้านค้าที่ปิดมาก่อนในช่วงที่มีการระบาดของโควิดก็จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.20 น. ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสร็จสิ้นการเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา (โควิด-19) ได้เรียกนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และนายวิรไท &amp;nbsp;สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าหารือที่ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ใช้เวลา 30 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเป็นการหารือเพื่อกำหนดมาตรการการช่วยเหลือประชาชนในระยะที่ 3 สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และการดูแลระบบเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหา และหากมีความจำเป็นต้องกู้เงินโดยการออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งนี้ด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่มีผลกระทบถึงประชาชนระดับล่างด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดของชุดมาตรการเยียวยาและดูแลระบบเศรษฐกิจที่สืบเนื่องจากวิกฤติผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระยะที่ 3 ซึ่งจะเป็นชุดมาตรการชุดใหญ่ที่สุด ซึ่งจะครอบคลุมทุกส่วน ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายกลางและรายย่อย และระบบการเงิน การลงทุน ซึ่งจะรวมถึงสถาบันการเงิน การลงทุนในตลาดทุน และหุ้นกู้ เป็นต้น
จ่อเข็นมาตรการชุด 3 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ชุดมาตรการระยะที่ 3 นี้จะออกมานี้จะครอบคลุมทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการยังบอกไม่ได้ว่าเท่าไหร่ เพราะยังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ แต่ยืนยันว่าจะใหญ่กว่า 2 ชุดมาตรการที่เคยออกมาก่อนหน้านี้รวมกัน โดยจะมีขนาดที่เหมาะสมและมีความจำเป็นสำหรับดูแลเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ทั้งการดูแลเยียวยาประชาชน ดูแลเยียวยาและสนับสนุนผู้ประกอบการ ดูแลระบบการเงินการลงทุนทั้งหมด ถือเป็นชุดมาตรการใหญ่ที่เตรียมจะออกมา ซึ่งจะมีมาตรการเป็นส่วนๆ อยู่ภายใต้ชุดมาตรการดังกล่าวว่าแต่ละเรื่องจะดูแลอะไร ตรงนี้ถือเป็นงานเร่งด่วนของกระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมยอมรับว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย ทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการเพื่อดูแลถึง 2 ชุด เพราะรัฐบาลต้องการดูแลช่วยเหลือ เยียวยา และประคับประคองเศรษฐกิจตั้งแต่ระยะต้นของการแพร่ระบาด และยังมีความจำเป็นต้องออกมาตรการออกมาเพิ่มเติม ซึ่งยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดนี้จะไม่ทำให้รัฐบาลถังแตกแน่นอน เพราะการจัดสรรงบประมาณสำหรับชุดมาตรการดูแลเศรษฐกิจทั้งที่ได้ออกมาแล้วและกำลังจะออกมาในอนาคต สำนักงบประมาณได้มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบและรัดกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำนักงบประมาณดูแลเรื่องนี้อย่างดี จึงไม่มีแน่นอนว่าเมื่อมีการใช้งบประมาณในชุดมาตรการดูแลเศรษฐกิจแล้วผลที่ตามมาคือรัฐบาลถังแตก ยืนยันว่าไม่มีเรื่องแบบนี้แน่นอน และยืนยันอีกเรื่องที่รัฐบาลจะกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ไม่มีเรื่องนี้เช่นกัน รัฐบาลมั่นใจว่าสามารถหาแหล่งเงินที่จะใช้ในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทั้งจากงบประมาณและเงินส่วนอื่นที่จะเข้ามาเสริม ซึ่งยังมีเพียงพอ ไม่ต้องกู้ไอเอ็มเอฟ ไม่ได้ถังแตก ทุกอย่างมีการพิจารณาอย่างรัดกุม และดูให้สอดคล้องกันทั้งหมด โดยยืนยันว่าปัจจุบันรัฐบาลดำเนินการตามกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ทำให้มั่นใจได้ว่ารัฐบาลยังมีกำลังที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดต่อไปได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการกู้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินนั้น รมว.การคลังกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมด ขณะที่กรณีที่มีการเสนอให้มีการใช้ พ.ร.บ.โอนงบประมาณของส่วนราชการต่างๆ เพื่อใช้ในการดูแลระบบเศรษฐกิจนั้นยังไม่อยากให้คิดว่าจะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อมาทดแทนอีกอย่างหนึ่ง เพราะตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดูทางเลือก โดยเฉพาะสำนักงบประมาณ ที่มีการประสานงานกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด ว่าจะใช้งบประมาณส่วนใดในการจัดการวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นครั้งนี้ได้บ้าง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61522</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การกระทรวงการคลัง, ตรวจสอบข้อมูล, มาตรการเข็นเศรษฐกิจ, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f7ffcf1a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยแห่ลงทะเบียนรับ5 พันบาท วันเดียวทะลุ 17 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 17.40 น. ของวันที่ 29 มี.ค. 2563 มีคนลงทะเบียนใน www.เราไม่ทิ้งกัน.com ทะลุ 17 ล้านคน เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากการได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 (COVID-19) จำนวน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน

ทั้งนี้ ระบบจะตรวจสอบว่า ผู้ลงทะเบียนมีคุณสมบัติครบ 3 เงื่อนไขสำคัญ คือเป็นแรงงาน ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จริง โดยจะได้รับเงินภายใน 7 วันทำการ ผ่านบัญชีที่ได้ลงทะเบียนไว้

&amp;quot;หลังจากนี้คลังจะเร่งตรวจสอบผู้ลงทะเบียน หากผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ไม่ได้ลงทะเบียนทุกคนได้หมด คลังจะพยายามจ่ายเงินช่วยเหลือให้ได้ภายใน 7 วันทำการ สำหรับผู้ที่ตรวจสอบผ่านตามเงื่อนไขที่กำหนด&amp;quot; นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าว สำหรับการลงทะเบียนลงทะเบียนกระทรวงการคลัง คิดว่าผ่านจุดพีคมาแล้ว เมื่อช่วงสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนของวันที่ 28 มี.ค. 2563 มีคนเข้ามาลงทะเบียน ชั่วโมงละกว่า 2 ล้านคน โดยเวลา 22.36 น มีผู้ลงทะเบียนได้ 5.3 ล้านคน เวลา 22.51 น. มีคนลงทะเบียนได้ 6 ล้าน และตอนเที่ยงคืนมีคนลงทะเบียนแล้ว 8.5 ล้านคน

สำหรับในวันที่ 29 มี.ค. 2563 เวลา 6.00 น. มีคนลงทะเบียนได้ 9.6 ล้านคน และมาทะลุ 10 ล้านคน เวลา 7.20 น. เวลา 13.00 น. ยอดลงทะเบียนเพิ่มเป็น 15.3 ล้านคน และเมื่อ 17.40 น. มีคนลงทะเบียน 17 ล้านคน

สำหรับการลงทะเบียนกระทรวงการคลังเปิดให้ลงตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการในเดือน มิ.ย. 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61374</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e809219c3b66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเผยลงทะเบียน&#039;เราไม่ทิ้งกัน&#039; ทะลุ15ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค.2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 29 มี.ค. 2563 มีคนลงทะเบียนใน www.เราไม่ทิ้งกัน.com ทะลุ 15.3 ล้านคน &amp;nbsp;เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากการได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 (COVID-19) จำนวน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระบบจะตรวจสอบว่า ผู้ลงทะเบียนมีคุณสมบัติครบ 3 เงื่อนไขสำคัญ คือเป็นแรงงาน ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จริง โดยจะได้รับเงินภายใน 7 วันทำการ ผ่านบัญชีที่ได้ลงทะเบียนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวว่า หลังจากนี้คลังจะเร่งตรวจสอบผู้ลงทะเบียน หากผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ก็จะพยายามจ่ายเงินช่วยเหลือให้ได้ภายใน 7 วันทำการ สำหรับผู้ที่ได้รับข้อความไม่ผ่านการคัดเลือกก็สามารถยื่นเรื่องอุธรณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงทะเบียนลงทะเบียนกระทรวงการคลัง คิดว่าผ่านจุดพีคมาแล้ว เมื่อช่วงสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืนของวันที่ 28 มี.ค. 2563 มีคนเข้ามาลงทะเบียน ชั่วโมงละกว่า 2 ล้านคน โดยเวลา 22.36 น มีผู้ลงทะเบียนได้ 5.3 ล้านคน เวลา 22.51 น. มีคนลงทะเบียนได้ 6 ล้าน &amp;nbsp;และตอนเที่ยงคืนมีคนลงทะเบียนแล้ว 8.5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในวันที่ 29 มี.ค. 2563 เวลา 6.00 น. มีคนลงทะเบียนได้ 9.6 ล้านคน และมาทะลุ 10 ล้านคน เวลา 7.20 น. และเมื่อเวลา 13.00 น. ยอดลงทะเบียนเพิ่มเป็น 15.3 ล้านคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61341</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), ขั้นตอนการลงทะเบียน, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา, ลวรณ แสงสนิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf9216a5fd85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
