<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบทวน การลงทะเบียน&quot; โครงการเราไม่ทิ้งกัน &quot;กลุ่มนักศึกษาใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17เม.ย.63-นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลด้านผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงกรณีกลุ่มนักศึกษาที่ประกอบอาชีพอิสระ แต่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท จากโครงการเราไม่ทิ้งกัน เนื่องจากมีรายชื่อเป็นนักศึกษา ซึ่งตนได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่านักศึกษา สังกัด สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอยู่แล้ว แต่ถูกจัดว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาจึงถูกตัดสิทธิ์ในการรับเงินตามโครงการดังกล่าว และมีนักศึกษา กศน.ยื่นหนังสือขอลาออก เพราะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจำนวนมาก ดังนั้นที่ประชุมจึงได้มีมติให้กลุ่มนักศึกษาที่อายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป และประกอบอาชีพอิสระ ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน เป็นต้นไป และทางระบบจะมีการพิจารณาใหม่อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงไปดำเนินการเยียวยาหน่วยงานในสังกัดของตนเองที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว โดยในส่วนของ ศธ. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ได้มีความเห็นให้ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ยกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้น โดยไม่มีการเรียกเก็บย้อนหลัง&amp;rdquo;โฆษก ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา5000 บาท, โครงการเราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5cbb6147739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังคัดกรองสิทธิ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาทรอบแรก ตกคุณสมบัติ 4.78 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เมษายน 2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาท หลังจากการตรวจสอบและคัดกรองตามหลักเกณฑ์แล้วพบว่าในรอบที่ 1 ได้มีการตรวจสอบคัดกรองไปแล้ว7.99 ล้านรายโดยจากจำนวนนี้สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มผ่านเกณฑ์ 1.68 ล้านราย ซึ่งในกลุ่มนี้ได้ทยอยส่ง SMS แจ้งผลการพิจารณาและโอนเงินเข้าบัญชีหรือพร้อมเพย์ที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้วในช่วงวันที่ 8-10 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา

กลุ่มที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม 1.53ล้านรายโดยการกรอกแบบสอบถามออนไลน์ที่www.เราไม่ทิ้งกัน.com (หัวข้อขอข้อมูลเพิ่มเติม) ขอความกรุณาให้ดำเนินการภายใน 10 วัน นับจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งเพื่อการประมวลผลที่รวดเร็วซึ่งได้เริ่มทยอยส่ง SMS แจ้งผลการพิจารณาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2563 และจะทยอยแจ้งไปจนถึงวันที่ 13 เมษายน 2563 โดยพบว่า ขณะนี้ได้มีผู้เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้วจำนวนหลายแสนราย

กลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ 4.78 ล้านราย จะทยอยได้รับ SMS แจ้งผลการพิจารณาในช่วงวันที่ 12-14 เมษายน 2563 โดยส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากได้รับการดูแลผลกระทบจาก Covid-19 โดยรัฐบาลผ่านช่องทางอื่น เช่น ข้าราชการ ผู้รับบำนาญ ผู้ได้รับสิทธิ์ประกันสังคม เกษตรกร เป็นต้น หรือกลุ่มที่ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น นักเรียน นักศึกษา ซึ่งยังคงมิได้ประกอบอาชีพเป็นหลัก และส่วนหนึ่งได้รับการดูแลผ่านช่องทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือกลุ่มที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ผู้ค้าขายออนไลน์

ทั้งนี้ ตามที่ได้เริ่มมีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ถึงการไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากสาเหตุต่างๆ โดยเฉพาะในประเด็นเกษตรกรนั้น ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า เกษตรกรจะมีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทุกปีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการขึ้นทะเบียนจะเป็นราย &amp;ldquo;ครอบครัว&amp;rdquo;โดยให้หัวหน้าครอบครัวเป็นคนมาขึ้นทะเบียนและในการกรอกรายละเอียดสมาชิกในครอบครัวจะให้ระบุด้วยว่ามีสมาชิกในครอบครัวกี่คนเป็นใครบ้างและสมาชิกในครอบครัวที่ช่วยทำเกษตรกรรมมีกี่คนคือใครบ้างที่ผ่านมารัฐบาลใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรชุดเดียวกันนี้ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นค่าเพาะปลูกค่าเก็บเกี่ยวค่าปัจจัยการผลิตเป็นต้นดังนั้น ในการคัดกรองของมาตรการเยียวยา 5,000 บาทกำหนดหลักเกณฑ์ให้ครอบครัวที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและสมาชิกในครอบครัวที่ช่วยทำเกษตรกรรมถือว่าเป็นกลุ่มเกษตรกรไม่ผ่านเกณฑ์และจะมีการดูแลโดยมาตรการเยียวยากลุ่มเกษตรกรโดยเฉพาะที่จะออกมาเร็วๆนี้

นอกจากนี้ เมื่อปิดรับลงทะเบียนและได้คัดกรองผู้ลงทะเบียนครบถ้วนทั้งหมดแล้วซึ่งขณะนี้มีประมาณ 27 ล้านรายจะเปิดให้มีช่องทางการอุทธรณ์ผลการพิจารณาสำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอุทธรณ์ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาครบทั้ง 3 เดือนเช่นเดิมเนื่องจากการให้เงินเยียวยาจะใช้วันลงทะเบียนในการเริ่มนับสิทธิ์

โฆษกกระทรวงการคลังยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบสิทธิ์ผู้ลงทะเบียนยังคงจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง โดยจะทยอยแจ้งผลการคัดกรองและโอนเงินเยียวยาอย่างต่อเนื่องตลอดทุกวันทำการ โดยในรอบที่ 2 จะเริ่มทยอยส่ง SMS แจ้งผลและโอนเงินเยียวยาในช่วงวันที่ 13-14 เมษายน 2563 ซึ่งมีผู้ผ่านเกณฑ์ประมาณ 6 แสนรายโดยกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งกระบวนการตรวจสอบและคัดกรองโดยเร็วที่สุด เพื่อให้คนทำงานที่เดือดร้อนจากสถานการณ์ Covid-19 ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันการณ์และตรงตัว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62938</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.เราไม่ทิ้งกัน.com, คัดกรองคุณสมบัติ, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา5000 บาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf9216a5fd85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนช่วยแม่เฒ่าวัย84พร้อมลูกสาวป่วยตกหล่นเงินช่วย5พันมีแค่มือถือรุ่นเก่าไม่รู้จักอินเตอร์เน็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63- &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับ นางห้อง เดชอำนาจ อายุ 84 ปี และนางสาวประไพ วงศ์จีน อายุ 56 ปี ทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกันอยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ที่ 6 ตำบลหาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หลังเล็กสภาพเก่าสร้างมานานหลายปีแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงว่าทั้งสองแม่ลูกมีชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากฐานะยากจน แม่ก็ชรามากแล้วส่วนลูกสาวก็ป่วยไม่สบายต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ ต่อสู้ชีวิตทำงานหาเช้ากินค่ำรับจ้างเหลาไม้กวาดก้านมะพร้าวส่งขายโรงงานและรับจ้างทั่วไปมีรายได้วันละไม่ถึง 100 บาท มาวันนี้ต้องตกงานได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;เพราะโรงงานปิด สถานประกอบการหยุด และเคราะห์ซ้ำเพราะยังใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าใช้สำหรับโทรออกและรับสายโทรเข้าเท่านั้น ไม่เคยเล่นอินเตอร์เน็ตและไม่รู้จักว่าระบบออนไลน์คืออะไร จึงไม่สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ในการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาลตามโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน
&amp;nbsp;
นางห้อง เดชอำนาจ อายุ 84 ปี กล่าวว่าสามีตนเองเสียชีวิตมานานกว่า 20 ปีแล้ว ปัจจุบันอาศัยอยู่กับลูกสาวสองคน เมื่อก่อนมีอาชีพรับจ้างทั่วไปแต่ระยะ 5-6 ปีมานี้อายุมากแล้วจึงต้องหันมาทำงานอยู่กับบ้านโดยการเหลาไม้กวาดทางมะพร้าวส่งขายโรงงาน โดยมีลูกสายอายุ 56 ปี เป็นคนออกไปหาทางมะพร้าวตามสวนชาวบ้านมาให้ตนเองทำที่บ้าน ส่วนลูกสาวก็ออกไปรับจ้างตากหมึกแห้งบ้าง รับจ้างเลือกปลาตามแพปลาบ้าง ช่วงหลังลูกสาวตนเองทำงานหนักไม่ได้เพราะเป็นโรคเลือดธาลัสซีเมีย &amp;nbsp;ต้องไปถ่ายเลือดและรักษาตัวที่โรงพยาบาลชุมพรและที่โรงพยาบาลศูนย์ใน จ.สุราษฏร์ธานี โดยมีชาวบ้านคอยช่วยเหลือพาไปบางครั้งก็ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนตนเองก็จะอยู่บ้านตามลำพังเพียงคนเดียว
&amp;nbsp;
นางห้องกล่าวว่าตนเองอายุมากแล้วลูกสาวก็ป่วยไม่ค่อยสบายได้ยึดอาชีพเหลาไม้กวาดทางมะพร้าวส่งขายโรงงานมีรายได้วันละ 30-50 บาทเท่านั้น และมีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชราอีกเดือนละ 800 บาท นอกนั้นไม่มีรายได้อื่นเลย &amp;nbsp;มาตอนนี้ทั้งตนเองและลูกสาวต้องตกงานเพราะโรงงานปิดไม่รับซื้อไม้กวาดก้านมะพร้าว และงานรับจ้างทั่วไปก็ไม่มี แต่ค่าใช้จ่าย ค่ากิน และค่าเดินทางที่ลูกสาวต้องไปตรวจรักษาสุขภาพเป็นประจำเกือบทุกเดือนตามที่หมอนัดก็ไม่มีแล้ว แต่ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่ยังมีเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือ
&amp;nbsp;
ด้านนางสาวประไพ วงศ์จีน อายุ 56 ปี ผู้เป็นลูกสาวกล่าวว่าตนเองเป็นโรคเลือดธาลัสซีเมียต้องไปหาหมอตามนัดเป็นประจำต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นหลายอย่าง หากครั้งใดต้องนอนโรงพยาบาลก็รู้สึกสงสารแม่มากที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว และแม่ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงตนเอง ส่วนกรณีที่รัฐบาลให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ตนเองคงหมดปัญหาเพราะใช้โทรศัพท์มือถือแบบธรรมดาlสำหรับโทรออกและรับสายเท่านั้นและไม่เคยรู้เลยว่าอินเตอร์เขาเล่นกันอย่างไร จึงไม่สามารถเข้าถึงระบบการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาทางออนไลน์ของรัฐบาลได้
&amp;nbsp;
ขณะที่นางสมพร ชนะภัย อายุ 48 ปี เพื่อนบ้านกล่าวว่าชีวิตของสองแม่ลูกนี้มีความลำบากน่าสงสารจริงๆ ซึ่งญาติพี่น้องเขาก็มีแต่ทุกคนก็ต้องรับจ้างทำงานเลี้ยงดูแลครอบครัวเขาเหมือนกัน &amp;nbsp;เราเป็นเพื่อนบ้านข้างเคียงที่ใกล้ชิดก็ต้องค่อยช่วยเหลือเพราะความสงสารสองแม่ลูก ตนเองทำงานโรงแรมช่วงนี้ก็ตกงานเพราะโรงแรมปิดกิจการเงินเดือนก็ไม่ได้ ตนเองลงทะเบียนขอรับการเยียวยาก็ไม่ได้ ขณะที่คนมีฐานนะและคนไม่ทำงานเที่ยวเตร่กลับลงทะเบียนได้รับการเยียวยา จึงไม่ทราบว่าเขาใช้วิธีคัดเลือกแบบไหนรู้ข้อมูลจริงหรือไม่ และยังมีคนที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์แบบสองแม่ลูกในประเทศไทยนี้อีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการเยียวยา จึงอยากให้รัฐบาลใช้กลไกของอำนาจรัฐสำรวจตรวจสอบข้อมูลชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจนเพื่อจะได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง
&amp;nbsp;
สำหรับผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือนางห้อง เดชอำนาจ อายุ 84 ปี และลูกสาว สามารถให้การช่วยเหลือบริจาคได้โดยตรงที่หมายเลขบัญชี &amp;nbsp;010192449915 &amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาชุมพร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62926</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ชุมพร, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา5000 บาท, ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาทางออนไลน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92e70a1da90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
