<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลงทุนตปท.หนุนกำไรบจ.เติบโต13.3%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 2562 &amp;nbsp;นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 61 เติบโต 13.3% จากปี 60 อยู่ที่ 982,000 ล้านบาท ถือเป็นการเติบโตต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 10% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่เศรษฐกิจไทยเติบโตเพียง 1.5-3% เนื่องจาก บจ.ไทยได้เข้าไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นมีประมาณ 200 บริษัท ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศถึง 46% ของรายได้รวม และบจ.ไทยมีการระดมทุนในตลาดรอง เพื่อนำเงินไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันพบบจ.ได้นำเงินไปลงทุนต่างประเทศมากกว่าต่างประเทศที่นำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หุ้นที่มีกำไรโตมากสุด กลุ่มเทคโนโลยี เติบโต 40.5%, กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม เติบโต 26.1%, กลุ่มบริการ เติบโต 17.9%, กลุ่มทรัพยากร เติบโต 15%, กลุ่มธุรกิจการเงิน เติบโต 13.9% และกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารเติบโต 6.2% ส่วนกลุ่มอุตสาหกรามที่กำไรติดลบ คือกลุ่ม สินค้าอุปโภคบริโภค ติดลบ 2.3% และกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ติดลบ10.5%&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า แผนงานบริษัทปี 62 เตรียมเปิดสาขารูปแบบมินิบิ๊กซีเพิ่มอีก 300 สาขา จากปัจจุบันที่มีกว่า 800 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยคาดว่าปีนี้กำลังซื้อจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ผ่านการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและมาตราภาครัฐจะเข้ามาสนับสนุนการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้กับผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตทั่วประเทศ ซึ่งบริษัทก็เตรียมเจ้าหน้าที่รองรับให้บริการลูกค้าไว้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แผนการดำเนินงานธุรกิจ ปี 62 จะเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาช่วงเดือน ก.พ.นี้ โดยยุทธศาสตร์ของบริษัทยังคงเน้นการเติบโตในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่อยู่บริเวณคาบสมุทรอินโดจีน เนื่องจากยังมีการเติบโตและกำลังซื้อที่ขยายตัวได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายปีนี้จะมีรายได้เติบโตมากกว่า 10% โดยเป็นผลจากยอดขายที่ตั้งเป้าหมายมียอดขายที่ดิน 1,600 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 61 ที่จะมียอดขายที่ดิน 1,000 ไร่ และการเซ็นสัญญาหนังสือแสดงเจตจำนงอีก 200 ไร่ รวมถึงมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 570 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบ 2 แห่ง เริ่มจ่ายไฟฟ้าแล้วช่วงไตรมาสแรก ปี 62 และรอจ่ายไฟเข้าระบบเพิ่มอีกช่วงปลายปี 62 ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์จะเติบโตตามธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า บริษัทคาดว่าในช่วงเดือน ต.ค.64 จะมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.5-2 ล้านคนต่อวัน จากปัจจุบันมีจำนวน 800,000 คนต่อวัน เนื่องจากช่วงดังกล่าว บริษัทจะมีจำนวนเส้นทางให้บริการเดินรถเพิ่มเป็น 133 กิโลเมตร จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ,สายสีชมพู,สายสีเหลือง และสายสีทอง โดยคงเป้าหมายแผน 5 ปี รายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 30% หลังมีเส้นทางเดินรถเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีพร้อมเข้าประมูลให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยคาดภาครัฐจะเริ่มเปิดขายซองประมูลช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.62 และรถไฟฟ้ารางเบาเส้นทาง บางนา-ตราด-สุวรรณภูมิ พร้อมทั้งศึกษาเข้าประมูลรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต และเชียงใหม่อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27837</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร บจ., ปี2561, ภากร ปีตธวัชชัย, ลงทุนต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d1e8f19d58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
