<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อุตฯจับมือ เดลต้า อัดฉีดทุนหนุนสตาร์ทอัพหนุนจ้างงาน 500 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) ในการประสานความร่วมมือกับ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ &amp;nbsp;(Delta Angel Fund) เพื่อสนับสนุนเงินทุนแบบเงินให้เปล่า แก่ผู้ประกอบการที่มีไอเดียหรือต้นแบบสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ ให้สามารถดำเนินธุรกิจในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการต่อเนื่องปีที่ 5 ให้การสนับสนุนเงินทุน รวมกว่า 3.2 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ผ่านการคัดเลือกรวม 30 ทีม จากผู้สมัครทั้งหมด 152 ทีม ผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจ/ไอเดียนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ใน 3 ด้าน ดังนี้ ระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม , การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีการใช้พลังงานอย่างมีความรับผิดชอบ และนวัตกรรมเพื่ออนาคต ครอบคลุม 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ สาขาอุตสาหกรรมยานยนต์ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ หุ่นยนต์ การแพทย์ครบวงจร อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการดังกล่าว มีผลลัพธ์ที่พร้อมใช้งาน ทั้งในระดับชุมชน องค์กร พาณิชย์ ตลอดจนของตัวแทน อาทิหุ่นยนต์ฆ่าเชื้ออัตโนมัติด้วยรังสี UVC โรบอทฆ่าเชื้อระดับ DNA แบบ 360&amp;deg; โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง , แพลตฟอร์มชาร์จ EV Car รายแรกของไทย หนุนผู้ใช้รถสะดวกชาร์จ เช็คสถานะผ่านแอปฯ , หุ่นยนต์ผู้ช่วยผ่าตัด หนุนแพทย์ผ่าตัดแม่นยำ ประหยัดเวลา ประสิทธิภาพสูง และเครื่องตัดอ้อยสดช่วยลด PM2.5 มาพร้อมระบบสางใบ ลดการเผาอ้อยสด คืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถขยายผลนวัตกรรมและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 60 ล้านบาท โดยผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด ได้รับการเติมเต็มองค์ความรู้สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งการบริหารจัดการธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ ฝึกทักษะการนำเสนอแนวคิดต่อแหล่งเงินทุน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการ และผ่านกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกสอ. กล่าวว่า กรมฯ ขานรับจากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ด้วยการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการอัจฉริยะโดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ให้เป็นนักรบเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ที่สร้างธุรกิจโดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นฐาน มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงานในท้องถิ่น และการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการดำเนินงาน 4 ปีที่ผ่านมา มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 650 ทีม โดยผ่านการคัดเลือกและสนับสนุนเงินทุน จำนวน 128 ทีม รวมมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 450 ล้านบาท ซึ่งก่อให้เกิดการลงทุนในการจัดตั้ง/ขยายธุรกิจ 70 ล้านบาท สามารถขยายผลสู่การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น 500 ราย คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 80 ล้านบาท และสามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น มากกว่า 300 ล้านบาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กสอ. พร้อมยืนหยัดและเคียงข้างผู้ประกอบการไทย ในการผลักดันแนวคิดให้เกิดเป็นธุรกิจใหม่หรือนวัตกรรมเชิงพาณิชย์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75837</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, ลงทุนสตาร์ทอัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f478c1689a6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
