<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะจีบแคนาดาลงทุนอีอีซีโฟกัสอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังให้นางซาราห์ เทเลอร์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งแคนาดาประจำประเทศไทย เข้าพบหารือในวาระเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ โดยมีประเด็นหารือที่สำคัญ ได้แก่ การเชิญชวนให้นักลงทุนแคนาดา เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนที่น่าสนใจ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกับได้หารือเกี่ยวกับโอกาสในการสร้างความร่วมมือกันในอนาคต เนื่องจากแคนาดาเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่เช่นเดียวกับประเทศไทย โดยสินค้าที่ผลิตมีความแตกต่างกัน แต่เชื่อว่าจะสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ โดยแคนาดาจะสามารถแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์ และความรู้ให้ไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเกษตรก็เพื่อให้ไทยได้รับองค์ความรู้ในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น การทำสมาร์ทฟาร์มมิ่งและออแกนิกฟาร์มมิ่ง รวมถึงช่วยให้ไทยสามารถประยุกต์ไปสู่ &amp;nbsp; การแปรรูปอาหารและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมการเกษตรถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยที่แคนาดามีความเชี่ยวชาญ และไทยต้องการเชิญชวนมาลงทุน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง&amp;rdquo; นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการหารือกันถึงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) โดยแคนาดา มีการจัดประชุมด้านการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่เป็นประจำทุกปีในช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งปีนี้ก็จะจัดในช่วงเวลาเดียวกัน แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดคาดว่าในปีนี้จะจัดการประชุมเป็นแบบออนไลน์ ซึ่งการประชุมพีพีพีเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการสิ่งก่อสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่รัฐบาลทั่วโลกรวมทั้งไทยจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปัจจุบันการร่วมลงทุนแบบพีพีพีเป็นประเด็นที่น่าสนใจและสำคัญมาก โดยที่ผ่านมาการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มีการร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้งบประมาณสูงลักษณะพีพีพีอยู่บ้าง เนื่องจากภาครัฐไม่สามารถลงทุนได้เองทั้งหมด ขณะเดียวกันภาคเอกชนยังมีประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงด้วย ซึ่งถือว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกแนวทางหนึ่ง และจะเป็นประโยชน์หากไทยได้เรียนรู้ประสบการณ์จากแคนาดามากขึ้น&amp;quot;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในประเทศไทย กระบวนการเกี่ยวกับพีพีพีค่อนข้างมีความซับซ้อนเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และใช้เวลาในการดำเนินการยาวนาน แต่ปัจจุบันมีความพยายามในการลดขั้นตอนของโครงการลงทุนขนาดเล็กลง โดยที่ผ่านมาโครงการอีอีซีมีการประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนของโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ซึ่งพบว่าผลการประมูล ทำให้ภาครัฐได้ประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากผู้ที่ชนะการประมูลซึ่งเป็นเอกชนให้ผลประโยชน์ต่อภาครัฐเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้มีการหารือถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก โดยภายหลังการหารือฝ่ายแคนาดาได้รับทราบแนวทางของประเทศไทยในการป้องกันการระบาดในระยะที่ 2 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับทางแคนาดาเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลงทุนอีอีซี, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, อุตสาหกรรมเกษตร, แคนาดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43ca2b68f3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.มั่นใจอีอีซีบูมมากลงทุนโรงงานโตกว่าเท่าตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค. 2562 นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตัวเลขการตั้งและขยายโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) พบว่าปีนี้มูลค่าการลงทุนรวมใน 3 จังหวัดอีอีซี ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สูงถึง 75,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ 2 ปีย้อนหลังพบว่าสูงขึ้นมาก เพราะปี 2560 มีการมูลค่าลงทุนรวม 33,000 ล้านบาท และปี 2561 มีมูลค่าลงทุนรวม 25,000 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจหลังรัฐบาลเดินหน้านโยบายอีอีซี โดยตลอดทั้งปีนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนรวมทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 430,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20% และในมูลค่าลงทุนรวมนี้คาดว่าจะเป็นเงินทุนเฉพาะพื้นที่อีอีซีไม่ต่ำกว่า 60%

รายงานข่าวแจ้งว่า ยอดการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(ร.ง.4)และขยายกิจการในอีอีซี ช่วงเดือนม.ค. - 11 ก.ค.

2562 มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 272 โรงงาน ลดลง 13.37% จากช่วงเดียวกันในปี 2561 ที่มีอยู่ 314 โรงงาน มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.69% จากช่วงเดียวกันของปี 2561 อยู่ที่ 25,800ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเปิดกิจการใหม่ มีจำนวน&amp;nbsp;

206 โรงงาน ลดลง 15.91% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ 245 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;

118.39% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 17,400 ล้านบาท การขยายกิจการมีจำนวน 66 โรงงาน ลดลง 4.34% จากช่วงเดียวกันของปีที่

ผ่านมาที่มีอยู่ 69 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 37,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 344.71% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 8,320 ล้านบาท

ทั้งนี้อุตสาหกรรมที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดในช่วงดังกล่าว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากแหล่งปิโตรเลียม 21,700 ล้านบาท อุตฯผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ มูลค่า

การลงทุน 4,930 ล้านบาท อุตฯเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 4,410 ล้านบาท อุตฯผลิตภัณฑ์พลาสติก 2,690 ล้านบาท&amp;nbsp; อุตฯผลิตภัณฑ์โลหะ 958 ล้านบาท&amp;nbsp;

&amp;quot;จ.ชลบุรีมีการการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการมากที่สุด จำนวน 149 โรงงาน จ.ระยอง จำนวน 74 โรงงาน จ

.ฉะเชิงเทรา จำนวน 49 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนสูงสูดอยู่ที่ จ.ชลบุรี 45,800 ล้านบาท จ.ระยอง 18,900 ล้านบาท และ จ.ฉะเชิงเทรา 10,200 ล้านบาท&amp;quot;รายงานข่าวระบุ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงาน, ทองชัย  ชวลิตพิเชฐ, ลงทุนอีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf118946f7eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ชงบอร์ดขอเอี่ยว 4 โครงการอีอีซี สร้างท่าเรือมาบตาพุด-แหลมฉบัง-อู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 2562 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังาน &amp;quot;ปตท. ร่วมกับขสมก. ประกาศความพร้อมรถโดยสารใช้น้ำมันบี 20&amp;quot; ว่าในเดือนก.พ. นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ (บอร์ด ปตท.) ซึ่งจะมีการหารือเพื่อศึกษาแนวทางการ ที่จะเข้าร่วมประมูลโครงสร้างพื้นฐานใน พื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในโครงการที่เหลือทั้ง ได้แก่ การประมูลก่อสร้างท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 , ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 และพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งต้องคุยกันถึงความชัดเจนและความพร้อมก่อนที่จะมีการตัดสินใจในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การพัฒนานวัตกรรมเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซีไอ) นั้น ปตท. จะดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างหารือและคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง และคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 1 ของปีนี้ โดยเป็นการร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้ง 4 โครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของอีอีซี เราก็มีความสนใจทั้งหมด เนื่องจากทุกโครงการมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นมาบตาพุด ที่ก่อสร้างคลังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) และท่าเรือแหลมฉบังที่เป็นท่าเรือ ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ รวมถึงสนามบินอู่ตะเภาเนื่องจากปตท. มีการขายน้ำมัน ให้กับเครื่องบินอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างต้องศึกษาก่อน ในอนาคตถ้าบอร์ดเห็นชอบ ก็ต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ อีกหลายขั้นตอน เพราะเราอยากไปลงทุนทำในธุรกิจที่ตัวเองเชี่ยวชาญ&amp;quot;นายชาญศิลป์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ปริมาณการใช้ บี 20 จะเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 187,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคาปาล์มน้ำมันและช่วยเหลือเกษตรกรรวมถึงดูแลปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ปตท. ยังเตรียมปรับปรุงการผลิตน้ำมันในโรงกลั่นของปตท. เพื่อรองรับรถยนต์ตามาตรฐานยูโร 5 ซึ่งการปรับปรุงจะเป็นไปตามคววามต้องการของผู้ใช้รถและการผลิตรถยนต์ ต้องมีเครื่องยนต์ที่เหมาะสม แต่ยอมรับว่า การลงทุนปรับปรุงน้ำมันในกลั่นเพื่อรองรับยูโร 5 จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ปตท., ลงทุนอีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9f6ad8efce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ชวนนักลงทุนแอฟริกาใต้ลงทุนอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61- &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเจฟฟรีย์ ควินตัน มิตเชลล์ ดอยจ์เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ภายหลังการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรียินดีต่อการได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเอกอัครราชทูตฯ อย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรีมีความชื่นชมนายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างของผู้นำและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความสัมพันธ์ไทยและแอฟริกาครบรอบ 25 ปีในปี 2561 ปีนี้ถือเป็นปีที่ความสัมพันธ์ระหว่างกันมีความก้าวหน้าและมีพลวัตอย่างมาก และยินดีที่ทราบว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดสัมมนาโอกาสการค้าการลงทุนในแอฟริกาใต้ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันมากยิ่งขึ้น นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ไทยและแอฟริกาใต้จะสามารถผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก แอฟริกาใต้เป็นเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในทวีปแอฟริกา ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของแอฟริกาใต้ในอาเซียน โดยทั้งสองฝ่ายหวังว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าการลงทุนระหว่างกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเชิญชวนนักลงทุนแอฟริกาใต้ให้เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะในสาขาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ทั้งนี้ไทยหวังที่จะเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในภูมิภาค และยินดีต้อนรับการลงทุนของผู้ประกอบการจากต่างชาติ โดยไทยพร้อมสนับสนุนหากฝ่ายแอฟริกาใต้สนใจเข้ามาลงทุนในสาขาดังกล่าวด้วย ด้านเอกอัครราชทูตฯกล่าวฝากความปรารถนาดีมาจากประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ โดยยินดีและพร้อมสนับสนุนรัฐบาลไทย เพื่อเพิ่มพูนและกระชับความสัมพันธ์อย่างรอบด้านและเป็นรูปธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22430</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลงทุนอีอีซี, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf4e7a9c0fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
