<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมลุยชงครม.สัญจร ลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ 1.79แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ จังหวัดนราธิวาส กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอแผนโครงการลงทุนที่สำคัญของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่จะเริ่มเบิกจ่ายใช้งบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ ‪2564-2567‬ ซึ่งโครงการที่จะเสนอจะเป็นโครงการที่จะมีการดำเนินการมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 46โครงการ คิดเป็นมูลค่าลงทุนวงเงินรวม 179, 671.20 แสนล้านบาท ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ&amp;nbsp;

สำหรับรายละเอียดของโครงการนำเสนอ จะแบ่งเป็นโครงการ ที่อยู่ในกำกับของกรมทางหลวง ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโครงข่ายถนนหลวงจำนวน 41 โครงการ วงเงินรวม 170, 665 ล้านบาท , โครงการในกำกับดูแลของกรมทางหลวงชนบท 3,151 ล้านบาท กรมท่าอากาศยาน 3,800 ล้านบาทและการรถไฟแห่งประเทศไทย 2,055.2 ล้านบาท

ทั้งนี้ในการนำเสนอแผนการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่าโครงการตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท จะเป็นโครงการที่มีการเบิกจ่าย ภายใน 3-4 ปีข้างหน้านี้ กระทรวงคมนาคม วางเป้าหมาย ให้โครงการเหล่านี้ มีส่วนสำคัญที่เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตามที่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือสนข.ได้นำแผน ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา โดยสนข.ได้ทำการวิเคราะห์ถึงปัญหาในอดีตซึ่งการพัฒนาภาคคมนาคมขนส่ง เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ทำให้เกิดปัญหาการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะไม่สะดวก และไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตามขณะที่การขนส่งสินค้าทางรางซึ่งเป็นระบบขนส่งหลักก็ไม่มีประสิทธิภาพ, ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่สูงขึ้นทุกปี, ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ในอากาศ รวมถึงปัญหาการใช้พลังงานในภาคคมนาคมที่ไม่มีประสิทธิภาพ

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าขณะที่การขับเคลื่อนการลงทุนด้านคมนาคมในปี 63ยังได้เน้นย้ำการลงทุนด้านคมนาคม ให้การก่อสร้างต้องแล้วเสร็จเปิดให้บริการเร็ว เพื่อให้การใช้โครงสร้างพื้นฐานมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีราคาที่สมเหตุผลซึ่งหากมีการพิจารณาในรายละเอียดโครงการลงทุนสำคัญของกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องเร่งดำเนินการในปีงบประมาณ 63 เป็นต้นไป จะมีจำนวน 86 โครงการ วงเงินรวม 2.4 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 29 โครงการอยู่ระหว่างประกวดราคา 8 โครงการ, เตรียมประกวดราคา 18 โครงการ, อยู่ระหว่างรอนำเสนอคณะรัฐมนตรี 16 โครงการ และอยู่ระหว่างการศึกษา รูปแบบการลงทุนและสิ่งแวดล้อม 15 โครงการ

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า โดยโครงการลงทุนเหล่านี้ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือโครงการลงทุนในระบบขนส่งหลักของประเทศ เช่น โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่สายเด่นชัย-เชียงราย โครงการรถไฟฟ้าภายในเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมีโครงการที่เตรียมประกวดราคาและนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เช่นโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก, รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน -ราษฎร์บูรณะ รวมทั้ง รถไฟฟ้าในหัวเมืองหลัก เช่นจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น

อย่างไรก็ตามโดยในผลการศึกษา สนข.ระบุชัดเจนว่า , โครงการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งจะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากกว่า 12% ส่งผลดีทั้งต่อ ภาคกลางท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของประเทศภาคการส่งออก สินค้าเกษตรและการพัฒนาอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.), จ.นราธิวาส, ลงทุนเมกะโปรเจกต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df85a3db7433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมกดปุ่มลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ปีหน้า 6.4 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2562 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่&amp;#39;ประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า สำหรับแผนลงทุนรถไฟฟ้าในปี 2563 นั้นมีทั้งโครงการที่จะเปิดประมูลและเร่งผลักดันให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ มูลค่าราว 420,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 6 สายทาง ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ วงเงิน 200,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายด้านใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ วงเงิน 100,000 ล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) วงเงิน 50,000 ล้านบาท รถไฟฟ้ารางเบา (แทรม) จ.ภูเก็ต ช่วงท่านุ่น-ท่าอากาศยานภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 41.7 กม. วงเงินราว 34,000 ล้านบาท รถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) จ.เชียงใหม่ วงเงิน 30,000 ล้านบาท รถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) จ.นคราชสีมา วงเงิน 8,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรถไฟฟ้าแทรมภูเก็ตขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) ก่อนที่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบเพื่อเปิดประมูลโครงการในช่วงกลางปี 2563 แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 27,000 ล้านบาทและค่างานระบบรวมถึงตัวรถไฟฟ้า 7,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้โดยสารในช่วงแรกราว 40,000 คนต่อวัน ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 120,000 คนต่อวันในอนาคต โดยมั่นใจว่าโครงการนี้จะมีการลงทุนเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อขอเปิดประมูลในปี 2563 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลนั้นขณะนี้ที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ได้เห็นชอบแล้ว จะมีการเสนอต่อ ครม. เพื่อลุ้นเปิดประมูลปลายปีหน้า เพื่อเริ่มตอกเสาเข็มก่อสร้างในปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนด้านโครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม)ในภูมิภาคนั้น มีสองจังหวัดที่มีลุ้นการเปิดประมูลและก่อสร้างในปี 2564 ได้แก่ 1.รถไฟฟ้ารางเบา จ.เชียงใหม่ สายสีแดงช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี ระยะทาง 12.5 กม. วงเงิน 30,000 ล้านบาท รูปแบบ PPP Net Cost อายุสัมปทาน 30 ปี เชื่อมการเดินทางฝั่งเหนือและใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ โรงสร้างมีทั้งบนดินและใต้ดิน 2.รถไฟฟ้ารางเบา จ.นครราชสีมา สายสีเขียวช่วงตลาดเซฟวัน &amp;ndash; สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง 11.2 กม. วงเงิน 8,000 ล้านบาท ส่วนด้านโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยายทิศใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอขั้นตอนเพื่อขอความเห็นชอบในการผลักดันโครงการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าในปีหน้านั้นมีโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการที่จะมีการลงทุนเกิดขึ้นทั้งโครงการรถไฟฟ้ามูลค่าหลายแสนล้านบาท โครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์และทางด่วนมูลค่านับแสนล้านบาท ตลอดจนโครงการพัฒนาสนามบิน เริ่มจากโครงการขยายอาคารด้านทิศเหนือของสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 42,000 ล้านบาท จะช่วยเพิ่มการรองรับผู้โดยสาร 30-40 ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้บอร์ด ทอท.ได้เห็นชอบแล้วจะเสนอต่อที่ประชุม ครม.เพื่อเปิดประมูลต่อไป โดยจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อลดความแออัดของสนามบินหลักดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ขณะที่การพัฒนาถนนนั้น ในปีหน้าจะมีการเสนอเพื่อขอความเห็นชอบและเปิดประมูลโครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ วงเงินราว 80,000 ล้านบาท ระยะทาง 109 กม. ใช้รูปแบบการเปิดให้เอกชนร่วมทุน PPP Net Cost กรมทางหลวงคาดว่าจะก่อสร้างได้ในปี 2564 นอกจากนี้ยังมีแผนตอกเสาเข็มทางด่วนช่วงพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะทาง 18 กม. เริ่มก่อสร้างในช่วงกลางปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมทางหลวงระบุว่าในปี 2563 จะมีการผลักดันแผนลงทุนทางถนน ประกอบด้วย โครงการมอเตอร์เวย์ สายหาดใหญ่-ชายแดนไทย/มาเลเซีย (M84) วงเงินลงทุน 42,600 ล้านบาท ขณะนี้ อยู่ระหว่างการสรุปผลการศึกษารูปแบบ PPP คาดว่าจะแล้วต้นปี 2563 ก่อนเสอนขอความเห็นชอบจาก ครม.เพื่อเปิดประมูลต่อไปเช่นเดียวกันกับโครงการ ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน (M5) วงเงินลงทุนราว 30,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างการสรุปผลการศึกษารูปแบบ PPP คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2563 ก่อนเสนอตามขั้นตอนเพื่อเปิดประมูลต่อไป
...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52565</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ, รฟม., ลงทุนเมกะโปรเจกต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5656c5b2e57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
