<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประเทศที่จนสุดในโลก จนแค่ไหน?&#039;...ไปดูกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;nbsp;http://longtunman.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวบไซต์&amp;nbsp;http://longtunman.com&amp;nbsp;เผยแพร่ บทความพิเศษเรื่อง &amp;quot;ประเทศที่จนสุดในโลก จนแค่ไหน?&amp;quot; เขียนโดยลงทุนแมนระบุว่า &amp;quot;ถ้าเรามีเงินใช้เพียงวันละ 22 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองจินตนาการว่า เราจะสามารถเอาไปซื้ออะไรได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคิดว่าชีวิตเราจะยากลำบากมากแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในโลกใบนี้ มีประเทศที่คนมีรายได้แบบนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศนี้อยู่ที่ไหน ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากการจัดลำดับของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF เมื่อเดือนมิถุนายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบุว่า ประเทศที่มีรายได้ต่อหัวของประชากรต่ำที่สุดในโลกคือ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายได้ต่อหัวของประชากรเท่ากับ 8,118 บาทต่อคนต่อปี หรือวันละ 22 บาท..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมทีนั้นเซาท์ซูดานเป็นส่วนหนึ่งของประเทศซูดาน โดยซูดานเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองอย่างมากทั้งสองครั้ง นับตั้งแต่ซูดานได้รับเอกราชจากอียิปต์และอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์นั้นทำให้ประชาชนเสียชีวิตไปกว่า 2.5 ล้านคน ในช่วงระหว่างปี 2498-2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเซาท์ซูดานได้ขอแยกประเทศออกมาจากซูดาน โดยได้รับเอกราชเมื่อปี 2554
และเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 193 ขององค์การสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เซาท์ซูดานจะแยกตัวออกมาจากซูดานแล้ว แต่ทั้ง 2 ประเทศยังคงมีข้อพิพาทกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องของเรื่องคือว่า มีการประเมินกันว่า ปริมาณน้ำมันดิบในเซาท์ซูดานที่มีอยู่ประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลนั้น คิดเป็นกว่า 80% ของน้ำมันทั้งหมดในซูดานและเซาท์ซูดานรวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเซาท์ซูดานมีรายได้หลักจากการส่งออกน้ำมันคิดเป็นกว่า 60% ของมูลค่าทั้งหมดของ GDP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ท่อส่งน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันกลับอยู่ทางเหนือหรือในส่วนของซูดาน ดังนั้น การกลั่นน้ำมันและการส่งออกน้ำมันดิบจากเซาท์ซูดานต้องพึ่งพาซูดานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้รัฐบาลซูดานจึงเรียกร้องรายได้กว่า 50% จากการส่งออกน้ำมันของเซาท์ซูดาน จึงนำมาซึ่งข้อพิพาทของทั้ง 2 ประเทศนี้ในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รู้ไหมว่าในปี 2016 เซาท์ซูดานมีมูลค่าของ GDP เพียง 100,980 ล้านบาทเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศซูดานที่อยู่ทางเหนือจะมีความมั่งคั่งมากกว่า โดยมี GDP มากกว่าเซาท์ซูดานถึง 21 เท่า และ รายได้ต่อหัวมากกว่า 6 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเทียบกับประเทศไทยที่มีมูลค่าของ GDP ในปี 2016 เท่ากับ 13.4 ล้านล้านบาท แสดงว่าขนาดเศรษฐกิจของไทยใหญ่กว่าของเซาท์ซูดานประมาณ 133 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาเทียบกับระดับมูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตขึ้นของจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย (Gross Provincial Product : GPP) จะพบว่าในปี 2016&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มี 5 จังหวัดที่มีขนาดมูลค่าขนาดเศรษฐกิจที่ใกล้เคียงกับขนาดเศรษฐกิจของเซาท์ซูดาน นั่นคือ นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุดรธานี จันทบุรี และอุบลราชธานี ที่มีขนาดเศรษฐกิจอยู่ในช่วง 104,000-113,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เซาท์ซูดาน นั้นมีขนาดทางเศรษฐกิจทั้งประเทศเท่าๆ กับขนาดทางเศรษฐกิจของบางจังหวัดในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งที่ประชากรของประเทศนี้มีมากถึง 12 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เรื่องที่น่าเศร้ายังไม่พอแค่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยากจนของประเทศ ส่งผลให้ประชากรจำนวนมากต้องดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการประเมินกันว่า ประชากรกว่า 5.3 ล้านคน หรือ 44% ของเซาท์ซูดานต้องเผชิญกับการขาดแคลนอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชากรประมาณ 8 ล้านคน หรือ 67% ของเซาท์ซูดานไม่รู้หนังสือหรือไม่สามารถอ่านออก เขียนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัตราการตายของทารกอยู่ที่ 10 ต่อ 100&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเด็กกว่า 17% ไม่ได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชากรเกือบ 10 ล้านคน หรือกว่า 80% ของเซาท์ซูดานไม่มีห้องน้ำใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชากรอีกกว่า 4 ล้านคน หรือ 33% ของเซาท์ซูดาน ต้องเดินด้วยเท้ามากกว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อไปหาแหล่งน้ำที่สะอาดเพื่อใช้ดื่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรวมกับรายได้เฉลี่ยประชากรของเซาท์ซูดาน ต่อคนต่อวัน ที่ 22 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ทำให้เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ท้าทายผู้บริหารประเทศที่ต้องเร่งปฏิรูปสังคม เศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยก็เพื่อทำให้ประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบ้าง เมื่อเทียบกับมนุษย์ในประเทศอื่น บนโลกนี้..&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก&amp;nbsp;http://longtunman.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศที่ยากจนที่สุด, ลงทุนแมน, เซาท์ซูดาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c215defa3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
