<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยออยล์ – GPSC ลงนามสัญญาซื้อ-ขาย หน่วยผลิตพลังงาน Energy Recovery Unit (ERU)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คุณอธิคม เติบศิริ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp; บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และ คุณชวลิต ทิพพาวนิช (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่&amp;nbsp; จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ลงนามในสัญญาซื้อ-ขาย หน่วยผลิตพลังงาน Energy Recovery Unit หรือ ERU โดยมี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (กลาง) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงานและกลุ่มปตท.ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร ENCO C โดย GPSC ได้ลงนามซื้อหน่วยผลิตไฟฟ้า ERU จากไทยออยล์ด้วยวงเงิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;757 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หน่วย ERU เป็นหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำหลัก เพื่อสนับสนุนไฟฟ้าและไอน้ำให้กับโครงการพลังงานสะอาด Clean Fuel Project หรือ CFP ของไทยออยล์ โดยโรงไฟฟ้าใช้กากน้ำมันที่เหลือจากกระบวนการกลั่นจากโครงการ CFP มาผลิตไฟฟ้าและไอน้ำด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การที่ GPSC เข้าลงทุนในหน่วย ERU ส่งผลให้งบประมาณที่ไทยออยล์ใช้ลงทุนในโครงการ CFP ลดลงประมาณ 15 % ทำให้ฐานะการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง และ เพิ่มสภาพคล่องเพื่อรองรับการลงทุนอื่นๆ ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35903</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energy Recovery Unit (ERU), พลังงาน, ลงนาม, อธิคม เติบศิริ (, ไทยออยล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdb82a82d0d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> TMB จ่อถกบอร์ดโค้งสุดท้ายควบรวม TBANK หวังลงนามให้ทันในเดือน ก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ. 2562 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บมจ.ธนาคารทหารไทย (TMB) เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ก.พ. 2562 จะมีการประชุมคณะกรรมการธนาคาร โดยจะมีการหารือในวาระสำคัญ คือ การควบรวมกับ บมจ.ธนาคารธนชาต (TBANK) หากคณะกรรมการธนาคารเห็นชอบ ก็จะพยายามลงนามการควบรวมกับ บมจ.ธนาคารธนชาตให้ได้ภายในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการใส่เงินเพื่อรักษาสัดส่วนผู้ถือหุ้นนั้น กระทรวงการคลังมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ อย่างไหนจะคุ้มค่ามากกว่ากัน โดยตอนนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อยู่ระหว่างการพิจารณาตัวเลข ซึ่งจะต้องนำข้อสรุปดังกล่าวมาเสนอให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง พิจารณาเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเซ็นเอ็มโอยูภายในเดือนนี้ จะเป็นการเซ็นระหว่างธนาคารทั้ง 2 แห่ง ยังไม่ถือว่าการควบรวมสำเร็จ ส่วนกระทรวงการคลังจะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อนเซ็นเอ็มโอยูหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่ากระทรวงการคลังพิจารณาว่าจะใส่เงินเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นหรือไม่ หากไม่ใส่เงินก็ไม่จำเป็นต้องเสนอให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบ&amp;rdquo; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สคร. ได้รายงานแผนการควบรวมทั้ง 2 ธนาคารให้นายอภิศักดิ์รับทราบเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2562 โดยยังไม่มีความคืบหน้า เพราะว่ายังติดประเด็นว่าการควบรวมดังกล่าวจะต้องเกิดประโยชน์กับกระทรวงการคลัง และไม่เกิดความเสียหายในฐานะผู้ถือหุ้น โดย รมว.การคลังได้กำชับให้พิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบที่สุด เพื่อไม่ให้มีปัญหาในภายหลัง ซึ่งการจะพิจารณาเลือกทางใดทางหนึ่งจะต้องชี้แจงให้สาธารณชนเข้าใจได้ว่ากระทรวงการคลังได้ประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวจริง และไม่เกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนการควบรวม 2 ธนาคารตอนนี้ยังไม่มีกำหนดว่าจะสรุปได้เมื่อไหร่ หรือจะทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ คงตอบไม่ได้แล้ว ถึงแม้ว่า รมว.การคลัง จะมีความตั้งใจว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ส่วนเรื่องการซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นของคลังใน TMB ยังอธิบายได้ยาก แม้จะบอกว่าในอนาคตเรื่องนี้จะมีประโยชน์ แต่ว่าปัจจุบันมันยังไม่เห็นประโยชน์ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจได้ยากลำบาก โดย รมว.การคลังก็ให้ระมัดระวังเรื่องนี้มาก ๆ เพราะว่าเรื่องนี้ต้องเสนอ ครม. ซึ่งต้องมีรายละเอียด เพราะการควบรวมเป็นเรื่องที่มีความล่อแหลม และอ่อนไหวมาก ๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28886</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ก.พ., TMB-TBANK, ควบรวมธนชาติ ทหารไทย, ประธานกรรมการ บมจ.ธนาคารทหารไทย, ประสงค์ พูนธเนศ, ลงนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a4faccffe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอส แอนด์ พี ลงนามความร่วมมือกับ ‘มหาวิทยาลัยมหิดล’ ตอกย้ำความเป็นองค์กรใส่ใจสุขภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:1.4pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.4pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;เกษสุดา ไรวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากขวา) ลงนามความร่วมมือกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คนกลาง) ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการศึกษาด้านสาธารณสุข เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.4pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.4pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ อันจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังด้านสุขภาพระหว่าง เอส แอนด์ พี และมหาวิทยาลัยมหิดลให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ณ บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท (สำนักงานใหญ่) เมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์, มหิดล, ลงนาม, เกษสุดา ไรวา, เอส แอนด์ พี ซินดิเคท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5bdfc44aa5cd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟน. ลงนามความร่วมมือ นิสสัน ติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้ายานยนต์ไฟฟ้า พร้อมสนับสนุนตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (27 สิงหาคม 2561) นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พร้อมด้วย มร. อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือโครงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าของนิสสัน ส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการกระตุ้นให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ณ ห้องเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานเพลินจิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่ครบวาระ 60 ปี กฟน. ในปีนี้ กฟน. จึงมุ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย ได้เตรียมความพร้อมรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทดแทนรถยนต์น้ำมันในอนาคต เนื่องจากเป็นพลังงานที่สะอาดและประหยัด โดย กฟน. ได้ร่วมสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องหลายราย ซึ่งการลงนามกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีเพิ่มมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดย กฟน. จะเป็นผู้ดำเนินการให้บริการด้านระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการอัดประจุไฟฟ้า เพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าของนิสสัน และเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่บุคลากรของบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เช่น ตัวแทนจำหน่ายส่วนงานบริการลูกค้าช่างประจำศูนย์บริการ เป็นต้น ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว ยังเป็นการตอบสนองต่อแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in hybrid electric vehicle : PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (Battery electric vehicle : BEV) รวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2579 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถือเป็นความร่วมมือกับองค์กรภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นจริงในประเทศ นอกจากนี้ กฟน. ยังได้มีการจัดทำ &amp;ldquo;MEA EV Application&amp;rdquo; ที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายบนสมาร์ทโฟน เวอร์ชันล่าสุด 2.0 รองรับการใช้งานทั้งระบบ IOS และ Android สำหรับการค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าการจองหัวชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ มีระบบนำทางไปยังสถานีชาร์จพร้อมควบคุมการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบรีโมทด้วยแอปพลิเคชันทันที การแจ้งข้อมูลประวัติการชาร์จ การคำนวณอัตราการประหยัดพลังงาน รวมถึงฟังก์ชันอื่น ๆ ที่จะจัดทำเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กฟน. 60 ปี ก้าวสู่วิถีอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;Leveraging beyond Tomorrow&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;Smart Metro&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;| ระบบไฟฟ้ามั่นคง บริการมั่นใจ ห่วงใยสังคม |&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16259</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;Smart Metro&quot;, กฟน. 60 ปี, ชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), นิสสัน มอเตอร์, มร. อันตวน บาร์เตส, ลงนาม, “MEA EV Application”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83be6f892b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟน. จับมือฐานทัพเรือกรุงเทพฯ รวมพลังปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมปักเสาไฟสร้างแนวป้องกันคลื่นทะเล ฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (22 สิงหาคม 2561) นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พร้อมด้วย พลเรือตรี ยงยุทธ พร้อมพรหมราช ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ กองทัพเรือ ร่วมลงนามความร่วมมือ โครงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนและการทำแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง MEA&amp;rsquo;s Model พร้อมเปิดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์เพิ่มพื้นที่ป่าฟื้นฟูธรรมชาติ และเสริมเสาไฟฟ้าสร้างแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ กองทัพเรือ ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า&amp;nbsp; กฟน. ได้ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 โดยในครั้งนี้ กฟน. ได้สนับสนุนงบประมาณการปลูกป่าชายเลนและบำรุงรักษาป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งให้แก่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2565 จำนวนเงิน 2,000,000 บาท (ส่งมอบรายปี ปีละ 400,000 บาท) รวมถึงสนับสนุนเสาไฟฟ้าที่รื้อถอนจากโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในโครงการต่างๆ ที่ไม่ใช้แล้ว และยางรถยนต์เก่า ให้การสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อดำเนินการปักเสาเพื่อใช้เป็นแนวป้องกันคลื่นทะเลในบริเวณพื้นที่ป้อมพระจุลจอมกล้า รวมจำนวนเงินสนับสนุนทั้งสิ้น 3,000,000 บาท พร้อมดำเนินการปรับปรุงอาคารนิทรรศการเปิดโลกป่าชายเลนและภูมิทัศน์โดยรอบให้มีสภาพสวยงาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่ผ่านมา กฟน. ได้ทำแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า โดยนำเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานและยางรถยนต์เก่า นำมาทำเป็นแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และดักตะกอน เป็นระยะทางกว่า 1,100 เมตร พร้อมได้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วพบว่า แนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งด้วยเสาไฟฟ้าสวมด้วยยางรถยนต์ ช่วยลดความแรงของกระแสน้ำทำให้มีปริมาณการสะสมของตะกอนหลังเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ต้นกล้าและลูกไม้ที่อยู่หลังแนวป้องกันมีปริมาณหนาแน่นขึ้น รวมถึงมีการกลับมาของสัตว์น้ำนานาพันธุ์และนกนานาชนิด มีแนวโน้มการอยู่รอดเพิ่มขึ้น ส่วนยางรถยนต์ที่สวมอยู่กับเสาไฟฟ้าจากผลการศึกษาไม่พบการสลายตัวที่เป็นพิษต่อสภาพแวดล้อม หรือส่งผลกระทบทางลบต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตและป่าชายเลนแต่อย่างใด จากผลสำเร็จที่ กฟน. นำเสาไฟฟ้าที่รื้อถอนและไม่ใช้งานแล้วจากโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในโครงการต่างๆ นำมาปักเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนนั้น ทำให้ กฟน. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภคหน่วยงานเดียวของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Asia Responsible Entrepreneurship Awards 2018 ในสาขา Green Leadership เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ณ Manila Marriott Hotel กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ อีกด้วย นอกจากนี้ กฟน. ยังเดินหน้าดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินอย่างต่อเนื่อง โดยส่งมอบเสาไฟฟ้าในทุกโครงการเพื่อใช้กันคลื่นกัดเซาะบริเวณชายฝั่งทะเลเพื่อให้ครอบคลุมชายฝั่งทะเลกรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน เป็นระยะทางประมาณ 4.7 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับกิจกรรม &amp;ldquo;ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9&amp;rdquo; นั้น จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 โดยการไฟฟ้านครหลวง ร่วมกับฐานทัพเรือกรุงเทพ พร้อมเหล่าจิตอาสา จำนวนกว่า 200 คน ร่วมกันปลูกกล้าไม้ เพื่อเป็นกำแพงลดความรุนแรงของคลื่น ช่วยชะลอความเร็วของลมพายุให้ลดลงก่อนที่จะขึ้นสู่ฝั่ง ไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์น้ำ เป็นที่อยู่อาศัย และที่อนุบาลในระยะตัวอ่อน โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนเกิดจิตสำนึกการอนุรักษ์ป่าชายเลน และนำความรู้ที่ได้รับมาขยายผลต่อประชาชน และผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณรอบชายฝั่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กฟน. 60 ปี ก้าวสู่วิถีอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;Leveraging beyond Tomorrow&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;Smart Metro&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;| ระบบไฟฟ้ามั่นคง บริการมั่นใจห่วงใยสังคม |&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15966</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA’s Model, กฟน., ชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), ฐานทัพเรือ, ฟื้นฟูธรรมชาติ, ระบบนิเวศป่าชายเลน, ลงนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d676ecdd6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 19:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟน. จับมือ BCPG เดินหน้าพัฒนาธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (20 สิงหาคม 2561) นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะผู้แทน กฟน. พร้อมด้วย นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการพัฒนาธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและการบริหารจัดการพลังงาน หรือธุรกิจอื่นๆ ที่มีความเห็นร่วมกัน ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ถนนเพลินจิต กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการฯ กฟน. กล่าวว่า กฟน. ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ในระดับสากล ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพลังงานทดแทน และใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ กฟน. จะมีบทบาทในการร่วมศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล และความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ทั้งสองหน่วยงานร่วมกันพัฒนาในพื้นที่จำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน. เช่น โครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะสีเขียว T77 บนถนนสุขุมวิท โครงการความร่วมมือและพัฒนาธุรกิจระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และโครงการความร่วมมือและพัฒนาธุรกิจดิจิทัลพลังงาน โดยทั้งหมดมีการกำหนดกรอบความร่วมมือในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจะช่วยให้ กฟน. ได้ผลการศึกษา และสามารถเตรียมพร้อมในการควบคุมจัดการเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่หลากหลาย ด้วยระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่เพียงพอ มั่นคง และมีเสถียรภาพต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมถึงการต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อให้บริการประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กฟน. ได้ดำเนินโครงการในด้านเทคโนโลยี และพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง เช่น&amp;nbsp; การสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar rooftop) ให้กับหน่วยงานราชการขนาดใหญ่ การจัดทำ MEA Smart Life Application เพื่อเพิ่มความสะดวกในด้านบริการให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ตลอดจนการเป็นหน่วยงานแรกที่ริเริ่มนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ในกิจการ ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อวิจัยและพัฒนา จนสามารถผลิตเครื่องอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ได้เองในปัจจุบัน พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยการจัดทำ MEA EV Application บนสมาร์ทโฟน ทั้งระบบ IOS และ Android ด้วยฟังก์ชันการค้นหาสถานีพร้อมจองหัวชาร์จแบบเรียลไทม์ ได้ทุกค่าย มีระบบนำทางไปยังสถานีชาร์จพร้อมควบคุมการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบรีโมทด้วย&amp;nbsp; แอปพลิเคชันทันที การแจ้งข้อมูลประวัติการชาร์จ การคำนวณอัตราการประหยัดพลังงาน รวมถึงฟังก์ชันอื่นๆ อีกทั้ง กฟน. ยังร่วมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทุกราย ในการขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทดแทนรถยนต์น้ำมันในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยมีแนวโน้มการใช้พลังงานสะอาดสูงขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและต้นทุนที่ต่ำลง ทำให้ผู้บริโภคมีความสนใจที่จะผลิตพลังงานสะอาดและใช้เองในครัวเรือนมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมได้ตื่นตัวในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายทางธุรกิจและเป็นการใช้พลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ซึ่งการเพิ่มขึ้นของระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดดังกล่าว ต้องมีการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงนําระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการจัดการให้ได้รับความสะดวกสบาย และรวดเร็วยิ่งขึ้น ประกอบกับแนวโน้มใหม่ในด้านพลังงานในอนาคต ที่ผู้บริโภคจะกลายเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่แห่งคุณค่า (Value Chain) และการผลิตพลังงานจะมาจากแหล่งพลังงานทางเลือกที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ และอยู่ใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น (Distributed Energy Resources) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีซีพีจี ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความมุ่งมั่นในการลงทุน พัฒนาและดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; จึงได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มดังกล่าว ด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เริ่มจากนำเทคโนโลยี blockchain มาทำการแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer to Peer โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการพัฒนาธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนกับ กฟน. ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบีซีพีจี ที่จะได้ร่วมกันพัฒนาพลังงานทดแทนและการบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพด้วยระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่เพียงพอ มั่นคง และมีเสถียรภาพ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะสีเขียว T77 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบีซีพีจี กับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการทดลองระบบในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ กฟน. ได้ให้การสนับสนุนในฐานะหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนองค์กร และมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อให้บริการประชาชนด้วยแนวคิด smart metro ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายการจ่ายไฟฟ้าเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถสร้างสมดุลการใช้พลังงานที่สามารถผลิตได้เองภายในโครงการกับพลังงานที่มาจากสายส่งไฟฟ้าในเครือข่ายของ กฟน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีโครงการต่างๆ ที่จะร่วมกันพัฒนาในพื้นที่จำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน. ด้วยการต่อยอดสู่การพัฒนาด้านระบบโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงนำ Digital Platform มาช่วยในการบริหารจัดการทางด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นผลดีต่อประเทศในภาพรวมระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**ดาวน์โหลดฟรี :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- MEA Smart Life Application http://is.gd/KlyQKF&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- MEA EV Application&amp;nbsp; https://goo.gl/F6C5bV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟน. 60 ปี ก้าวสู่วิถีอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Leveraging beyond Tomorrow&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;Smart Metro&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;| ระบบไฟฟ้ามั่นคง บริการมั่นใจห่วงใยสังคม |&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15792</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟน., ชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), บัณฑิต สะเพียรชัย, บีซีพีจี, พลังงาน, พลังงานทดแทน, ลงนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7ab70034ec7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อม รับมือผู้สูงอายุพลัดตกหกล้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;รู้หรือไม่ว่าปัจจัยที่ทำให้ผู้อายุเสียชีวิตและพิการเป็นจำนวนมากมาจากพลัดตกหกล้ม เนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบตัวตั้งแต่บ้าน&amp;nbsp; สภาพแวดล้อม ไปจนพื้นที่สาธารณะไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินชีวิต ทั้งที่ประเทศไทยอีกไม่กี่ปีข้างหน้ากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อลดความสูญเสียที่คาดว่ามีจำนวนมากขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เมื่อไม่นานนี้ ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ (สสส.) มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือการสนับสนุนศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (Universal Design Center)&amp;nbsp; ระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนจากคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักประสานงานสนับสนุนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะรองรับสังคมสูงวัย (สปสว.) และภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนโครงการเข้าร่วมงานเป็นสักขีพยาน เพื่อเตรียมความด้านสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ &amp;ldquo;สังคมสูงวัย&amp;rdquo; ซึ่งอีกเพียง 3 ปี ประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ หรือมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุสูงถึง 20% การออกแบบและปรับสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัยต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุและเอื้อต่อการใช้งานของทุกคนจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขในปี 2557 พบว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่เสียชีวิตเพราะการพลัดตกหกล้มเกือบ 1,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 3 คน และมีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ โดยพบว่ากว่า 1 ใน 5 ของผู้สูงอายุที่หกล้มและกระดูกหักจะไม่สามารถกลับมาเดินได้อีก และบางส่วนต้องใช้รถเข็นไปตลอด รวมทั้งทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเองและต้องมีคนดูแลตลอดเวลา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของระบบบริการในผู้สูงอายุที่พลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั่วโลก ซึ่งกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ จากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2557 พบว่า เกือบครึ่งของผู้สูงอายุวัยปลาย (80 ปีขึ้นไป) ใช้ส้วมแบบนั่งยอง และจากการสำรวจสภาวะสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 ปี พ.ศ.2557 ในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่า เพียงร้อยละ 24.6 ของบ้านที่ผู้สูงอายุอาศัยอยู่มีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับวัย โดยมีเพียงร้อยละ 15.2 มีการติดราวในห้องน้ำ และมีราวเกาะในห้องนอน เพียงร้อยละ 5.8 เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สสส.สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัยในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อม ประสานความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการปรับที่พักอาศัยและพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ&amp;rdquo; ดร.สุปรีดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้าน รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า&amp;nbsp; 


ทดลองเล่นสล็อต&amp;nbsp;การจัดตั้งศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ คือ 1.เพื่อรวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรมท้องถิ่นและนวัตกรรมใหม่ๆ 2.เพื่อเป็นศูนย์ให้คำปรึกษา แนะนำ เผยแพร่ ให้ความรู้ในเรื่องการออกแบบก่อสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ 3. เป็นธนาคารอุปกรณ์ ที่รวบรวมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้สำหรับผู้สูงอายุ คนพิการและคนทุกคน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยศูนย์จุฬาฯ ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานกลางและศูนย์หลักประจำกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันตกและภาคตะวันออก ดำเนินการสร้างแล้วเสร็จเป็นศูนย์แรก จะเปิดให้เยี่ยมชมได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ โทร.08-4554-9301 หรือ E-mail: chula.udc@gmail.com และจะเริ่มทยอยเปิดศูนย์ของภูมิภาคอื่นๆ ในปีนี้ โดยคาดว่าจะเปิดศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนครบทั้ง 5 แห่ง ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2562 สามารถติดตามผ่านช่องทาง Facebook: ศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน Universal Design Center การติดต่อ: ติดต่อในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น.&amp;nbsp;


respin88&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ประกอบด้วย ศูนย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันตกและภาคตะวันออก) เบอร์โทรศัพท์ 08-4554-9301 หรือ Email: chula.udc@gmail.com, ศูนย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ภาคเหนือ) เบอร์โทรศัพท์ 08-7557-0590 (UD), 08-1951-0255 (ทั่วไป) หรือ Email: cmu.udc@gmail.com, ศูนย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน) เบอร์โทรศัพท์ 09-8696-2245 หรือ Email: thammasat.udc@gmail.com, ศูนย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เบอร์โทรศัพท์ 09-8174-0078 หรือ Email: msu.udc@gmail.com และศูนย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ภาคใต้) เบอร์โทรศัพท์ 0-7520-1769 หรือ Email: psu.udc@gmail.com​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;มั่นใจว่าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนจะเป็นทั้งพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา รวมทั้งช่องทางออกแบบที่พักอาศัย&amp;nbsp; พร้อมแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมให้แก่ประชาชนรับมือการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;27 ประเทศชี้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ยืนยันความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;รศ.ดร.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และตัวแทนจากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ภาคี สสส. กล่าวว่า แม้ในรายงานวิจัยปี พ.ศ.2559 โดยเบิร์นสไตน์ (Bernstein SL.) สรุปว่า ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับบุหรี่ปกติจะมีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายน้อยกว่าในขณะที่ให้นิโคตินเท่ากัน และแวเกอเนอร์ (Wagener) และคณะ ได้รายงานในวารสารควบคุมยาสูบ (Tobacco Control) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ.2560 ว่า บุหรี่ไฟฟ้าที่พัฒนาเป็นรุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 มีปริมาณนิโคตินที่เท่ากับบุหรี่ปกติ แต่มีระดับของสารก่อมะเร็งในปอดน้อยกว่าบุหรี่ปกติ งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่อาจจะมีศักยภาพที่จะใช้เพื่อการเลิกสูบบุหรี่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ ตนเห็นว่าในหลักการของการเลิกบุหรี่จำเป็นต้องลดระดับการรับสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสารนิโคตินที่เข้าสู่ร่างกายจะส่งผลเสียต่อสมองและหัวใจ จึงต้องค่อยๆ ลดปริมาณนิโคตินลง หรือหักดิบ และเลิกรับสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ รายงานจากวารสารกุมารแพทย์ (Pediatrics) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ปีที่ 141 ฉบับที่ 4 ตีพิมพ์เดือนมกราคม ปี พ.ศ.2561 ชี้ว่า ละอองจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีสารก่อมะเร็ง ซึ่งสารก่อมะเร็งไม่มีระดับที่ปลอดภัยจึงควรหลีกเลี่ยง และการที่ผู้สูบไม่สามารถเลิกได้ภายในระยะเวลา 1 ปี ก็จะเป็นเหยื่อระยะยาวของอุตสาหกรรมยาสูบ นี่เป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมยาสูบในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นอ้างว่าเป็นอันตรายน้อยกว่า ดังนั้นจังอยากฝากคำถามสำคัญของประเทศว่าบุหรี่ไฟฟ้าควรเป็นมาตรการทางเลือกสำหรับการเลิกบุหรี่ของประเทศไทยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์หรือบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดมีอยู่ 27 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย นโยบายที่ใช้กันส่วนใหญ่คือ การห้ามใช้ในสถานที่สาธารณะ การห้ามนำเข้า และการห้ามการทำการตลาด เหตุผลหลักคือบุหรี่ไฟฟ้ากำลังถูกตรวจสอบเรื่องความเสี่ยงต่อสุขภาพและยังไม่มีผลยืนยันว่าปลอดภัย&amp;rdquo; คณะทำงานจาก ศจย.กล่าวทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14592</URL_LINK>
                <HASHTAG>MOU, ลงนาม, ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ (สสส.), สสส, สังคมผู้สูงอายุ, สุขภาพประชากรไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b62cf6ddfb56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
