<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ลงนามคำสั่งเดินหน้าจัดตั้ง &#039;กองทัพอวกาศ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อกำหนดแนวทางการจัดตั้งกองกำลังอวกาศ ซึ่งภายภาคหน้าจะพัฒนาเป็นกองทัพอีก 1 เหล่าเทียบเท่ากับกองทัพบกและกองทัพเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงลายเซ็นบนคำสั่งนโยบายด้านอวกาศ-4 ที่เขาลงนามภายในห้องทำงานของทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการสถาปนากองทัพใหม่นี้ขึ้น เพื่อปกป้องดาวเทียม, รับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอวกาศ และยืนยันอิทธิพลเหนือกว่าของสหรัฐในวงโคจรของโลก ภายหลังลงนามคำสั่งนี้เมื่อวันอังคาร ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมไว้ และรัฐบาลของเขาถือว่าการจัดตั้งกองทัพอวกาศเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อไป กองทัพอวกาศจะเป็นกองทัพที่ 6 ของสหรัฐ แบบเดียวกับกองทัพเรือ, กองกำลังนาวิกโยธิน, กองทัพบก, กองทัพอากาศ และกองกำลังป้องกันชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งฉบับนี้ขอให้สภาคองเกรสร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทัพอวกาศ ขึ้นเป็นกองกำลังสาขาหนึ่งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพอากาศ คล้ายกับที่กองทัพเรือกำกับดูแลกองกำลังนาวิกโยธิน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาร์ลี ซัมเมอร์ส โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กระทรวงจะยื่นร่างกฎหมายเข้าสภาภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และว่า จากคำสั่งฉบับใหม่นี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้สหรัฐอยู่ในสถานะที่จะแข่งขัน, ยับยั้ง และเป็นผู้ชนะการแข่งขันช่วงชิงอำนาจในสภาพแวดล้อมหลายขอบเขตอันซับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การจัดตั้งกองทัพใหม่ขึ้นอีกสาขายังต้องผ่านการพิจารณาตรวจสอบและอนุมัติจากคองเกรส ซึ่งสมาชิกคองเกรสหลายคนรวมถึงพวกเจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมได้แสดงความกังขาและกังวลในด้านค่าใช้จ่ายและการเพิ่มองค์กรภาครัฐขึ้นอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29578</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอวกาศ, ลงนามคำสั่ง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d56a0ae34e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; กลับลำ ยุตินโยบายแยกเด็กอพยพจากครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จำนนต่อแรงกดดันมหาศาลจากทั้งรีพับลิกัน, เดโมแครต และประชาคมระหว่างประเทศ ยอมล้มเลิกนโยบายปราบปรามคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวดที่แยกเด็กจากครอบครัวผู้อพยพเข้าเมืองที่ถูกจับกุมแล้ว โดยลงนามคำสั่งฉบับใหม่เมื่อวันพุธเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันในศูนย์กักกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงลายเซ็นบนคำสั่งฉบับใหม่ ที่ลงนามภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2561 โดยมีรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ อยู่ด้วย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ว่าก่อนหน้าที่ผู้นำสหรัฐจะยอมกลับลำในวันพุธ นโยบายความอดทนเป็นศูนย์ของรัฐบาลทรัมป์ได้พรากเด็กๆ มากกว่า 2,300 คน จากพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ ภายหลังพวกเขาเดินทางข้ามชายแดนอย่างผิดกฎหมายเข้าสหรัฐ และถูกจับกุมตัวไว้นับตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม เด็กๆ เหล่านี้ถูกแยกไปพักตามค่ายกระโจมและสถานที่ต่างๆ โดยไม่สามารถติดต่อพ่อแม่หรือญาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามรายงานของสื่อสหรัฐที่อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขและบริการประชาชน (เอชเอชเอส) แม้ทรัมป์จะลงนามคำสั่งประธานาธิบดียุติวิธีปฏิบัติแบบนี้แล้ว แต่รัฐบาลยังไม่มีแผนจะนำเด็กหลายพันคนที่ถูกพลัดพรากแล้ว กลับคืนสู่อ้อมอกของครอบครัว รายงานของนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่หลายคนในเวลาต่อมา กล่าวว่า เด็กกลุ่มนี้จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของรัฐบาลกลางระหว่างรอกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายและรายงานเกี่ยวกับการแยกเด็กจากครอบครัวผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายสร้างความเดือดดาลและการต่อต้านภายในพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง ขณะที่นานาชาติพากันกล่าวโจมตีสหรัฐว่ากำลังละเมิดสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวขณะลงนามคำสั่งฉบับใหม่ว่า คำสั่งของเขาฉบับนี้จะทำให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน เขาไม่อยากเห็นหรือรับรู้ว่าครอบครัวถูกพรากจากกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในการปราศรัยแบบการหาเสียงต่อหน้าผู้สนับสนุนในรัฐมินนิโซตา ทรัมป์ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาได้ผ่อนนโยบายควบคุมชายแดนให้อ่อนลง &amp;quot;เราจะให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน แต่การควบคุมชายแดนจะเข้มงวดอยู่อย่างนี้&amp;quot; ทรัมป์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำสหรัฐคนนี้ยังกล่าวโทษพรรคเดโมแครตว่า เห็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายสำคัญกว่าพลเมืองชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวชุมนุมเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลกพร้อมชูป้าย ไม่มีเด็กคนใดผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ใกล้กับทรัมป์เวิลด์ทาวเวอร์ในนิวยอร์กซิตีเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์ยืนกรานมานานหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ว่า เขาจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วยการแยกเด็กๆ ออกจากพ่อแม่ผู้ปกครอง และมีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ด้วยการแก้กฎหมาย แต่แล้วเมื่อวันพุธเขากลับเปลี่ยนท่าทีแบบพลิกฝ่ามือ โดยมีรายงานว่า อิวานกา ลูกสาวของเขาซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้พ่อด้วย เรียกร้องให้พ่อของเธอยุติการพลัดพรากครอบครัว ขณะที่เมลาเนีย สตรีหมายเลข 1 ซึ่งไม่ชอบยุ่งเกี่ยวการเมือง ยังวิงวอนให้ยุติโดยกล่าวว่า ควรต้องใช้ &amp;quot;หัวใจ&amp;quot; ในการบริหารประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งของประธานาธิบดีระบุให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ รับผิดชอบเกี่ยวกับครอบครัวผู้อพยพต่อไป ไม่ใช่กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขและบริการประชาชนเช่นนโยบายที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คำสั่งยังบ่งชี้ว่า รัฐบาลมีเจตนาจะควบคุมตัวครอบครัวผู้อพยพเหล่านี้ไว้ไม่มีกำหนด ด้วยการท้าทายรัฐบัญญัติที่มีอยู่คือ ความตกลงฟลอเรสปี 2550 ที่จำกัดให้สามารถควบคุมตัวเด็กไว้ได้ไม่เกิน 20 วัน ไม่ว่าเด็กนั้นจะอยู่ลำพังหรืออยู่กับพ่อแม่ก็ตาม คาดว่าการท้าทายนี้น่าจะเผชิญการต่อสู้ทางกฎหมายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า มีความจำเป็นที่ต้องคงนโยบาย &amp;quot;ความอดทนเป็นศูนย์&amp;quot; ไว้ต่อไป เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่เขากล่าวโทษว่ามีคนเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นต้นเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ผู้นำหลายประเทศพากันตำหนินโยบายดังกล่าวเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลกเมื่อวันพุธ ทั้งนายกฯ อังกฤษ, แคนาดา, คณะมนตรียุโรป และสมเด็จพระสันตะปาปา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความอดทนเป็นศูนย์, ผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย, ยกเลิกนโยบาย, ลงนามคำสั่ง, สหรัฐ, แยกเด็ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bacdab0681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
