<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.นิว&#039;หนุนลงประชามติหาทางออกของชาติร่วมกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.63-ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Suphanat Aphinyan เรื่อง &amp;quot;ลงประชามติหาทางออกของชาติร่วมกัน&amp;quot; ระบุว่า ทางออกของชาติ คือ การฟังเสียงอันแท้จริงของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศกว่า 60 ล้านคน ความล้มเหลวของประชาธิปไตยในประเทศไทยเริ่มต้นมาจากการใช้กฎหมู่ของคณะราษฎร2475 โดยไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง &amp;nbsp;มาบัดนี้คณะราษฎร2563 ทั้งในและนอกรัฐสภา ได้สานต่อการกฎใช้หมู่ลดทอนคุณค่าของประชาธิปไตย มีการก่อม็อบเพิ่มเงื่อนไขของความขัดแย้งและความรุนแรง เพียงเพื่อต่อรองผลประโยชน์ทางการเมืองของคนส่วนน้อย และลิดรอนความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร้หลักการและความรู้ที่ถูกต้อง ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศแต่อย่างใด ตลอดจนนำพาประเทศชาติไปสู่ความแตกแยกและปัญหามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม มีแต่การลงประชามติเท่านั้น ที่เป็นวิธีการทางประชาธิปไตย อันจะสามารถสร้างประชาธิปไตยอย่างสันติได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือ การคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน ตามมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 1.เปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในการเสนอทางออกให้กับประเทศชาติ 2.คัดกรองข้อเสนอซึ่งเป็นที่นิยม และไม่ขัดแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยอาจจะใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย แทนการรวบรวมรายชื่อสนับสนุนข้อเสนอตามปกติ 3.นำข้อเสนอที่ผ่านการคัดเลือก เข้าสู่การลงประชามติของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นคนรุ่นใหม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย วิธีการทางประชาธิปไตย และแนวทางสันติวิธีที่มีอารยธรรม เพื่อตอบสนองเสียงอันแท้จริงของประชาชนทั้งประเทศ ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่เป็นคุณประโยชน์ต่อทุกคนอย่างแท้จริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นิว, ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ, ทางออกประเทศ, ลงประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f142feacfae1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาแนะแก้รธน.วิถีประชาธิปไตย ต้องลงประชามติก่อน ไม่ใช่ทำตามม็อบไม่กี่พันคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผ่านการลงประชามติของประชาชนทั้งประเทศโดยมีผู้ให้ความเห็นชอบจำนวน 16,820,402 คน คิดเป็น 61.35 % ของจำนวนประชาชนที่ไปออกเสียงลงประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงต้องถามความเห็นของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ทำตามความต้องการและเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองบางกลุ่มกับผู้ชุมนุมเพียงไม่กี่พันคนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไม่ใช่ตัวแทนที่แท้จริงของประชาชนทั้งประเทศ จึงไม่มีสิทธิอันชอบธรรมใดๆ ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศลงประชามติเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องดำเนินการให้มีการลงประชามติของประชาชนว่า จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าประชาชนทั้งประเทศลงประชามติด้วยเสียงข้างมากว่าไม่ควรแก้ไขก็ต้องยุติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าประชาชนเสียงข้างมากเห็นด้วยให้มีการแก้ไข รัฐสภาจึงดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แหละคือระบอบประชาธิปไตย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74790</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ลงประชามติ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียเริ่มลงประชามติปฏิรูปรธน. ต่อเวลา&#039;ปูติน&#039;ครองอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียเริ่มการลงประชามติมาราธอนนาน 7 วันว่าด้วยการปฏิรูปรัฐธรรมนูญเมื่อวันพฤหัสบดี ที่จะเปิดทางให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อครองอำนาจต่อไปได้จนถึงปี 2579&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดมิตรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานพรรคสหรัสเซียและรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ใช้สิทธิลงคะแนนประชามติที่หน่วยเลือกตั้ง 2759&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งของรัสเซียจัดให้มีการลงคะแนนล่วงหน้าตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน ก่อนถึงวันลงคะแนนอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้สิทธิที่อาจกระตุ้นให้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ถึงวันพฤหัสบดีรัสเซียมีผู้ป่วยโควิด-19 แล้วมากกว่า 613,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บังคับให้ผู้ใช้สิทธิที่มีราว 110 ล้านคน ต้องสวมหน้ากากอนามัยและได้จัดหาเจลฆ่าเชื้อโรคไว้ให้สำหรับเขตเลือกตั้งทั่วประเทศซึ่งมีเวลาแตกต่างกันถึง 10 โซน เอเอฟพีรายงานว่า เมืองวลาดิวอสต็อกในฝั่งตะวันออกไกลเริ่มลงคะแนนเป็นแห่งแรก โดยกรรมการการเลือกตั้งสวมถุงมือคอยแจกบัตรลงคะแนนให้ผู้ใช้สิทธิที่สวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงคะแนนครั้งนี้เป็นการสอบถามอาณัติของชาวรัสเซียเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญปี 2536 ที่ประธานาธิบดีปูตินเสนอต่อสภาเมื่อเดือนมกราคม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของทั้งสภาล่างและสภาสูงอย่างเร่งรีบ และผลการลงประชามติครั้งนี้เป็นที่คาดเดากันไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูติน ซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2542 ทั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี ยืนกรานให้จัดการลงประชามติถึงแม้ว่าผลคะแนนจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยอ้างว่าการลงคะแนนเสียงชี้ขาดของประชาชนจะทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเล็กเซย์ นาวัลนี นักเคลื่อนไหวฝ่ายค้าน โจมตีการลงคะแนนว่าเป็นอุบายของพวกประชานิยม ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ปูตินมีสิทธิเป็น &amp;quot;ประธานาธิบดีตลอดชีวิต&amp;quot; ถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ เป็นการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขนี้รวมถึงการทำให้การจำกัดสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของปูตินกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ซึ่งจะทำให้ปูตินสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้อีก 2 สมัย และหากเขาชนะการเลือกตั้ง ก็เท่ากับจะครองอำนาจไปถึงปี 2579 จากเดิมที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้ผู้นำวัย 67 ผู้นี้ดำรงตำแหน่งได้ถึงปี 2567 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายคัดค้านมีแผนจะชุมนุมประท้วงในกรุงมอสโกเมื่อเดือนเมษายน แต่ถูกห้ามการชุมนุมเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เว็บไซต์รณรงค์ล่ารายชื่อ &amp;quot;ไม่รับ&amp;quot; ร่างฉบับนี้ก็ถูกศาลมอสโกสั่งปิดกั้นเมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียพากันอ้างว่าจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ปูตินมีโอกาสครองอำนาจต่อไปเพื่อการันตีเสถียรภาพ แม้สัปดาห์ก่อนปูตินจะบอกว่าเขายังไม่ตัดสินใจว่าจะลงเลือกตั้งอีกหรือไม่ แต่ก็ย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เขามีทางเลือกหากจะลงสมัครอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69746</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, ร่างรัฐธรรมนูญ, ลงประชามติ, วลาดิมีร์ ปูติน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4be7e63f39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บูเกนวิลล์&#039;ลงมติท่วมท้นหนุนแยกเอกราชจากปาปัวฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บูเกนวิลล์เผยผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพุธ ประชาชนถึง 98% สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชจากปาปัวนิวกินี เตรียมเป็นประเทศใหม่ล่าสุดของโลก แม้กระบวนการนี้ยังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอห์น โมมิส ประธานรัฐบาลปกครองตนเองบูเกนวิลล์ (ซ้าย), เบอร์ตี อาเฮิร์น ประธานคณะกรรมการประชามติ (กลาง) และปูกา เตมู รัฐมนตรีกิจการบูเกนวิลล์ของปาปัวนิวกินี แสดงผลการลงประชามติเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เบอร์ตี อาเฮิร์น ประธานคณะกรรมการประชามติบูเกนวิลล์ ประกาศผลการนับคะแนนเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคมว่า มีประชาชน 176,928 คน หรือประมาณ 98% ของผู้ลงคะแนน สนับสนุนการแยกเอกราช โดยมีเพียง 3,043 คนที่สนับสนุนการเป็นส่วนหนึ่งของปาปัวนิวกินีต่อไปโดยมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น สิ้นเสียงประกาศชาวบูเกนวิลล์พากันปรบมือไชโยโห่ร้อง บ้างก็หลั่งน้ำตา บรรดาผู้ที่มีชื่อเสียงพากันร้องเพลงประจำเกาะแห่งนี้ &amp;quot;บูเกนวิลล์ของฉัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนและสิ้นสุดในวันที่ 7 ธันวาคม เป็นผลจากกระบวนการสันติภาพยาวนานหลายทศวรรษ ภายหลังฟื้นตัวจากสงครามกลางเมืองระหว่างกบฏบูเกนวิลล์, กองกำลังความมั่นคงปาปัวนิวกินี และทหารรับจ้างชาวต่างชาติ ที่คร่าชีวิตผู้คนถึง 20,000 คน หรือราว 10% ประชากร ก่อนที่สงครามโหดร้ายนี้จะยุติลงเมื่อปี 2541&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น โมมิส อดีตบาทหลวงที่ผันตัวมาเป็นผู้นำรัฐบาลเขตปกครองตนเองแห่งนี้กล่าวว่า อย่างน้อยในทางจิตใจตอนนี้ พวกเรารู้สึกเป็นอิสระแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เอกราชไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่ยังต้องมีกระบวนการทางการเมืองอีกยาวไกลและพวกผู้นำยังต้องเผชิญปัญหาท้าทายทั้งด้านการเงินและการบริหารเพื่อเปลี่ยนหมู่เกาะยากจนในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ให้เป็นประเทศโดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไป ผลประชามตินี้จะต้องได้รับการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรของปาปัวนิวกินี ที่ยังมีเสียงคัดค้านการแยกตัวด้วยเกรงว่าจะจุดชนวนขบวนการแยกเอกราชขึ้นในประเทศนี้ซึ่งมีหลายชนเผ่าและพูดกันต่างภาษา กระนั้นนักวิเคราะห์เชื่อว่า ด้วยผลคะแนนที่หนุนเอกราชอย่างท่วมท้นจะบีบให้ปาปัวนิวกินีต้องให้การรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชน แม็กลาวด์ จากสถาบันโลวีในออสเตรเลีย กล่าวว่า ผลที่ออกมาไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่น ชาวบูเกนวิลล์ต้องการเอกราช คะแนนที่ท่วมท้นทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ และปาปัวนิวกินีต้องยอมรับผลประชามติโดยเร็วและพร้อมเจรจาเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการแยกประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52280</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูเกนวิลล์, ปาปัวนิวกินี, ลงประชามติ, แยกเอกราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df0f5368c2cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บูเกนวิลล์&#039; จัดลงประชามติแยกเอกราชจากปาปัวนิวกินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเกาะบูเกนวิลล์ต่างร้องเต้นอย่างร่าเริงระหว่างการออกมาใช้สิทธิลงประชามติว่าต้องการแยกเอกราชจากปาปัวนิวกินีหรือไม่เมื่อวันเสาร์ ลุ้นเป็นประเทศล่าสุดของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบูเกนวิลล์มารอใช้สิทธิลงคะแนนประชามติแยกเอกราชเมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ประชาชนกว่า 1,000 คน รอหน้าหน่วยลงประชามติแห่งหนึ่งที่เมืองบูกาซึ่งเป็นเมืองหลักของเกาะบูเกนวิลล์ บางคนสวมพวงมาลัยทำจากหญ้า, ร้องเพลงเต้นรำบนท้องถนน, โบกธงเขตปกครองตนเองบูเกนวิลล์, เป่าปี่ไม้ไผ่ และมีเรือลำเล็กๆ หลายลำติดธงบูเกนวิลล์นำชาวบ้านจากเกาะเล็กๆ หลายแห่ง มาลงประชามติที่เมืองบูกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติครั้งนี้มีหน่วยลงประชามติทั้งหมด 21 หน่วย ผู้มีสิทธิ์ในการลงประชามติราว 207,000 คน เปิดให้ลงประชามติ 2 สัปดาห์ ผลการลงประชามติจะประกาศราววันที่ 15 ธันวาคม โดยคาดว่าฝ่ายสนับสนุนการแยกเอกราชจากปาปัวฯ จะชนะอย่างง่ายดาย แต่ก่อนการลงประชามติไม่มีผลโพลที่น่าเชื่อถือ ผลการลงประชามติอาจพลิกจากการคาดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติแยกเอกราชเกิดขึ้นตามข้อตกลงสันติภาพเมื่อปี 2544 หลังเกิดการสู้รบ 10 ปีระหว่างกองกำลังกบฏแบ่งแยกดินแดนบูเกนวิลล์กับกองกำลังความมั่นคงปาปัวฯ ที่ร่วมกับทหารรับจ้าง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผลการลงประชามติฝ่ายสนับสนุนแยกเอกราชเป็นผู้ชนะ ขั้นตอนจากนี้ต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภาปาปัวฯ ท่ามกลางความกังวลว่าการแยกเอกราชของบูเกนวิลล์จะเป็นแบบอย่างและกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวแยกเอกราชในดินแดนอื่นของปาปัวฯ ด้วย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ แต่ถ้าผลการลงประชามติแยกเอกราชถูกปฏิเสธ อาจทำให้เกิดความบาดหมางขึ้นอีกและทำลายกระบวนการสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น โมมิส ประธานาธิบดีภูมิภาคบูเกนวิลล์ กล่าวที่หน่วยลงประชามติแห่งหนึ่งในเมืองบูกาเมื่อวันเสาร์ว่า การเริ่มลงประชามติวันนี้เป็นเพียงก้าวแรกของกระบวนการที่ยาวนาน และขอให้ทุกคนมีความอดทน ไม่ควรรีบร้อน ต้องใช้เวลาเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยผลลัพธ์สุดท้ายอาจต้องรออีก 5 ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51019</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูเกนวิลล์, ปาปัวนิวกินี, ลงประชามติ, แยกเอกราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda936095848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนัน&#039;เฉ่ง5พรรครวมหัวแก้รธน. เหน็บไม่ต้องจบอ็อกซ์ฟอร์ดก็รู้ว่าไม่เคารพประชามติจากประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62- เพจ Suthep Thaugsuban ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความว่าสองพรรคใหญ่คัดค้านการรับรัฐธรรมนูญ อ้างว่า เพราะร่างขึ้นโดยเผด็จการแต่ประชาชนคิดยาวไกลไปกว่านักการเมืองมองเห็นคุณประโยชน์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้คิดแค่แพ้ชนะทางการเมือง จึงลงประชามติรับร่างถึง 16.8 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากห้าพรรคการเมืองไปร่วมตกลงกันว่าจะต้องแก้ไขผมขอบอกว่า เท่ากับไม่เคารพเสียงของประชาชนซึ่งไม่ต้องจบถึงอ็อกซ์ฟอร์ดยังรู้คิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31683</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, ลงประชามติ, อ็อกซ์ฟอร์ด, เลือกตั้ง, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5c17eab78fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
