<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;วางมาตรการถกแก้รธน. ยาวแน่ขานชื่อลงมติทีละฉบับ13ร่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เดินทางไปตรวจดูความพร้อมของห้องประชุมพระสุริยัน เพื่อตรียมความพร้อมการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เนื่องจากต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน เปิดเผยว่า วันที่ 22 มิ.ย. เป็นการประชมร่วมรัฐสภา มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น 700 กว่าคน จึงต้องไปดูความพร้อมในห้องประชุมและแท่นการอภิปราย โดยเสริมเพิ่มขึ้นมาอีก1 ที่ ตรงกลางห้องประชุม และยังคงต้องขอความร่วมมือทุกคน ในเรื่องของการสวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลาที่อยู่ในอาคาร ขอร้องสมาชิกรัฐสภา ผู้ที่ไม่ได้อภิปรายไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องประชุม เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่น เชื่อว่าสมาชิกให้ความร่วมมือดีอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้เตรียมเรื่องของการลงมติในกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการประชุมวันที่ 23-24 มิ.ย.รวม 13 ฉบับ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการลงมติด้วยเวลาที่ไม่นานเกินไป โดยยึดระเบียบข้อบังคับโดยเคร่งครัด ซึ่งทุกคนจะต้องพูดทั้ง 13 ฉบับว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยทุกฉบับ จากเดิมในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย จะใช้วิธีว่าเห็นด้วยฉบับที่เท่าไหร่บ้าง ไม่เห็นด้วยฉบับที่เท่าไหร่บ้าง เพราะเกรงว่าคนนับคะแนนจะสับสน จึงต้องยอมเสียเวลา รวมทั้งจะมีระบบในการตรวจสอบบันทึกไว้ด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน ยังกล่าวถึงกรณีที่มีแม่บ้านสภาฯ ติดโควิดว่า ได้ย้ำตลอด รวมทั้งในที่ประชุม คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (กร.) ว่า เราไม่สามารถประมาท โควิด-19 ได้ เราทุกคนต้องระมัดระวัง เพราะเปิดสภาฯ มาแล้วประมาณ 1 เดือน สามารถทำงานได้โดยที่ไม่ได้มีปัญหา สภาฯ ยังไม่ได้เป็นที่แพร่เชื้อ จึงต้องทำต่อไปให้ครบ120 วัน จึงขอทุกคนให้เข้มงวดกวดขันและขอความร่วมมือทุกฝ่าย ขออย่าเบื่อ เรื่องการสวมหน้ากากอนามัยคนร่วมมือ 100 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; ที่มีปัญหาคือเวลามีคนอภิปราย แล้วยังมีคนไปนั่งด้านหลังก็ได้เตือนกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, รัฐสภา, ลงมติ, แก้รธน., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d0310785264.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสมอกัน&#039; ยันโหวตไว้วางใจ &#039;ธรรมนัส&#039; แต่เกิดปัญหาคะแนนไม่ขึ้น มี ส.ส.นั่งใกล้เป็นพยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20​ ก.พ.64 - นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงมติและพบว่า ชื่อตนเองกดแสดงตนแต่คะแนนไม่ขึ้น จึงกลายเป็นการไม่ลงคะแนนให้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า เมื่อได้ทราบว่ามีข้อผิดพลาดดังกล่าวตนในฐานะที่เป็นวิปรัฐบาลจึงได้แจ้งตรงไปยังนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคพลังประชารัฐ​ ในฐานะประธานวิปรัฐบาลและให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา แจ้งโดยตรงไปยัง​ ร.อ.ธรรมนัส เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้ทำหนังสือส่งถึงสำนักประชุมของสภา เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนกดลงคะแนนตามปกติตามมติพรรค ซึ่งการที่กดคะแนนให้กับรัฐมนตรีทุกคนก็ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามทราบว่ามีส.ส.หลายคนประสบปัญหาเช่นเดียวกันและต่างได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักประชุมเพื่อให้ตรวจสอบแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมกดลงคะแนนตามมติพรรคชาติไทยพัฒนาทุกประการ​ แต่เมื่อคะแนนที่ออกมากลับพบว่าเป็นการไม่ลงคะแนนทั้งที่กดเป็นการแสดงตนแต่ไม่โหวตและผมจะทำอย่างนั้นทำไม ซึ่งส.ส.เผดิมชัย สะสมทรัพย์และส.ส.พานุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆผมเป็นพยานให้ได้และผมได้ทำหนังสือให้สำนึกประชุมตรวจสอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะเห็นว่ามีส.ส.หลายคนก็กำลังขอให้สำนักประชุมตรวจสอบด้วยเช่นกันและผมยืนยันว่าผมกดคะแนนไว้วางใจ​ ร.อ.ธรรมนัสอยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93670</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, พรรคชาติไทยพัฒนา, ลงมติ, เสมอกัน เที่ยงธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49c863770ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านฉลุย!สภาโหวตอนุมัติพ.ร.ก.3ฉบับกู้เงิน1.9ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-เมื่อเวลา 16.00น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมากอนุมัติพระราชกำหนดจำนวน 3 ฉบับ ดังนี้ 1.พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 274 คะแนน โดยไม่มีการลงมติไม่เห็นด้วย แต่มีส.ส.ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 207 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 275 คะแนน ไม่เห็นด้วย 1 คะแนน งดออกเสียง 205 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 274 คะแนน ไม่เห็นด้วย 195 คะแนน งดออกเสียง 12 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามขั้นตอนจะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป โดยหากสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติแต่วุฒิสภาไม่อนุมัติและสภาผู้แทนราษฎรยืนยันการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรให้พระราชกำหนดนั้นตกไป อย่างไรก็ตาม ถ้าวุฒิสภาอนุมัติพระราชกำหนดนั้นจะมีผลใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67459</URL_LINK>
                <HASHTAG>(พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน 1.9 ล้านล้านบาท, รัฐสภา, ลงมติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed374b0d2016.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาล่างสหรัฐเดินหน้ากระบวนการไต่สวนถอด&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เดโมแครตครองเสียงข้างมาก เดินหน้ากระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเห็นชอบกฎพื้นฐานสำหรับการไต่สวนที่เปิดให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ใช้ค้อนเคาะสัญญาณปิดการลงคะแนนในสภาเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติของสภาล่างสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นการลงมติครั้งแรกเกี่ยวกับกระบวนการถอดถอนและเป็นบททดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสภาแห่งนี้ว่าสนับสนุนการไต่สวนเพื่อถอดถอนหรือไม่ โดยผลปรากฏว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ลงมติด้วยคะแนน 232 เสียงเห็นชอบในเดินหน้ากระบวนการนี้ โดยมี 196 เสียงคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.เดโมแครต 2 คนจากรัฐที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ลงมติคัดค้านแบบเดียวกับรีพับลิกันทั้งพรรค ขณะเดียวกันก็มีอดีต ส.ส.รีพับลิกันที่ปัจจุบันเป็น ส.ส.อิสระ ลงมติเห็นด้วย
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า วันนี้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการอีกขั้นด้วยการกำหนดขั้นตอนสำหรับการให้การแบบเปิดเผยเพื่อให้สาธารณชนได้เห็นข้อเท็จจริงด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนของเดโมแครตต้องการทราบว่าทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีโดยมิชอบหรือไม่ ด้วยการใช้นโยบายต่างประเทศแบบผิดกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาของคำกล่าวหานี้มาจากคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์ กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ากดดันผู้นำยูเครนสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวเก็งที่จะเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับทรัมป์ในปีหน้า และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของไบเดนที่เคยเป็นผู้บริหารบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งในยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งปัจจุบันและอดีตราว 12 คนเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการหลายชุดของสภาแบบปิดลับ ตอกย้ำตรงกันว่าทรัมป์สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนราว 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อบีบให้เซเลนสกีประกาศสอบสวนพ่อ-ลูกไบเดนเป็นการแลกเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ปฏิเสธว่าสิ่งที่เขาทำไม่ผิดกฎหมาย และกล่าวโจมตีการไต่สวนว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและเกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง โดยเขามักเรียกว่าเป็นการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนแบบเปิดเผยนี้จะเริ่มต้นด้วยการนำเสนอพยานและหลักฐานเอกสารโดยคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาล่าง ที่เป็นแกนนำการไต่สวนที่ผ่านมา และจะเปิดให้รีพับลิกันท้าทายได้ หากผลการไต่สวนมีน้ำหนักมากพอ คณะกรรมาธิการการตุลาการจะร่างข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนให้สภาลงมติ หากผ่านก็จะส่งต่อให้วุฒิสภาลงมติถอดถอน ซึ่งต้องใช้เสียง 2 ใน 3 จึงแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากรีพับลิกันครองที่นั่งข้างมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, ลงมติ, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, สภาล่างสหรัฐ, เดินหน้ากระบวนการไต่สวน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbc3670a5e4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบสวย! 7 พรรคฝ่ายค้าน ให้โอกาสรัฐบาลผ่านงบฯปี 2563 เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 62 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 19.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 1 เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ช่วงอภิปรายสุดท้ายก่อนปิดการอภิปรายและลงมตินั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน ได้อภิปรายปิดท้ายช่วงหนึ่งว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มองภาพใหญ่ไม่เป็น สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาต่อระบบคิด ที่ควรมองภาพระดับเล็กด้วย ซึ่งการจัดงบประมาณแผ่นดินภาพรวมไม่มีความหวังต่อการแก้ปัญหาให้ประเทศ โดยการจัดงบประมาณขาดดุล ต่อเนื่อง 6 ปี ตั้งแต่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งไม่มีความหวังว่าประเทศไทยจะหมดหนี้สินได้เมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่านอกจากนั้นในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจตนเชื่อว่าหลายประเทศประสบปัญหาเช่นกัน แต่กลุ่มประเทศเหล่านั้นแค่เซ แต่กรณีประเทศไทยเชื่อว่าจะล้ม เพราะได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ภาพรวมของการจัดสรรงบประมาณ ปี 2563 สะท้อนให้เห็นภาพว่า ในปีหน้าภาวะประเทศจะเป็นหนี้สูงที่สุด ทั้งหนี้ครัวเรือน และภาวะความเหลื่อมล้ำจะเพิ่มสูง คนตกงานมากที่สุด กว่า 4 แสนคน และมีผู้ที่จบปริญญาตรี จะตกงานกว่า 3 แสนคน ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะต่ำที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุนลดลง คือ การพัฒนาประเทศจะลดลงด้วย ผมต้องทวงจากท่าน คือ การปฏิรูปประเทศ แต่การปฏิรูปประเทศต้องปฏิรูปด้านการจัดสรรงบประมาณ ทั้งนี้ผมสงสัยว่ารัฐบาลจะลงทุนเป็นหรือไม่ เพราะลงทุนในโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ส่วนรายรับที่รัฐบาลประมาณการสูงกว่าความเป็นจริง กว่าแสนล้านบาท ถือว่าสวนทางกับความเป็นจริง เพราะเศรษฐกิจถดถอย การส่งออกจะถดถอย และการท่องเที่ยวจะลดลง ส่วนที่รัฐบาลตั้งความหวังไว้ที่โครงการอีอีซีเชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าลงทุน สำหรับการแก้ปัญหาของรัฐบาลเหมือนกับปวดท้อง แต่ซื้อยาแก้ปวดหัวมากิน เพราะรัฐบาลขาดประสิทธิภาพของการใช้จ่ายเงิน และทำให้การใช้จ่ายไม่คุ้มค่า ทั้งนี้รัฐบาลพยายามกระตุ้นการใช้จ่ายเงินแต่คือการสนับสนุนกลุ่มเจ้าสัว&amp;rdquo; นายสุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวด้วยว่างบประมาณด้านความมั่นคงที่มากกว่าการพัฒนาคนและเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทั้งนี้เข้าใจว่านายกฯ คือ ทหารเก่าอาจต้องศึกษาประวัติศาสตร์ที่พบว่าบางประเทศในยุคทำสงครามต้องสะสมอาวุธทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ แต่บางประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่นที่ยุคหลังสงครามตัดงบกลาโหม และความมั่นคง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจก้าวหน้า ดังนั้นขอให้รัฐบาลทบทวนงบประมาณของกระทรวงที่เกี่ยวกับความมั่นคงเพื่อพัฒนาคนและเศรษฐกิจ ส่วนกรณีการทำงบประมาณนอกกฎหมายงบประมาณและตรวจสอบไม่ได้ เช่น สั่งจ่ายงบสะสมท้องถิ่น ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบวิธีงบประมาณ, งบกลาง พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นให้ตีความ อย่างไรตนขอให้รัฐบาลรับข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านไปปรับปรุงในวาระสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ที่ว่ากันมา จะยกมือให้หรือไม่ ผ่านไหม เรียนตรงๆพวกผม 7 พรรคจะยกมือให้ทำใจลำบาก ถ้าจะยกให้ตกเราก็ห่วงประเทศชาวบ้าน ดังนั้น จะยกมือให้ทำใจลำบาก จะยกให้ตกใจก็ไม่กล้าพอ เพราะนึกถึงชาวบ้าน จะให้โอกาสท่าน แม้จะว่าทั้งวัน เราจะให้โอากาสผ่านไป แต่มีข้อแม้ว่าในวาระที่สองหวังว่าจะช่วยกันทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แก้เท่าที่โอกาสอำนวย ถ้าไม่ทำ วาระสาม พวกผมขอสงวนสิทธิ์ อย่าประมาทไป เลือกตั้งซ่อมมือของพวกผมอาจเยอะกว่าพวกท่าน&amp;rdquo; นายสุทิน กล่าวปิดท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48419</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, พรรคฝ่ายค้าน, ลงมติ, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5dab0dd6d0307.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039;พลิกลิ้นกะทันหันอ้างฝ่ายค้านงดออกเสียงโหวตงบฯแค่ความเห็นส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยแถลงข่าวอีกครั้ง ว่า ที่ตนให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมงดออกเสียงในการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯนั้น เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว เนื่องจากตนไม่ได้เป็นทั้งวิปพรรคและวิปฝ่ายค้าน โดยหลังจากการอภิปรายเสร็จสิ้น พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมร่วมกันอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุปในการลงมติ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร ตนก็พร้อมปฏิบัติตามมติของพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีงูเห่าแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.50 น. ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงมติผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563ว่า เป็นไปไม่ได้ที่พรรคฝ่ายค้านจะไปร่วมสนับสนุนยกมือให้ผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะมี ส.ส. ลงมติสวนกับมติพรรคหรือไม่ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่ามี เพราะเราอภิปรายไม่เห็นด้วยงบประมาณ แล้วจะไปยกมือให้ได้อย่างไร เชื่อเป็นไปไม่ได้ทางการเมือง และทุกคนที่อภิปราย ฝ่ายค้านไม่มีใครเห็นด้วยกับการจัดทำงบประมาณ ดังนั้น เชื่อว่า ก็ต้องยกมือไปแนวทางเดียวกัน การจะไปยกมือสนับสนุนเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนคนที่ไม่ได้อภิปราย จะลงมติไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนเคารพมติของพรรค ก็คือ งดออกเสียง พรรคเพื่อไทยไม่มีงูเห่าแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายปี2563, ลงมติ, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daaeadd9e66b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมพงษ์&#039; แนะติดกริ่งสัญญาณทั่วพื้นที่ใช้งานสภา แก้ปัญหาสมาชิกลงมติไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.62 - นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีปัญหาการเรียกสมาชิกไปลงคะแนนระหว่างการประชุมสภาฯ ว่า พรรคฝ่ายค้านก็ประสบปัญหาตรงนี้เช่นกัน รวมถึงหลายพรรคก็รู้สึกแบบเดียวกัน เพราะส่วนใหญ่การอภิปรายจะยืดเยื้อ ที่เกิดปัญหาเพราะสมาชิกออกไปพักผ่อนนอกห้องประชุมพอถึงเวลาลงมติบางครั้งกลับมาไม่ทัน อีกทั้งมีปัญหาเรื่องของการสื่อสารกัน ซึ่งเลขาธิการสภาฯ รับทราบแล้วซึ่งจะดำเนินการแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ การติดตั้งกริ่งสัญญาณเรียกเพื่อลงมติน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ง่ายกว่าแบบอื่น และต้องติดให้ได้ยินทุกห้อง ทุกพื้นที่ที่ใช้งานในบริเวณรัฐสภา ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเลขาฯสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์แห่งข้อเท็จจริง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็ได้ประโยชน์เพราะจะได้ชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจชัดเจน ทั้งนี้ ตนเห็นว่าประเด็นการถวายสัตย์ของนายกฯ เป็นเรื่องสำคัญไม่แตกต่างจากความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องอื่นๆ หากข้อกังขาในการทำผิดรัฐธรรมนูญยังอยู่ ประชาชนยังไม่ได้รับความกระจ่างก็ถือว่าเดือดร้อนเหมือนกัน หากผิดรัฐธรรมนูญจริงสิ่งต่างๆที่รัฐบาลดำเนินการไปก็จะยุ่งยากวุ่นวาย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าเรื่องการถวายสัตย์น่าจะจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายสมพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ เพราะนายวิษณุ ก็พูดอยู่เรื่อยๆ หลายครั้งก็ขัดกันเองบ้าง ซึ่งท่านคงต้องไปปรับเหมือนกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43501</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, ปมถวายสัตย์, ผู้นำฝ่ายค้าน, ลงมติ, สมาชิกลงคะแนนไม่ทัน, หัวหน้าพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3971b9d0d77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
