<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาสหรัฐถอดถอนทรัมป์ ชงวุฒิฯลงมติเดือนธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติถอดถอน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดีตามคาดเมื่อวันพุธ ด้วยข้อกล่าวหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา เตรียมส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาลงมติเดือนหน้า แต่โอกาสแทบเป็นศูนย์เพราะ ส.ว.รีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ 243 ปี ที่โดนสภาผู้แทนราษฎรลงมติถอดถอนพ้นจากตำแหน่ง แต่ 2 คนก่อนหน้านี้คือประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ปี 2532 และประธานาธิบดีบิล คลินตัน ปี 2541 ล้วนรอดการลงมติของวุฒิสภามาได้และดำรงตำแหน่งต่อจนครบวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาล่างของสหรัฐอภิปรายโต้เถียงกันนาน 10 ชั่วโมง ก่อนจะลงมติเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยเสียงส่วนใหญ่ในสภา ซึ่งเดโมแครตครองที่นั่งข้างมาก ให้ความเห็นชอบข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทั้ง 2 ข้อหา โดยข้อหาแรก การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบนั้นได้คะแนนเห็นชอบ 230 ต่อเสียงคัดค้าน 197 คะแนน ส่วนข้อที่ 2 ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภาคองเกรส ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 229 ต่อ 198 คะแนน ส.ส.รีพับลิกันลงมติคัดค้านทั้ง 2 ข้อหา ในขณะที่เดโมแครต มี ส.ส. 2 คนคือ คอลลิน ปีเตอร์สัน และเจฟฟ์ ฟาน ดริว ลงมติคัดค้านทั้ง 2 ข้อหา ส่วนจาเร็ด โกลเดน ส.ส.เดโมแครตอีกคนคัดค้านข้อหาที่ 2 และ ส.ส.ทุลซี กับบาร์ด งดออกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พรรคเดโมแครต กล่าวว่า พวกเขา &amp;quot;ไม่มีทางเลือก&amp;quot; นอกจากตั้งข้อกล่าวหาทรัมป์อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขั้นตอนต่อไป สภาล่างจะส่งให้สภาสูงไต่สวนข้อกล่าวหาเหล่านี้ การลงมติจะต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา 100 ที่นั่ง ซึ่งหมายความว่าต้องมี ส.ว.รีพับลิกันอย่างน้อย 20 คนแปรพักตร์มาร่วมโหวตให้เดโมแครตเพื่อถอดถอนทรัมป์ แต่ถึงบัดนี้ไม่มี ส.ว.รีพับลิกันคนได้แสดงเจตจำนงเช่นนั้น และ ส.ว.มิตช์ แม็กคอนเนลล์ แกนนำ ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมาก ทำนายว่า &amp;quot;ไม่มีโอกาส&amp;quot; ที่วุฒิสภาจะถอดถอนทรัมป์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์วัย 73 ปี ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีโดยมิชอบ ด้วยการกดดันให้รัฐบาลยูเครนเปิดการสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา ที่เป็นตัวเก็งแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งปลายปี 2563 รวมถึงให้ลดความน่าเชื่อถือของทฤษฎีที่ว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 โดยโยนให้เป็นเดโมแครตสมคบกับยูเครนแทรกแซงการเลือกตั้งครั้งนั้นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อกล่าวหามาจากการเปิดโปงคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม หรือ 3 เดือนภายหลังเซเลนสกีชนะเลือกตั้ง โดยทรัมป์ขอให้ผู้นำยูเครนช่วยสอบสวนไบเดน และฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายที่นั่งเก้าอี้ในบอร์ดบริหารของบูริสมา บริษัทพลังงานยูเครน ช่วงที่ไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐ โดยทรัมป์กล่าวหาอย่างไม่มีหลักฐานว่าทั้งคู่คอร์รัปชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดโมแครตกล่าวว่า ทรัมป์ระงับการอนุมัติความช่วยเหลือทางทหาร 391 ล้านดอลลาร์แก่ยูเครน และใช้การประชุมสุดยอดที่ทำเนียบขาวเป็นข้อต่อรองเพื่อให้เซเลนสกีเข้ามาก้าวก่ายการเลือกตั้งสหรัฐด้วยการสาดโคลนไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาภายหลังสภาผู้แทนราษฎรเปิดการไต่สวน ทรัมป์ยังมีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐให้ความร่วมมือปฏิบัติตามหมายเรียกเข้าให้การและส่งเอกสารแก่สภา ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อกล่าวหาที่สองว่าทรัมป์ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทรัมป์ยืนกรานโดยตลอดว่าเขาไม่ได้ทำผิด และประณามกระบวนการอิมพีชเมนต์โดยเพโลซีเมื่อเดือนกันยายนว่าเป็น &amp;quot;การล่าแม่มด&amp;quot; และ &amp;quot;การก่อรัฐประหาร&amp;quot; ระหว่างที่สภาล่างเตรียมลงมติเมื่อวันพุธ ทรัมป์ไปหาเสียงเลือกตั้งเพื่อรักษาเก้าอี้ประธานาธิบดีปลายปีหน้าที่เมืองแบตเทิลครีก รัฐมิชิแกน กล่าวโจมตีเดโมแครตว่าเป็นพวกซ้ายจัดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เดโมแครตกำลังพยายามทำให้บัตรลงคะแนนของชาวอเมริกันผู้รักชาติหลายสิบล้านคนกลายเป็นโมฆะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดขวางกระบวนการไต่สวนของสภา, ถอดถอนทรัมป์, ประธานาธิบดี, ลงมติถอดถอน, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb9404301cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่วมท้นมติถอดก.ต.  3,165เสียงสร้างประวัติศาสตร์ตุลาการ/ชำนาญโวโล่งอกได้ลุยตามแนวตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ชำนาญ&amp;quot; หลุดตำแหน่ง ก.ต. หลังผู้พิพากษาทั่วประเทศลงมติถอดถอนท่วมท้น 3,165 คน &amp;nbsp;จากทั้งหมด 4,635 คน กรณีถูกร้องก้าวก่ายและข่มขู่ผู้พิพากษา ถือเป็นครั้งแรกในวงการตุลาการที่มีการถอดถอน อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 แกนนำยื่นคำร้อง ชี้เป็นชัยชนะของศาลยุติธรรมที่มุ่งปกป้องความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงแม้จะจากผู้พิพากษาด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการนับคะแนนผลการลงมติเพื่อถอดถอนหรือไม่ถอดถอน นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา และกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ก.ต. ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติ
ธรรม พ.ศ.2543
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 61 นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้แทนยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. โดยกล่าวหาว่านายชำนาญมีพฤติการณ์ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และข่มขู่ผู้พิพากษา ในคดีมรดกของครอบครัวนายชำนาญ ที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา สำนักงานศาลยุติธรรมและศาลทั่วประเทศได้ติดประกาศคำร้องถอดถอน พร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมยื่นคำร้องขอถอดถอนที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้วจำนวน 1,735 คน โดยภายหลังมีผู้ถอนรายชื่อ 1 คน เหลือ 1,734 คน และได้ติดประกาศคำชี้แจงของนายชำนาญ ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดว่าเป็นความเท็จ ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด จากนั้นได้จัดส่งบัตรลงคะแนนให้กับผู้พิพากษาทั่วประเทศทางไปรษณีย์ เพื่อลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอน ซึ่งมีผู้พิพากษาส่งบัตรลงคะแนนกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรมทั้งหมด 3,548 ใบ จากบัตรลงคะแนนที่ส่งให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศ 4,635 ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏว่า มีผู้พิพากษาลงคะแนนให้ถอดถอนนายชำนาญจากตำแหน่ง ก.ต. จำนวน 3,165 ใบ ไม่ถอดถอน 193 ใบ และบัตรเสีย 190 ใบ จากจำนวนผู้พิพากษาทั่วประเทศ 4,635 คน ถือว่าไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (2,318 คน) ของผู้พิพากษาทั่วประเทศ ดังนั้น นายชำนาญต้องพ้นจากตำแหน่ง ก.ต. ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 นับตั้งแต่วันนี้ 26 ต.ค.เป็นต้นไป อันเป็นวันที่นับคะแนนเสร็จสิ้น ตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2544 ข้อ 17
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ตัวแทนผู้เข้าชื่อร้องถอดถอน ก.ต. กล่าวว่า เป็นชัยชนะของศาลยุติธรรมที่มุ่งจะปกป้องความเป็นอิสระของศาล ไม่ใช่แค่ชัยชนะของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือผู้เข้าร่วมถอดถอน ซึ่งนับตั้งแต่มีระเบียบในการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในปี 2544 เป็นต้นมา ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก การลงคะแนนเสียง 3,165 คะแนน ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของผู้พิพากษา ทำให้เห็นว่าศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับหลักความเป็นอิสระ ซึ่งประชาชนจะมั่นใจว่าจะได้รับการพิจารณาที่เที่ยงธรรม ปราศจากการแทรกแซง แม้ว่าจะเป็นผู้พิพากษาด้วยกันก็ต้องถูกลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสืบพงษ์ยังได้เผยแพร่เอกสารขอบคุณผู้ร่วมลงมติ มีข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงออกถึงเจตจำนงอันบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อปกป้องรักษาหลักความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี ทำให้สังคมได้รับรู้ว่าผู้พิพากษาจะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ใด แม้กระทั่งผู้ที่มีอำนาจให้คุณให้โทษแก่ผู้พิพากษา ความสำเร็จในภารกิจครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะของสถาบันศาลยุติธรรมอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน &amp;nbsp;และจะได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของศาลยุติธรรมตลอดไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของนายชำนาญในตำแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ว่ายังคงปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ต่อไป การลงมติวันนี้ เป็นกรณีที่นายชำนาญถูกยื่นถอดถอนให้พ้นจากการเป็น ก.ต.ชั้นฎีกาเท่านั้น คนละส่วนกับการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุม ก.ต.ชุดใหญ่ (15 คน) มีมติวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชั้นต้นกับนายชำนาญ ในการรักษาวินัยผู้พิพากษา ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 68 กรณีคู่ความในคดีร้องเรียน และ ก.ต.ได้รับทราบรายงานข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากผู้พิพากษาศาลชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในช่วงการพิจารณาความเหมาะสมวาระโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการตุลาการทั่วประเทศ ส่อจะทำการขัดต่อประมวลจริยธรรม แทรกแซงการทำหน้าที่หรือไม่ มีความคืบหน้าอย่างไร นายสุริยัณห์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวก็กำลังดำเนินการอยู่ตามขั้นตอนที่ ก.ต.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชำนาญกล่าวว่า มติถอดถอนให้พ้นจาก ก.ต.ชั้นฎีกาวันนี้ ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตนในตำแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาที่จะต้องพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งตนก็จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ต่อไปจนครบอายุราชการ 65 ปี คือเดือน ก.ย. 2562 ขณะที่วันนี้ก็มีกลุ่มเพื่อนผู้พิพากษาโทร.มาให้กำลังใจด้วย ส่วนครอบครัวของตน ที่ผ่านมาเราก็ให้กำลังใจกัน ต่อไปคือการรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงในส่วนที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลต่างๆ ไว้ตามกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญกล่าวว่า กระบวนการถอดถอนมิได้มีการไต่สวน มีเพียงกระบวนการที่ให้ส่งคำชี้แจงเป็นเอกสารปิดประกาศให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศได้รับทราบ ซึ่งระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.2544 ก็มิได้กำหนดขั้นตอนให้มีการไต่สวน ต่างกับระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 (บังคับใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระ) ซึ่งเป็นระเบียบจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่ออกมาเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้กำหนดวิธีการ ขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยการไต่สวนไว้อย่างละเอียด ซึ่งตนเห็นว่าระเบียบดังกล่าว นักการเมืองยังมีโอกาสมากกว่า ก.ต.เสียอีก ที่จะได้นำข้อเท็จจริงมาชี้แจงและมีการไต่สวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุม ก.ต.มีมติเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชั้นต้นว่านายชำนาญได้กระทำการขัดต่อประมวลจริยธรรมผู้พิพากษาหรือไม่ นายชำนาญกล่าวว่า นี่แหละ ก็แสดงให้เห็นว่าข้อกล่าวหาของตนยังไม่ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ยุติ แต่กลับมีกระบวนการถอดถอนขึ้นมาก่อน ที่ผ่านมามีเพียงหนังสือแจ้งให้ทราบจาก ก.ต.เท่านั้นว่าให้ตั้งคณะกรรมการสอบฯ แต่กระบวนการอื่นๆ ที่จะมาสู่การชี้แจงยังไม่ได้ทำอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาคิดว่าการทำหน้าที่ในฐานะ ก.ต.ก็เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน เพราะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการดูแลให้ความเป็นธรรมแก่ผู้พิพากษา เมื่อวันนี้ต้องพ้นภารกิจนี้ที่หนักและเครียดอยู่เหมือนกัน ก็ไม่มีอะไร ผมรู้สึกโล่งใจ I&amp;rsquo;m free. ที่ได้เป็นอิสระ จากนี้ไปผมก็จะดำเนินการในส่วนของผมแบบ My Way&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์ กล่าวถึงขั้นตอนดำเนินการของศาลหลังจากนายชำนาญพ้นตำแหน่งว่า ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 บัญญัติว่า จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกาแทนตำแหน่งที่ว่างลง 1 ตำแหน่ง ภายใน 45 วัน เพื่อให้ได้ ก.ต. ครบ 15 คน โดยตำแหน่ง ก.ต.ที่ว่างลง จะมีการเลือกตั้งของผู้พิพากษาในชั้นศาลฎีกา ส่วนคณะ ก.ต. ที่ยังเหลืออยู่ 14 คน ในขณะนี้ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญ ปัจจุบันอายุ 64 ปี ยังคงดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีศาลล้มละลายในศาลฎีกา ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่งผู้พิพากษานี้ถึงอายุราชการ 65 ปี โดยการโยกย้ายล่าสุด นายชำนาญต้องพลาดการขึ้นตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา อาวุโสลำดับที่ 1 เนื่องจากติดปัญหาชั้นพิจารณาความเหมาะสมการดำรงตำแหน่ง จากกรณีที่ถูกร้องเรียนเรื่องที่เป็นประเด็นถอดถอนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างมีการดำเนินกระบวนการถอดถอน นายชำนาญได้ใช้สิทธิตามกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีคณะผู้รวบรวมรายชื่อและผู้พิพากษาเผยแพร่ข้อมูลที่นำมาสู่มาการถอดถอนจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกประกอบด้วย นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, นายพัลลอง มั่นดี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา รวม 6 คน ฐานหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 พร้อมแจ้งความเพิ่มนายสืบพงษ์ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ด้วย ส่วนครั้งที่สอง ได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้พิพากษาและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์-แชร์ข้อความประเด็นยื่นถอดถอนอีก 12 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทฯ เช่นกัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวก่ายและข่มขู่ผู้พิพากษา, น.ส.มณี สุขผล, นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์, นายสราวุธ เบญจกุล, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, ปราศจากการแทรกแซงแม้จะจากผู้พิพากษาด้วยกัน, มุ่งปกป้องความเป็นอิสระ, ลงมติถอดถอน, หนังสือพิมพ์, แผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd30b9174d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
