<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039; เล็งสมัครชิงประธานาธิบดีแข่ง &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กและเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 8 ของสหรัฐ อาจลงสังเวียนเลือกตั้งของพรรคเดโมแครตเพื่อเป็นตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ ปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล บลูมเบิร์ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน อ้างรายงานข่าวของสื่ออเมริกันหลายแห่ง รวมถึงนิวยอร์กไทมส์ ว่าบลูมเบิร์กน่าจะยื่นเอกสารเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเบื้องต้นของพรรคเดโมแครตในรัฐใดรัฐหนึ่งสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะเป็นที่รัฐแอละแบมา เพื่อเปิดทางเลือกไว้สำหรับการลงชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กเคยกล่าวไว้เมื่อเดือนมีนาคมว่าเขาจะไม่ลงชิงประธานาธิบดี แต่ที่ปรึกษาคนหนึ่งของเขาเผยว่า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ บลูมเบิร์กกลับมาคิดเรื่องนี้ แต่เขายังไม่ตัดสินใจแน่นอน กระนั้นข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า มหาเศรษฐีที่ฟอร์บส์จัดว่ารวยเป็นอันดับ 8 ของสหรัฐด้วยทรัพย์สิน 53,400 ล้านดอลลาร์รายนี้ ได้ส่งทีมงานไปรัฐแอละแบมาเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนสำหรับการลงทะเบียนก่อนเส้นตายวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาวเวิร์ด วูล์ฟสัน โฆษกของเขากล่าวในแถลงการณ์ว่า บลูมเบิร์กกังวลมากขึ้นว่ารายชื่อผู้สมัครของพรรคเดโมแครตที่มีอยู่เวลานี้ไม่น่าจะเอาชนะทรัมป์ได้ในการเลือกตั้งปลายปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสังเวียนชิงชัยภายในพรรคเดโมแครตมีผู้เสนอตัวแล้ว 17 คน แต่ผลสำรวจชี้ว่า มีเพียง 4 คนที่พอมีภาษีดีพอคือ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน และ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่เป็นตัวแทนฝ่ายหัวก้าวหน้า และอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนายกเทศมนตรีพีต บุตติเจิจ จากรัฐอินดีแอนา ที่มีแนวทางสายกลางมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการกุศลที่เป็นผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท บลูมเบิร์ก รายนี้เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัย ระหว่างปี 2545-2556 ด้วยวัย 77 ปีจะทำให้เขาเป็นผู้สมัครอายุมากอันดับ 2 ของพรรคเดโมแครต รองจากแซนเดอร์สที่อายุ 78 ปี ส่วนไบเดนนั้นอายุ 76 และวอร์เรนอายุ 70 ขณะที่ทรัมป์นั้นอายุ 73 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่แล้วนั้น บลูมเบิร์กก็เคยคิดจะลงสมัครในนามอิสระ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะกลัวว่าจะดึงคะแนนจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเลือกนางฮิลลารี คลินตัน เป็นตัวแทนพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49850</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเดโมแครต, ลงสม้ัครประธานาธิบดี, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc571e8af695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
