<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสั่งลงโทษทางวินัย &#039;รองอัยการสูงสุด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ ระเบียบคณะกรรมการอัยการ &amp;quot;ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับรองอัยการสูงสุด พ.ศ.2563&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับ &amp;quot;รองอัยการสูงสุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 82 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการพ.ศ.2553 คณะกรรมการอัยการจึงออกระเบียบดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า&amp;ldquo;ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับรองอัยการสูงสุดพ.ศ.2563&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ในระเบียบนี้ &amp;ldquo;ก.อ.&amp;rdquo; หมายความว่า คณะกรรมการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 เมื่อมีผู้เสนอเรื่องต่อก.อ.กล่าวหารองอัยการสูงสุดว่ากระทำผิดวินัย ให้ก.อ.พิจารณาดำเนินการสอบสวนชั้นต้นเพื่อให้ได้ความจริงและเป็นธรรม โดยมิชักช้าการกล่าวหาดังต่อไปนี้ก.อ.อาจไม่ดำเนินการสอบสวนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การกล่าวหาเป็นบัตรสนเท่ห์ซึ่งไม่มีพยานหลักฐานแวดล้อมปรากฏชัดแจ้งตลอดจนไม่ชี้พยานบุคคลแน่นอนพอที่จะสอบสวนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2)การกล่าวหาไม่มีข้อมูลหรือไม่มีสาระเพียงพอให้สอบสวนหาความจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3)การกล่าวหาเรื่องการใช้ดุลพินิจในการสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 ในกรณีที่ก.อ.พิจารณาเห็นว่าการกล่าวหานั้นเป็นกรณีที่จะดำเนินการสอบสวนได้ก.อ.อาจมอบหมายให้กรรมการอัยการคนหนึ่งคนใดหรือข้าราชการอัยการซึ่งมีอาวุโสไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาหรือแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนชั้นต้นตามที่เห็นสมควรโดยประธานกรรมการต้องเป็นกรรมการอัยการหรือข้าราชการอัยการซึ่งมีอาวุโสไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาเว้นแต่มีความจำเป็นจะแต่งตั้งกรรมการจากข้าราชการอัยการซึ่งมีอาวุโสต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาก็ได้เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนชั้นต้นแทน และให้กรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอบสวนชั้นต้นให้ดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนชั้นต้นกรณีข้าราชการอัยการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัยและการรายงานผลการสอบสวนชั้นต้นที่ปรากฏว่ามีมูลเป็นกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงโดยอนุโลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ ก.อ.ได้รับรายงานผลการสอบสวนชั้นต้นแล้วเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามิได้กระทำผิดวินัยหรือการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่เป็นความผิดวินัยหรือไม่มีมูลให้มีมติยุติเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ก.อ.เห็นว่ากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงให้มีมติตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6 ในกรณีที่ผลการสอบสวนชั้นต้นปรากฏว่ามีมูลเป็นกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ก.อ.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างน้อยสามคนซึ่งมิใช่คณะกรรมการสอบสวนใน ข้อ5 เพื่อทำการสอบสวนโดยคณะกรรมการสอบสวนต้องเป็นกรรมการอัยการหรือข้าราชการอัยการที่มีอาวุโสไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาเว้นแต่มีความจำเป็นจะแต่งตั้งกรรมการจากข้าราชการอัยการซึ่งมีอาวุโสต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาก็ได้การสอบสวนให้ดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการอัยการโดยอนุโลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 7 ในกรณีที่ ก.อ. เห็นว่ารองอัยการสูงสุดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้มีมติลงโทษไล่ออก ปลดออกหรือให้ออกจากราชการแล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 8 ให้ก.อ.มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 9 ให้ประธานก.อ.รักษาการตามระเบียบนี้บรรดาระเบียบข้อกำหนดประกาศและคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2563
นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., คณะกรรมการอัยการ, คดีบอส กระทิงแดง, รองอัยการสูงสุด, ราชกิจจานุเบกษา, ลงโทษวินัย, อรรถพล ใหญ่สว่าง, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8d77ebf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กณัฐ&#039; สะบัดปากกาสั่งปลด &#039;ร.ท.&#039; ฉาวข่มขืน &#039;ลูกสาวจ่า&#039; ผิดวินัยร้ายแรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - รายงานข่าวเปิดเผยถึงกรณีที่ครอบครัวของเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่ออกมาทวงถามความคืบหน้า หลังเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษว่านายทหารยศ &amp;rdquo;ร้อยโท&amp;rdquo; สังกัดกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 (ร.5 พัน 3) ข่มขืนบุตรสาวถึง 10 ครั้งว่า กระทรวงกลาโหม ได้มีหนังสือคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 1036/2562 เรื่องให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ โดยมีใจความว่า อาศัยอำนาจตามข้อบังคับ กห.ว่าด้วยการบรรจุ ปลด ย้าย และเลื่อนตำแหน่งข้าราชการกลาโหมพ.ศ. 2502 ให้ปลด ร.ท.จเร โรจนศวิญญา (เหล่า ร.) นายทหารสังกัดฝ่ายส่งกำลังบำรุง ร.5 พัน3 ออกจากราชการ เป็นนายทหารกองหนุน ไม่มีเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ สังกัดมทบ.15 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ลงวันที่ 11 ก.ย.62 ลงชื่อ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45569</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, คดีข่มขืนลูกสาวจ่า, ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, ร้อยโท, ลงโทษวินัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d799cff8f871.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.สั่งขังทหารเกรียนฆ่าแมวดาวโชว์ซากว่อนเน็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 62 - พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากกรณีสื่อโซเชียลนำเสนอภาพบุคคลกำลังโชว์ซากแมวดาว โดยถูกวิจารณ์ว่าเป็นการทารุณสัตว์นั้น กองทัพบกได้ตรวจสอบข้อมูล ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นกำลังพลในสังกัดหน่วยทหารกองทัพบกในพื้นที่&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่ หลังเกิดเหตุหน่วยต้นสังกัดได้ตั้งกรรมการสอบสวนโดยทันที ผลการสอบสวนเบื้องต้น กำลังพลยอมรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงแมวดาวตามภาพที่ปรากฏโดยไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&amp;nbsp; โดยยอมรับและเสียใจในสิ่งที่ได้กระทำลงไป&amp;nbsp; ซึ่งหน่วยต้นสังกัดได้พิจารณาลงโทษทางวินัยโดยการจำขังกำลังพลดังกล่าวแล้ว รวมถึงการประสานและอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามต้องขอโทษสังคมที่กำลังพลบางนายไปมีพฤติกรรมในลักษณะเป็นการทารุณสัตว์ที่ไม่ควรปรากฏในยุคปัจจุบัน รวมทั้ง ขอขอบคุณการตรวจสอบและทุกการมีส่วนร่วมที่มีเจตนาที่จะช่วยกันทำให้บรรทัดฐานของสังคมไทยดีขึ้นด้วย&amp;rdquo; พ.อ.หญิงศิริจันทร์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าแมวดาว, ทบ., ทหารเชียงใหม่, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, ลงโทษวินัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d257b8c2abee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
