<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;แผนไทยไร้ขยะพลาสติก&quot; อีกหลายสิ่งที่ต้องเติมเต็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอแผนลด-เลิกผลิตขยะพลาสติก โดยประกาศห้ามใช้ &amp;quot;พลาสติก 4 ชนิด&amp;quot; ทั้งถุงหิ้ว โฟม แก้ว หลอด พลาสติก แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2565 ส่วนพลาสติกอีก 7 ชนิด ขีดเส้นจะต้องนำเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ไม่ต่ำกว่า 50% ในปี 2565 ด้วยเช่นกัน โดยแผนดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งดำเนินการ ภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแบ่งระยะของการดำเนินตามแผนออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (พ.ศ.2563-2565) มีเป้าหมายแรก คือ &amp;nbsp;1.ให้ลดและเลิกใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง 4 ชนิด คือ ถุงพลาสติกหูหิ้ว ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องโฟมบรรจุอาหาร ไม่รวมถึงโฟมที่ใช้กันกระแทกในภาคอุตสาหกรรม แก้วพลาสติกบาง แก้วพลาสติก ความหนาน้อยกว่า 100 ไมครอน หลอดพลาสติก ยกเว้นการใช้กรณีจำเป็น ได้แก่ การใช้ในเด็ก คนชรา ผู้ป่วย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเป้าหมายที่ 2 การนำพลาสติกเป้าหมายกลับไปใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพลาสติกเป้าหมายภายในปี พ.ศ.2565 ชนิดของพลาสติกที่นำกลับมาใช้หมุนเวียน ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบหนา, บรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกชั้นเดียว, ขวดพลาสติกทุกชนิด, ฝาขวด, แก้วพลาสติก, ถาด และกล่องอาหารและ ช้อน ส้อม มีดพลาสติก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในปีฐาน พ.ศ.2562 รวมการใช้พลาสติก 7 ประเภทอยู่ที่ 1,341,668 ตัน เป้าหมายนำกลับไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 50 หรืออยู่ที่ 670,834 ตัน โดยมีมาตรการรายละเอียดดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.มาตรการลดการเกิดขยะพลาสติก ณ แหล่งกำเนิด มุ่งเน้นให้ความสำคัญในการป้องกันและควบคุมการเกิดของเสียตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต โดยการออกแบบ/ผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-design) ลดปริมาณสารพิษในผลิตภัณฑ์ เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการ รับผิดชอบของเสียที่เกิดจากสินค้าของตนเอง ผลักดันให้มีการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบฉลากสิ่งแวดล้อม การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพลาสติก และมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลพลาสติกให้เป็นมาตรฐานเดียวกันที่สามารถเชื่อมโยงทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.มาตรการลด เลิกใช้พลาสติก ณ ขั้นตอนการบริโภค โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืน โดยเสริมสร้างจิตสำนึกของประชาชนในการบริโภคที่เหมาะสม โดยเฉพาะการลด เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (SUP) ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่สามารถนำกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.มาตรการจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ส่งเสริมให้ประชาชนลด และคัดแยกขยะ ส่งเสริมให้มีการนำขยะพลาสติกมาผลิตเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel : RDF) การส่งเสริมให้อุตสาหกรรมบางประเภทต้องใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลพลาสติก และจัดหาเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;กรีนพีซ&amp;quot; ชี้แผนดี แต่ขาดความรับผิดชอบผู้ประกอบการทาง กม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิชามญชุ์ รักรอด หัวหน้าโครงการยุติมลพิษพลาสติก กรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า มติ ครม.นี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเป้าหมายที่อยู่ใน Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2563-2573 ซึ่ง ครม.มีมติเห็นชอบในเดือนเมษายน 2563 ไปแล้ว จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า จากการดำเนินการในช่วงปีที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสด ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อได้ประมาณ 1,524 ล้านใบ หรือประมาณ 4,385 ตัน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายใต้แผนปฏิบัติการระยะที่ 1 ซึ่งพิจารณาถึงผู้ผลิตมีส่วนร่วมในการจัดการขยะพลาสติกโดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคนั้นสามารถทำให้ชัดเจนขึ้น โดยประยุกต์หลักการการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต &amp;quot;ให้เป็นกรอบกฎหมายที่ผลบังคับใช้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิชามญชุ์ระบุว่า ตามโรดแมป จัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2563-2573 ในทุกระยะ ยังมีข้อกังวลโดยเฉพาะแนวคิดการจัดการขยะพลาสติกแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่อยู่บนฐานของการนำเอาขยะพลาสติกไปเผาเป็นพลังงาน &amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 1 (พ.ศ.2563-2565) เพื่อผลิตเป็นชื้อเพลิงขยะ ซึ่งระบุเพียงว่าจะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติก ที่ต้องนำไปกำจัดได้ 0.78 ล้านตันต่อปี และการคัดแยกและนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ จะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ 1.2 ล้านตัน แต่ไม่ได้คำนึงถึงการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาขยะพลาสติกเลยแม้แต่น้อย ซึ่งหากนำขยะพลาสติก 0.78 ล้านตันไปเผา จะปล่อยก๊าซเรือนกระจก 22.83 ล้านตัน CO2 เทียบเท่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; รัฐบาลต้องผลักดันให้มีกรอบกฎหมายว่าด้วยการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ซึ่งทำให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำหน่ายเร็ว (Fast Moving Consumer Goods) มีแนวทางและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในการขยายความรับผิดชอบของตนไปยังช่วงต่างๆ ของวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ เป็นแนวทางให้ผู้ผลิตคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ, กระจายสินค้า, การรับคืน, การเก็บรวบรวม, การใช้ซ้ำ, การนำกลับมาใช้ใหม่ และการบำบัด และภาครัฐต้องขับเคลื่อนการแก้ปัญหาขยะพลาสติก โดยมุ่งเน้นไปที่การลด (reduce) ใช้ซ้ำ (reuse) และการเติม (refill) และหยุดสนับสนุนวัฒนธรรมการใช้แล้วทิ้ง อันเป็นหนทางในการแก้ไขวิกฤติมลพิษพลาสติกอย่างยั่งยืน&amp;quot; พิชามญชุ์ ย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควรอนุโลมใช้พลาสติกที่จำเป็น&amp;nbsp;
จนกว่าจะหาผลิตภัณฑ์อื่นทดแทนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และประธาน PPP Plastics กล่าวว่า มติ ครม.เป็นการลดขยะพลาสติกในขั้นตอนผู้บริโภค แน่นอนว่าจะบรรลุเป้าหมายได้จะต้องร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันนโยบายของโรดแมปในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เวลานี้บ้านเราสามารถงดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic bag) จากความร่วมมือของภาคเอกชนรายใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งปริมาณการใช้ถุงลดลงไปมากในส่วนห้าง แต่การงดใช้ถุงพลาสติก ที่จะขยายความร่วมมือของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มตลาดสด แผงลอย และร้านขายของชำ &amp;nbsp;ยังมีข้อกังวลว่าจะดำเนินการได้อย่างไร ถ้าไม่ให้ใช้ จะหาถุงประเภทใดมาใช้ทดแทนได้ โดยไม่ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ตามมา ซึ่งพลาสติกเป็นวัสดุที่มีราคาถูก น้ำหนักเบา ผลิตได้หลายรูปทรงตามที่ต้องการ ทำให้เป็นมีการใช้ปริมาณมากและเป็นที่นิยมในชีวิตประจำวัน แต่ปัจจุบันถุงทดแทนยังมีข้อจำกัด ไม่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ อย่างถุงพลาสติกชีวภาพ (Biodegradable plastic Bag) ก็ไม่เป็นที่นิยม เพราะมีขนาดตลาดที่จำกัด ราคาค่อนข้างสูง และระยะเวลาการเก็บรักษาสั้น เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารได้บางประเภทเท่านั้น อีกทั้งถุงพลาสติกชีวภาพไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ ปลายทางจึงต้องฝังกลบบ่อขยะเท่านั้น วนถุงที่ผลิตจากกระดาษมีจุดอ่อนด้านความคงทน ต้นทุนก็ต่างจากถุงพลาสติกมาก แถมเยื่อกระดาษผลิตจากต้นไม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การงดใช้ถุงพลาสติกในตลาดอาจต้องให้ลดในสิ่งที่ไม่จำเป็น และอนุโลมบางส่วน นอกจากนี้ ยังมีถุงบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทมัลติเลเยอร์ มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน มีความคงรูป ราคาถูก เหมาะกับกระบวนการถนอมอาหาร ถุงประเภทนี้รีไซเคิลไม่ได้ แต่เก็บและรวบรวมมาแปลงเป็นถนนพลาสติกได้ ทำขยะให้มีค่า แต่จะทำอย่างไรให้เข้าสู่ระบบ&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกอบการต้องร่วมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงโควิด-19 ระบาด ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ขยะพลาสติกมีปริมาณเพิ่มพุ่งพรวดจากการสั่งอาหารเดลิเวอรี ดร.วิจารย์มองว่าเรื่องนี้ ผู้ประกอบการต้องร่วมมือ ปรับแนว หาทางใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเด็นนี้ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าโดยเฉพาะการศึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติก ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น เช่น หลอดกระดาษ หลอดไม้ไผ่ หรือกล่องบรรจุอาหารจากชานอ้อยนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยต้องสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ขยะพลาสติกต้องเข้าสู่ระบบจัดการที่รองรับ สร้างความรู้ให้คนเข้าใจว่า ขยะชนิดไหนรีไซเคิลได้ การแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างชุมชน หน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชน มีการเก็บรวบรวม และนำกลับมาใช้ใหม่ ที่สำคัญภาครัฐต้องมีมาตรการติดตามตรวจสอบโรงงานผลิตพลาสติกว่า มีการผสมสารอ็อกโซ (Oxo) สารเร่งให้เกิดการแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ ในระยะเวลาสั้น ปัจจุบันไม่มีระบบตรวจสอบ เพราะการเติมสารนี้สร้างความเสี่ยงในการเพิ่มและสะสมไมโครพลาสติก ซึ่งเป็นเศษพลาสติกที่เล็กกว่า 5 มิลลิเมตรปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม นี่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ต้องคำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน&amp;quot; ดร.วิจารย์กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมต้องตระหนักมีส่วมร่วมจัดการขยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิจารณ์ระบุ การสร้างความตระหนักให้คนในสังคมร่วมจัดการขยะสำคัญสูงสุด ตอนนี้ PPP Plastics ทำโครงการถังวนถุง ตั้งจุดคัดแยก และไม่ทิ้งขยะปนเปื้อนลงถังวนถุงจำนวนกว่า 400 จุด ทั่ว กทม. ปริมณฑล และระยอง ขยะพลาสติก 12 ประเภทที่ได้ จะนำไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบใหม่ที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก เราสามารถรวมพลาสติกได้จำนวนมากกว่า 12,000 กิโลกรัม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สำคัญส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นำกลับมาหมุนเวียนทำประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื่องขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งไทยติดอันดับต้นๆ ของโลก เพราะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวมีส่วนทำให้เกิดขยะทะเลจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและการประมง รวมถึงทำลายภาคการท่องเที่ยว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; การคัดแยกขยะแต่ต้นทาง PPP Plastics มีโครงการนำร่องในพื้นที่เขตคลองเตย สร้างความรู้ชุมชนทั้งตามบ้านเรือน คอนโดมิเนียม เปลี่ยนทัศนคติ รณรงค์ส่งเสริมให้ชุมชนคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ขยะเดินทางสู่กระบวนการรีไซเคิลจนสร้างรายได้ และเตรียมขยายผลไปพื้นที่เขตปทุมวัน ก็หวังว่าจะขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป ในส่วนภูมิภาคนำร่องเศรษฐกิจหมุนเวียนที่จังหวัดระยอง รับซื้อขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ นอกจากชุมชน ยังขยายสู่โรงเรียนต้นแบบ 14 แห่ง อบรมครูแยกขยะ รู้มูลค่าขยะในระยอง นี่คือการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน&amp;quot; ประธาน PPP Plastics กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93964</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดการขยะพลาสติก, นสพ.ไทยโพสต์, ลดขยะพลาสติก, แบนหลอดพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034a2ccc481a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งถกหา&#039;มาตรการภาษี&#039;จูงใจผู้ประกอบการลดขยะพลาสติก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อความสุขของประชาชนและสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีการบริหารจัดการอย่างบูรณาการหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เริ่มนโยบายลดการใช้ถุงพลาสติก โดยขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ งดบริการถุงพลาสติก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและประชาชนเป็นอย่างดี ทำให้เห็นว่าแนวโน้นการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาถุงพลาสติกเป็นไปในทิศทางที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า หลายประเทศทั่วโลกต่างตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการออกมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจ ก่อให้เกิดความร่วมมือจากประชาชน สำหรับประเทศไทยขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ในระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลัง ถึงมาตรการทางภาษี เพื่อส่งเสริมเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการก่อขยะพลาสติก อันจะเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังมีเป้าหมายงดการนำเข้าเศษพลาสติกต่างจากต่างประเทศ ให้ได้ภายในปี 2569 จากเดิมที่ตั้งเป้าจะงดการนำเข้าเศษพลาสติกภายในปี 2570 ซึ่งจะทำให้ขยะพลาสติกในประเทศถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระหว่างนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมีกระบวนการค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทิ้งขยะของประชาชน เพื่อการบริหารจัดการที่ดี เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันลดการใช้ถุงพลาสติกและหันมาใช้ถุงผ้าทดแทนในชีวิตประจำวัน พร้อมขอความร่วมมือในการคัดแยกขยะ ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการบริหารจัดการขยะ ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกอยู่ประมาณ 1.6 ล้านตันต่อปี สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ประมาณ 2 แสนตัน ทั้งนี้ หากมีการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถนำขยะพลาสติกกลับใช้ใหม่ได้มากกว่า 2 แสนตัน แม้ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนหันมาใช้บริการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่มากขึ้น แต่การคัดแยกขยะ ก็จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91521</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการภาษี, รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี, ลดขยะพลาสติก, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb0ce3422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แปรรูปถุงหูหิ้ว-ลดขยะพลาสติก  &quot;เอื้ออาทร&quot;สร้างรายได้ผู้สูงอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเป็นที่ยอมรับกันว่า &amp;ldquo;การคัดแยกขยะ&amp;rdquo; เป็นการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง แต่การทำให้ขยะไร้ค่าเหล่ารี้มี &amp;ldquo;มูลค่าที่จับต้องได้&amp;rdquo; ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ขยะพลาสติก&amp;rdquo; ที่ปัจจุบันมีราคาและมีการรับซื้อเพื่อนำไปรีไซเคิลหรือนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับหมู่บ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 ม.3 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ก็เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ให้ความสำคัญกับการคัดแยกขยะ โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมกันจัดตั้งธนาคารขยะให้เป็นจุดรับซื้อขยะจากคนในชุมชน เพื่อรวบรวมขยะพลาสติก และขยะมีค่าอื่นๆ ขายให้กับคนที่มารับซื้อ ซึ่งแม้จะช่วยลดปริมาณขยะที่เทศบาลเข้ามาจัดเก็บได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ก็มีพลาสติกหลายชนิด เช่น ขวด PET สีต่างๆ ซองขนม ซองกาแฟ โดยเฉพาะถุงหูหิ้วที่ได้จากร้านสะดวกซื้อหรือโมเดิร์นเทรด รวมถึงขยะพลาสติกประเภทฟิล์มต่างๆ เช่น ถุงหูหิ้ว ถุงใส่แกง ถุงใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ถุงขนมคบเคี้ยวต่างๆ รวมถึงซองกาแฟ ฯลฯ จะเป็นพลาสติกที่รถซาเล้งไม่สนใจ เพราะนอกจากจะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และบดสลายได้ยากแล้ว ส่วนหนึ่งยังมีการเติมสีลงในเนื้อพลาสติกเพื่อการพิมพ์ลายให้สวยงาม น่าใช้ หรือบางชนิดก็มีการลามิเนตด้วยฟิล์มอะลูมิเนียมลงไปด้วย ทำให้กลุ่มพ่อค้าที่รับซื้อขยะไม่สนใจรับซื้อ เนื่องจากต้องนำไปคัดแยกส่วนที่โรงงานรีไซเคิลพลาสติกไม่ต้องการออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่มาของงานวิจัย &amp;ldquo;โครงการแผ่นลามิเนตจากขยะถุงพลาสติก&amp;rdquo; ที่มี ผศ.วรุณศิริ จักรบุตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เป็นหัวหน้าโครงการ โดย ผศ.วรุณศิริกล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับชาวบ้านในช่วงต้นของการทำวิจัยนั้น ทางกลุ่มที่รับซื้อขยะจากคนในชุมชนเขาต้องการวิธีที่จะทำให้ถุงหูหิ้วเหล่านี้กลายเป็นของที่มีมูลค่ามากกว่าเดิม ซึ่งวิธีการที่เราเสนอให้กับชุมชนคือ การนำมาทำเป็นแผ่นลามิเนตที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลายชนิด ทำให้วัตถุประสงค์สำคัญงานวิจัยนี้คือ การพัฒนาเทคนิคการผลิตแผ่นลามิเนตจากถุงหูหิ้วที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม พร้อมทั้งพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีแผ่นลามิเนตเป็นวัตถุดิบหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงแรกของการทำวิจัย เป็นการศึกษาคุณสมบัติของถุงหูหิ้วที่มีอยู่ในท้องตลาด จากนั้นจึงทำการพัฒนาเครื่องอัดความร้อนที่สามารถอัดให้ถุงหูหิ้ว 2-5 ชั้น ผสานเป็นแผ่นลามิเนตเนื้อเดียวกันได้ง่ายๆ&amp;nbsp; พร้อมทั้งทดสอบพบว่าแผ่นลามิเนตดังกล่าวมีคุณสมบัติที่ทนต่อแรงดึงแรงฉีกมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคนิคการเคลือบแผ่นลามิเนตบนชิ้นผ้า ที่ทำให้ได้แผ่นลามิเนตที่มีลวดลายสวยงามมากยิ่งขึ้น เมื่อได้ผลการวิจัยที่ชัดเจนแล้ว ทางทีมวิจัยจึงได้จัดให้มีการอบรมการใช้เครื่องดังกล่าวให้กับคนในชุมชน กลุ่ม อสม. และผู้สูงอายุ ให้สามารถผลิตแผ่นลามิเมตจากถุงหูหิ้วได้เอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแผ่นลามิเนตนั้น ดร.กุลวดี สังข์สนิท หนึ่งในนักวิจัยร่วม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกล่าวว่า ทีมวิจัยต้องการให้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ว่างงานมีรายได้จากกิจกรรมนี้ด้วย ดังนั้นนอกจากจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ซื้อแล้ว&amp;nbsp; ยังจะต้องมีวิธีการผลิตที่ไม่ซับซ้อน และสามารถทำได้ด้วยอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย โดยผลิตภัณพ์ที่ทำได้ตอนนี้คือ กระเป๋า แผ่นรองปูแก้ว และเสื่อปูพื้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เหตุผลที่ทีมวิจัยต้องการให้คนในชุมชนสามารถผลิตแผ่นลามิเนตจากถุงหูหิ้ว เพราะอยากให้กลุ่มผู้สูงอายุที่ว่างงานมีรายได้เสริมจากกิจกรรมนี้ด้วย ดังนั้นนอกจากทีมวิจัยจะพัฒนาเครื่องอัดความร้อนที่ใช้งานได้ง่าย มีต้นทุนต่ำ สำหรับใช้ผลิตแผ่นลามิเนตจากถุงหูหิ้วและเศษผ้าแล้ว ทีมวิจัยยังได้ผลิต &amp;lsquo;กระเป๋าแฟ้ม&amp;rsquo; เพื่อเป็นต้นแบบให้คนในชุมชนหมู่บ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 มีการนำแผ่นลามิเนตจากถุงพลาสติกหูหิ้วไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถขายได้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวคัทธีญา ผาคำ อายุ 58 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มรีไซเคิลของชุมชนหมู่บ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 กล่าวว่า ขณะนี้ทางกลุ่มรีไซเคิลจะทำหน้าที่ผลิตแผ่นลามิเนตจากถุงพลาสติก และส่งต่อให้สมาชิกในชุมชนรับไปผลิตเป็นกระเป๋าผ้า แล้วส่งกลับมาให้กลุ่มรีไซเคิลจำหน่ายอีกครั้ง โดยผู้ผลิตกระเป๋าจะได้รับค่าตอบแทนใบละ 5 บาท ซึ่งความสามารถในการผลิตที่กระเป๋าก็แตกต่างกันไปตามอายุ สมรรถภาพของร่างกาย และเวลาว่าง บางคนอาจผลิตได้เพียงวันละไม่กี่ใบ ขณะที่บางคนอาจผลิตกระเป๋าได้ถึง 80 ใบต่อวัน ซึ่งกระเป๋าผ้านี้มีราคาขายอยู่ที่ใบละ 40-80 บาท (ขึ้นกับขนาดและรูปแบบ) ถือเป็นการกระจายรายได้ให้คนในชุมชน โดยจุดเด่นของกระเป๋าชนิดนี้ นอกจากความสวยงามของลวดลายผ้าแล้ว ยังมีความแข็งแรงและกันน้ำได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีทางเทศบาลรับไปจำหน่ายในกิจกรรมต่างๆ และเริ่มมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาสั่งทำกระเป๋าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้แล้ว โดยตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาสามารถเปลี่ยนจากถุงหูหิ้วที่เป็นขยะพลาสติกมาผลิตเป็นกระเป่าผ้าได้ประมาณ 1,000 ใบ&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้กับชุมชนแล้ว 12,000 บาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57345</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ลดขยะพลาสติก, แปรรูปถุงหูหิ้ว-ลดขยะพลาสติก, แปรรูปถุงหูหิ้ว-ลดขยะพลาสติก  &quot;เอื้ออาทร&quot;สร้างรายได้ผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e493439449a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุฬาฯ ชูโมเดล Zero Waste ลดขยะพลาสติกแล้ว 100 ตัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี ผจก.โครงการ Chula Zero Waste &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สหประชาชาติกำหนดปัญหามลพิษขยะพลาสติกเป็นวาระโลกปีก่อน ขณะที่รัฐสภายุโรปเห็นชอบร่างกฎหมายห้ามใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งภายในปี 2564 ทั้งหลอด, ช้อน-ส้อม-มีด, ก้านสำลีเช็ดหู, ที่คนเครื่องดื่ม, พลาสติกชนิด Oxo, กล่องโฟม สำหรับประเทศไทยนั้นรัฐบาลประกาศเป้าหมายเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 7 ชนิดในปีนี้ ทั้ง Cap seal ขวดน้ำดื่ม, ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของของสารประเภท oxo, Microbead จากพลาสติก ปี 2565 เพิ่มถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร ปี 2568 ได้แก่ แก้วน้ำพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และหลอดพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุฬาฯ เดินหน้า Chula Zero Waste ลดขยะพลาสติกในมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเดินหน้าภายใต้โครงการ Chula Zero Waste พัฒนาระบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายในจุฬาฯ ให้เป็นต้นแบบการจัดการขยะในพื้นที่เมือง รวมถึงพัฒนาและบูรณาการความรู้เรื่องการลด คัดแยกและการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน และกิจกรรมภาคปฏิบัติทุกระดับตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย อีกทั้งสร้างค่านิยม Zero Waste ให้แก่บุคลากรในจุฬาฯ ช่วยลดและคัดแยกขยะที่ต้นทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากงานเสวนามาตรการลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งพร้อมประกาศเจตนารมณ์ดำเนินมาตรการลดขยะพลาสติก ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ มีเป้าหมายจะลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งภายใน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2562&amp;ndash;2564 โดยจะเป็นเขตปลอดโฟม 100% และปลอดถุงพลาสติกชนิด Oxo-degradable ที่แตกตัวเร็ว กลายเป็นไมโครพลาสติก ลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกชนิดหูหิ้วลง 80% ในทุกร้านค้าผ่านมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ มีการเก็บเงินค่าถุงพลาสติกจูงใจให้พกถุงผ้า เลิกใช้แก้วพลาสติก 100% ในโรงอาหาร เปลี่ยนแก้วที่ใช้ซ้ำได้หรือแก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ (zero-waste cup) ลดปริมาณการใช้หลอดพลาสติก ช้อน-ส้อมพลาสติกลง 20% ผ่านมาตรการขอก่อน ค่อยให้ และลด-งดแจก ในการประชุมและการจัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพย่อยสลายใน 6 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี ผู้จัดการโครงการ Chula Zero Waste กล่าวว่า โครงการ Chula Zero Waste เป็นแผนปฏิบัติการ 5 ปี ประสบความสำเร็จด้วยมาตรการงดแจกถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อในมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 2560 ช่วยลดปริมาณถุงพลาสติกถึง 90% ลดขยะจากถุงพลาสติก 3.2 ล้านใบ แต่ถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อก็มีปริมาณมากคิดเป็น 26% ของร้านค้าทั้งหมดในมหาวิทยาลัย ส่วนปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วคิดเป็น 28% ของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 4 ประเภทที่รวมๆ แล้วอาจมีปริมาณการใช้มากกว่า 20 ล้านชิ้นต่อปี ดังนั้น ร้านค้าในเขตพื้นที่การศึกษาจะห้ามใช้กล่องโฟมและถุงพลาสติกชนิด Oxo-degradable โดยเด็ดขาด งดการให้ถุงพลาสติกฟรี ยกเว้นสำหรับของร้อนพร้อมทาน เปลี่ยนเป็นเก็บเงิน 1-2 บาทตามกลไกเศรษฐศาสตร์เพื่อจูงใจให้ลดรับถุงพลาสติก ถุงที่อนุญาตให้ใช้จะมี 3 ทางเลือก คือ ถุงกระดาษ ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ที่ได้มาตรฐานการย่อยสลายเป็นปุ๋ย และถุงที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100%&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;แล้วยังมี My Bottle เพิ่มตู้กดน้ำดื่มสะอาด 50 ตู้ กิจกรรมแจกกระบอกน้ำช่วยลดปริมาณขวดพลาสติก 6 แสนขวดต่อปี ในประชากรของจุฬาฯ 10% มีการปรับพฤติกรรม, My Cup ร้านกาแฟ เอาแก้วมาเอง ได้ส่วนลด 3-5 บาท เพราะในจุฬาฯ มีร้านกาแฟเยอะมาก และ Zero-waste cup ต้องจ่ายค่าแก้ว 2 บาท เกิดการกระตุ้นให้พกแก้วมาเอง และในโรงอาหารเปลี่ยนการใช้แก้วพลาสติกมาเป็นแก้วกระดาษเคลือบด้วยพลาสติกชีวภาพย่อยเป็นปุ๋ยได้ภายใน 6 เดือน ทุกโครงการลดขยะพลาสติกภายในจุฬาฯ 100 ตัน แต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับขยะเหลือทิ้งทั้งหมด 1,600-1,800 ตันต่อปี&amp;rdquo; ผู้จัดการโครงการกล่าวจะต้องทำให้ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากเสวนา ภายในงานจัดแสดงผลงานนิสิตชมรม Chula Zero Waste แสดงถึงการจัดการขยะและผลงานออกแบบถังขยะแยกประเภทอัจฉริยะจากนิสิตคณะครุศาสตร์ ตลอดจนงานประติมากรรมจากขยะพลาสติกของนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32578</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chula Zero Waste, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ลดขยะพลาสติก, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์, สุจิตรา วาสนาดำรงดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9e0c31a67dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &quot;โลตัส -เอสซีจี&quot;จับมือผลักดัน&quot; ใช้ถุงผ้า ถุงกระดาษ ลดขยะพลาสติก  &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 4ธันวาคม ของทุกปี โดยในปีนี้มีแคมเปญหลักคือการลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก ซึ่งกำลังเป็นปัญหาปวดหัวของคนทั้งโลก ในการกำจัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งจากข้อมูลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่าประเทศไทยสร้างขยะ 27 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติก 2 ล้านตัน แต่ละคนสร้างขยะ 1 กิโลกรัม 1 ขีด ต่อวัน เป็นถุงพลาสติก 8-10 ใบต่อวัน ไทยสร้างขยะเปียกมากกว่า 62%&amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าขยะพลาสติกอาจจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ที่สำคัญที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องรีบแก้ไข&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เทสโก้ โลตัส ร่วมกับ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยนำกล่องกระดาษที่ใช้งานแล้วในธุรกิจของเทสโก้ โลตัส มารีไซเคิลเป็นถุงกระดาษใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าแทนการใช้ถุงพลาสติก สร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกและมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเริ่มใช้ในวันสิ่งแวดล้อมไทยที่ 4 ธันวาคม 2561 ณ เทสโก้ โลตัส 2,000 สาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า จากการที่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาขยะพลาสติกทั้งในระดับประเทศและระดับโลกที่มีจำนวนมากขึ้น ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีก &amp;nbsp;จึงต้องการรณรงค์เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของลูกค้า ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนของกลุ่มเทสโก้ หรือที่เรียกว่า &amp;nbsp;The Little Helps Plan โดยได้เริ่มรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 นับเป็นห้างค้าปลีกรายแรกที่นำระบบการให้แต้ม &amp;nbsp; เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าไม่รับถุงพลาสติกมาใช้ในประเทศไทย ใน 5 ปีที่ผ่านมา สามารถลดถุงพลาสติกไปได้แล้วอย่างน้อย 100 ล้านใบ และในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เพิ่มแต้มกรีนพ้อยท์ 5 เท่า จากเดิม 20 แต้มเป็น 100 แต้มทุกวัน ส่งผลให้จำนวนลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติกเพิ่มขึ้นถึง 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;และในวันสิ่งแวดล้อมไทย ได้มีการงดให้ถุงหูหิ้วพลาสติกที่ร้านค้าทุกรูปแบบ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาใช้ และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเพิ่มเติม จึงได้ร่วมมือกับเอสซีจี ในการผลิตถุงกระดาษรีไซเคิล จากกล่องและกระดาษใช้แล้วที่รวบรวมจากศูนย์กระจายสินค้าเทสโก้ โลตัส กลับมาสร้างคุณค่าและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้ผลิตถุงกระดาษและกระจายไปยังร้านค้าของเทสโก้ โลตัส ทั่วประเทศ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้านอกจากนี้ยังมีการให้ส่วนลด 1 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ เมื่อลูกค้านำถุงผ้าเทสโก้ โลตัส ที่มีบาร์โค้ดพิเศษมาใช้ซื้อสินค้า ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีถุงผ้าหลากหลายดีไซน์ ราคา 89 และ 99 บาท ผลิตขึ้นโดยมีบาร์โค้ดพิเศษติดอยู่ด้านข้างถุง เพื่อให้ลูกค้าไม่ลืมที่จะนำถุงผ้ากลับมาใช้ทุกครั้งที่มาซื้อของ&amp;rdquo; สลิลลา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สลิลลา สีหพันธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีนำกล่องบรรจุสินค้าที่ใช้แล้ว นำกลับมารีไซเคิลเป็นกระดาษใหม่ ด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรและการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นนำกระดาษไปเข้ากระบวนการแปรรูปเป็นถุงกระดาษไซเคิล 100% &amp;nbsp;มีคุณสมบัติแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี &amp;nbsp;พิมพ์ด้วยหมึก water ink ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนาด 14 &amp;nbsp;x 37 x 46 เซนติเมตร ใช้ระยะเวลาการย่อยสลายประมาณ 90 วัน โดยใช้ปริมาณกระดาษเก่า 1 ตัน ผลิตถุงได้จำนวน 16,000 ใบ นอกจากนี้ถุงกระดาษที่ใช้งานแล้ว ยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอสซีจี ยังได้มุ่งพัฒนาวิธีการรวบรวมจัดเก็บเศษกระดาษและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานแล้ว ตลอด Value chain เพื่อนำกลับสู่ระบบการผลิตกระดาษใหม่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้น้ำและพลังงาน และลดของเสียสู่สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเศษกระดาษกลับคืนสู่โรงงานโดยตรงจากห้างค้าปลีก รวมถึงมีการพัฒนา Digital Platform ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บเศษกลับจากรายย่อย เช่น ร้านค้า และครัวเรือน เป็นต้น&amp;quot;กรรมการผู้จัดการเอสซีจีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนวงษ์ อารีรัชชกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp; การสร้างขยะให้เป็นวัตถุดิบเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะขณะนี้ในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีระบุเป็นยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน &amp;nbsp; ที่ประเทศไทยจะไม่นำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศ ลดการนำเข้าจากปีนี้มีการนำเข้าจาก 1 แสนตัน ในปี 2562 ก็จะลดเหลือประมาณ 7 หมื่นตัน ในปี 2563 จะลดเหลือประมาณ 4 หมื่นตัน และคาดว่าในปี 2564 จะไม่มีการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งในต่างประเทศ อย่างประเทศจีนก็ได้สั่งห้ามนำเข้าขยะพลาสติกแล้วด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ดังนั้น แนวทางในการทำ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงต้องเห็นเป็นรูปธรรม เพราะเทคโนโลยีในประเทศไทยมีศักยภาพแล้ว แต่ปัญหาของไทยตอนนี้คือต้นทางที่จะหาวัตถุดิบที่จะใช้รีไซเคิลป้อนเข้าโรงงานต้องเพียงพอและมีปริมาณที่คงที่ เพื่อไม่ให้โรงงานผู้ผลิตเกิดผลกระทบจากอัตราการส่งขยะมารีไซเคิลขึ้นๆลงๆ ดังนั้นสิ่งที่คนไทยควรทำคือหัดทำขยะให้เป็นวัตถุดิบจากการแยกขยะให้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพตัวอย่างถุงกระดาษรีไซเคิล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23487</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดขยะพลาสติก, วันสิ่งแวดล้อมโลก, เทสโก้ โลตัส, เอสซีจี, ใช้ถุงผ้า ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c066c44b1377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2018 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงแรมเครืออนันตราฯทั่วโลกประกาศเลิกใช้หลอดพาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท&amp;nbsp; โรงแรมระดับหรู ประกาศเดินหน้ายกเลิกการใช้หลอดพลาสติกในทุกโรงแรมทั่วโลกในเครืออนันตรา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 โดยอนันตราถือเป็นแบรนด์โรงแรมใหญ่แห่งแรกที่ประกาศเลิกใช้หลอดพลาสติกในทุกโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั่วภูมิภาคเอเชียตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนผลักดันนโยบายนี้สู่โรงแรมอื่นๆ ในเครือ ทั้งในทวีปออสเตรเลีย ยุโรป และตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มร. จอห์น โรเบิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ ของอนันตรากล่าวว่า&amp;nbsp; หลังประสบความสำเร็จจากการยกเลิกการใช้หลอดพลาสติกในโรงแรมทั่วภูมิภาคเอเชียในช่วงแรก&amp;nbsp; ทางเราก็มีความยินดีที่จะประกาศใช้นโยบายนี้ในโรงแรมอนันตราทั่วโลก&amp;nbsp; โดยเราเห็นว่าหลอดพลาสติกแต่ละชิ้นใช้เวลาในการย่อยสลายมากกว่าหลายร้อยปี นักวิทยาศาสตร์จึงคาดการณ์ไว้ว่า ภายในปีพศ. 2593 เราจะมีหลอดพลาสติกมากกว่าจำนวนปลาในทะเล ลูกค้าของอนันตราซึ่งเป็นผู้ที่คำนึงถึงความยั่งยืนในอนาคต ต่างต้องการที่จะให้ความสวยงามของธรรมชาติที่ทำให้อนันตราเป็นที่ชื่นชอบคงอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวอีกว่า การตัดสินใจยกเลิกใช้หลอดพลาสติกนั้นเป็นอีกหนึ่งในนโยบายในการดำเนินงานของอนันตรา ในฐานะของแบรนด์หรูผู้นำด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อนันตรายังได้ตัดสินใจเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของใช้ในห้องน้ำแบบแห้ง มาเป็นกระดาษที่ย่อยสลายได้ และหันมาใช้แปรงสีฟันจากฟางแทนแปรงสีฟันแบบพลาสติก หลายปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์อาบน้ำต่างๆ&amp;nbsp; อาทิ แชมพู ก็ได้รับการบรรจุในขวดเซรามิค เพื่อลดปริมาณบรรจุภัณฑ์และจำนวนขยะที่เกิดจากขวดพลาสติกเล็กๆ ซึ่งการปรับเปลี่ยนเพียงแค่นี้ก็สามารถช่วยลดจำนวนขวดพลาสติกที่จะต้องถูกทิ้งบนพื้นโลกไปได้อีกประมาณ 4.16 ล้านชิ้นต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขวดน้ำพลาสติก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อนันตราต้องการยกเลิกให้หมดไปจากโรงแรม โดยขวดน้ำพลาสติกในห้องพักและยิมทั้งหมด จะได้รับการแทนที่ด้วยขวดแก้วหรือขวดที่สามารถเติมน้ำดื่มแบบรีฟิลตามมาตรฐานของแบรนด์ โดยจะดำเนินการภายในสิ้นปี 2561 ซึ่งก่อนจะถึงเวลานั้น แขกผู้ใช้บริการจะเริ่มสังเกตได้ถึงจำนวนของพลาสติกที่ลดลงในร้านค้าและสถานที่ต่างๆ ภายในโรงแรมอนันตรา โดยในเร็วๆ นี้ ร้านอาหารในแต่ละโรงแรมก็จะงดใช้พลาสติกในการให้บริการหน้าร้าน ตั้งแต่ภาชนะใส่เครื่องปรุงอาหารบนโต๊ะอาหารไปจนถึงตะกร้าใส่ขนมปัง นอกจากนี้ ส่วนงานอื่นๆ ก็ยังมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน อาทิ พนักงานใช้ตะกร้าไม้ไผ่ในการเก็บเศษใบไม้แทนการใช้กระสอบพลาสติก&amp;quot;ผู้บริหารอนันตรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดขยะพลาสติก, อนันตราโรงแรม และรีสอร์ท, เลิกใช้หลอดพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181027/image_big_5bd4458bc239f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
