<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท. การันตีแบงก์ไทยเข้มแข็ง แจงปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหมาะสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 2564 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) จะปรับลดการคุ้มครองเงินฝากที่ผู้ฝากแต่ละรายมีอยู่ในสถาบันการเงิน (สง.) แต่ละแห่งเหลือ 1 ล้านบาท โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไปนั้น การปรับลดวงเงินคุ้มครองฯ ดังกล่าว เป็นไปตามกรอบการดำเนินการที่กำหนดไว้ โดยจะยังสามารถคุ้มครองผู้ฝากเงินได้ถึงร้อยละ 98 ของผู้ฝากเงินทั้งระบบ สง. ขณะที่สถาบันการเงินในปัจจุบันมีความเข้มแข็ง จึงไม่มีความจำเป็นต้องเลื่อนเวลาการปรับลดวงเงินดังกล่าวออกไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. ขอเรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่า การปรับลดวงเงินดังกล่าว เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 ที่ทยอยปรับลดวงเงินจากการคุ้มครองเต็มจำนวนเป็นขั้นบันไดลงมา เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาปรับตัว ทั้งนี้ ปัจจุบัน ผู้ฝากแต่ละรายจะได้รับการคุ้มครองเงินฝากวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทสำหรับการฝากเงินที่ สง. แต่ละแห่ง และนับตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป การคุ้มครองดังกล่าว จะลดลงเหลือไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดระดับวงเงินความคุ้มครองเงินฝากข้างต้น สอดคล้องกับหลักการของระบบการคุ้มครองเงินฝากที่มีประสิทธิผล ซึ่งช่วยให้ทั้งผู้ฝากเงินและสถาบันการเงินไม่ละเลยการบริหารความเสี่ยง จากเดิมที่อาศัยระบบคุ้มครองเงินฝากในการทำหน้าที่ดูแลความเสี่ยงทั้งหมดแทน นอกจากนี้ การจำกัดวงเงินคุ้มครองที่ได้ครอบคลุมผู้ฝากเงินรายย่อยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 98 ของผู้ฝากเงินทั้งระบบ สง.) จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและลดภาระงบประมาณของภาครัฐไม่ให้สูงเกินจำเป็น ทำให้ภาครัฐสามารถจัดสรรงบประมาณไปสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้ตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ธปท. มีการกำกับดูแลสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด โดยสถาบันการเงินไทยมีความเข้มแข็ง สะท้อนจากระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) ที่ระดับร้อยละ 20 ซึ่งสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค และมีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง ซึ่งสามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112749</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), รณดล นุ่มนนท์, ลดคุ้มครองเงินฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6111274c87c07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ไม่ห่วงลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้าน ยันแบงก์ไทยแข็งแกร่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ในวงเงินไม่เกิน 1ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน เหลือ 1 ล้านบาทในวันที่ 11 ส.ค. 2564 นี้ว่าธนาคารของประเทศไทยในขณะนี้ไม่ได้มีจำนวนมาก รวมถึงการแข่งขันกันในเชิงธุรกิจก็ไม่ได้ดุเดือด ต่างจากต่างประเทศที่มีจำนวนธนาคารมากและการแข่งขันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ศักยภาพและสถานะของธนาคารทุกธนาคารในประเทศก็ค่อนข้างแข็งแรงไม่มีด้านไหนที่สื่อถึงความอ่อนแอหรือไร้ความมีเสถียรภาพออกมา จนทำให้ผู้บริโภคไปฝากเงินแล้วเป็นกังวลได้ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นในระบบธนาคารของประเทศไทยอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าวก็มีการส่งสัญญาณมาก่อนหน้านี้แล้วที่มีการปรับลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 5 ล้านบาทจนมาถึงปัจจุบัน ที่จะมีการปรับลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาท ก็มั่นใจว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็รับรู้และอาจจะลดความกังวลในส่วนนี้ไปแล้ว ขณะที่รัฐบาลเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการเข้ามารับภาระในส่วนนี้ด้วย ถ้าจะมีความกังวลน่าจะเป็นกลุ่มผู้ที่ มีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาทซึ่งมีสักลดส่วนที่น้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เดิมที่ต้องมีการค้ำประกันเงินฝาก เนื่องจากประเทศไทยเปิดวิกฤติด้านการเงิน หลังจากที่มีวิกฤตต้มยํากุ้งสถาบันการเงินในประเทศไทยมีการปรับตัวจนเกิดความแข็งแรงขึ้นมาก และปัจจุบันวิกฤติต่าง ๆ ก็น้อย น้อยลง จนถึงไม่มีแล้ว จึงทำให้มั่นใจในศักยภาพของธนาคารในประเทศได้ว่าจะแข็งแรงและอยู่ได้อีกยาวนาน&amp;quot;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดคุ้มครองเงินฝาก, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f0faef000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039; ชี้ข่าวแบงก์ล้มเป็นเฟกนิวส์ แจงลดคุ้มครองเงินฝากเป็นไปตามกฎหมาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีการตรวจพบข่าวบิดเบือนเพิ่มเติม 1 กรณี คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีธนาคารแห่งประเทศไทย ลดค่าคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท/ราย เพราะสถาบันการเงินเสี่ยงล้ม นั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กระทรวงการคลัง ยืนยันว่าเป็นข่าวบิดเบือน ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่าข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน โดยข้อเท็จจริงมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือ DPA (https://www.dpa.or.th/articles/cat/about-dpa) เป็นผู้ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก โดยมีการปรับลงมาอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อบัญชีต่อรายสถาบันการเงิน จากเดิมอยู่ที่ 5 ล้านบาทต่อบัญชีต่อรายสถาบันการเงิน ซึ่งการปรับลดวงเงินคุ้มครองดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก โดยมีวัตถุประสงค์ 2 เรื่อง คือ การรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และการคุ้มครองผู้ฝากเงินรายย่อย ไม่ได้เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในปัจจุบันฐานะการดำเนินงานและเงินกองทุนธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งยังแข็งแกร่ง มีการดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง และมีธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.bot.or.th หรือโทร. 02-283-5353 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ผู้ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากคือสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ไม่ใช่ใช่ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และการคุ้มครองผู้ฝากเงินรายย่อย ไม่ได้เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร., ธปท., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ลดคุ้มครองเงินฝาก, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110b5c6502b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
