<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ&#039;กกพ.&#039;มอบของขวัญหั่นเอฟทีลงเหลือ -15.32 สต. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.2563 นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในช่วงเดือน ม.ค. &amp;ndash; เม.ย. 2564 เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-15.32 สตางค์ต่อหน่วย ลดลงจากการเรียกเก็บงวดก่อนหน้า (ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2563) ที่ -12.43 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าจ่ายค่าไฟฟ้าถูกลงอีก 2.89 สตางค์ต่อหน่วย หรืออยู่ที่ 3.61 บาทต่อหน่วย จากที่ก่อนหน้านี้ กกพ. ได้บริหารจัดการ และตรึงค่าเอฟที เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงแม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากแนวโน้มความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นในตลาดโลก แต่ด้วยการบริหารจัดการ การนำเข้า LNG Spot ซึ่งมีราคาถูกกว่าราคาก๊าซในอ่าวในช่วงที่ผ่านมา และสามารถทดแทนก๊าซในอ่าวได้บางส่วน ทำให้ราคา Pool Gas มีราคาถูกลง ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซมีราคาถูกลงกว่าที่ได้เคยประมาณการไว้ อย่างไรก็ตาม กกพ. ได้คำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ราคาเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น &amp;nbsp;สภาวะเศรษฐกิจที่อาจยังไม่ฟื้นตัวในระยะสั้น &amp;nbsp;ปัจจัยเสี่ยงใน เรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งศักยภาพในการตรึงเอฟทีตลอดทั้งปี 2564 แล้ว จึงมีมติให้เรียกเก็บค่าเอฟทีในอัตรา -15.32 สตางค์ ในรอบ ม.ค &amp;ndash; เม.ย. 2564&amp;rdquo; นายคมกฤช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยในการพิจารณาค่าเอฟที ในงวด ม.ค. &amp;ndash; เม.ย. 2564 ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือน ม.ค. &amp;ndash; เม.ย. 2564 เท่ากับประมาณ 60,685 ล้านหน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดือน ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2563 ที่คาดว่าจะมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเท่ากับ 58,910 ล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน ม.ค. &amp;ndash; เม.ย. 2564 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ร้อยละ 55.32 นอกจากนี้เป็นการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ร้อยละ 14.92 ลิกไนต์ของ กฟผ. ร้อยละ 9.47 ถ่านหินนำเข้า ร้อยละ 8.31 และอื่นๆ อีก ร้อยละ 8.14&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยรวมราคาเชื้อเพลิงเฉลี่ยแต่ละประเภทเพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา ยกเว้นราคาถ่านหินนำเข้าที่ปรับตัวลดลงจากงวด ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2563 ดังแสดงในตาราง (ตามรูป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยที่ใช้ในการประมาณการ (วันที่ 1 &amp;ndash; 31 ก.ย. 2563) เท่ากับ 31.4 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากประมาณการในงวดเดือน ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา ที่ประมาณการไว้ที่ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ &amp;nbsp;
สำนักงาน กกพ. จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บประจำเดือน มกราคม &amp;ndash; เมษายน 2564 ทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 5 &amp;ndash; 19 พฤศจิกายน 2563 ก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., คมกฤช ตันตระวาณิชย์, ลดค่าเอฟที, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa377c87e357.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยโล่งอก “กกพ.”หั่นค่าเอฟทีเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2563 ลงอีก 0.83 สตางค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.2563 นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บเดือน ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2563 ลงอีก 0.83 สตางค์ต่อหน่วย หรือเรียกเก็บค่าเอฟที -12.43 สตางค์ต่อหน่วย ที่สะท้อนต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่แท้จริง ซึ่งลดลงจากเดิมเรียกเก็บที่ -11.60 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงเหลือ 3.63 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.64 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงแม้ว่าภาวะราคาเชื้อเพลิงจะลดลง เนื่องจากวิกฤติ โควิด-19 และทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดลง ก็ตาม แต่ กกพ. ยังคงมีความเป็นห่วงเรื่องปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้น ซึ่งยังคงเป็นแรงกดดันให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นได้&amp;rdquo; นายคมกฤช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุหลักของการปรับลดค่าเอฟทีงวดนี้ เนื่องมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงก่อนหน้านี้ และมีผลในงวดปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม กกพ. ยังคงต้องประเมินปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และยังไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ชัดเจน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลในทางลบ และเป็นภาระต่อการประมาณการค่าเอฟทีในงวดถัดไปด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71617</URL_LINK>
                <HASHTAG>(สำนักงาน กกพ., คมกฤช ตันตระวาณิชย์, ลดค่าเอฟที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200229/image_big_5e5a4809489f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
