<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไฟเขียวแผนอุ้ม ธุรกิจท่องเที่ยว หวังกระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.เคาะขยายเวลามาตรการด้านการเงิน บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง พร้อมไฟเขียวหั่นภาษีน้ำมันเครื่องบินเหลือ 0.20 บาทต่อลิตร ยาวถึง 30 เม.ย.2564 อุ้มต้นทุนสายการบิน หวังช่วยลดค่าโดยสารหนุนประชาชนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 3/2563 ที่จังหวัดภูเก็ต ว่า วันนี้ได้มีการอนุมัติแผนงานโครงการในเรื่องการใช้งบฟื้นฟูไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เราใช้งบประมาณการฟื้นฟูลงไปครบทุกจังหวัดแล้ว ต่อไปก็จะลงไปถึงพื้นที่ข้างล่าง ในระดับอำเภอ ตำบล เป็นโครงการที่จะมีมูลค่าขึ้นในการพยุงเศรษฐกิจของประชาชน โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับฐานรากให้มากขึ้น บางโครงการที่เสนอขึ้นมา บางครั้งก็อนุมัติไม่ได้เพราะไม่ถูกต้องตามหลักการ ก็ให้ส่งย้อนกลับไปให้ทางพื้นที่ ทางจังหวัดได้ทบทวนขึ้นมา เพื่อให้เราสามารถอนุมัติงบประมาณได้อย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำให้เกิดความทั่วถึง เป็นธรรมเท่าเทียมตามศักยภาพที่มีอยู่ หลายจังหวัดไม่ตรงกัน บางจังหวัดในเรื่องเศรษฐกิจ บางจังหวัดในเรื่องการท่องเที่ยว มันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือมาตรการทางด้านการเงินการคลัง เรื่องภาษี ต่อเวลาอะไรต่างๆ เราต้องทยอยดำเนินการให้ บางอย่างต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับรายได้ของรัฐ เพราะจำเป็นต้องนำเงินเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศไทยเหมือนกัน ฉะนั้นงบประมาณในการแก้ปัญหาเหล่านี้เป็นงบประมาณทั้งรายจ่ายประจำปี งบฟื้นฟู ซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปีถ้าเก็บภาษีไม่ได้มาก ลดไปเรื่อยๆ รายได้ลดลงแน่นอน มันก็ทำให้โครงการอาจมีความล่าช้า แต่รัฐบาลจะต้องหาวิถีทางในการที่จะดำเนินการได้ในสิ่งที่เร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2563 เห็นชอบการแก้ไขปัญหาติดขัดและขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงินได้อย่างทั่วถึง และมีสภาพคล่องที่เพียงพอในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อต่อราย ซอฟต์โลนท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่องของธนาคารออมสิน จากเดิมไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย เป็นไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย โดยธนาคารออมสินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินในอัตรา 0.01% ต่อปี และสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อต่อให้ผู้ประกอบการ ดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังขยายขอบเขตคุณสมบัติของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายใต้โครงการ PGS Soft Loan พลัส วงเงิน 57,000 ล้านบาท ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อซอฟต์โลนท่องเที่ยว แต่ยังไม่ได้รับสินเชื่อตามมาตรการดังกล่าว จากเดิมที่ บสย.ค้ำประกันให้เฉพาะกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับสินเชื่อตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563&amp;nbsp; (พ.ร.ก.ซอฟต์โลน) โดย บสย.คิดค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี ระยะเวลาค้ำประกัน 8 ปี โดยเริ่มค้ำประกันในต้นปีที่ 3 นับจากวันที่ผู้ประกอบการแต่ละรายได้รับสินเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อซอฟต์โลนออมสินฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย วงเงิน 5,000 ล้านบาท ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564 โดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในธุรกิจท่องเที่ยวและซัพพลายเชน วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ 5 ปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี และขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อ Extra cash วงเงิน 10,000 ล้านบาท ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564 โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นๆ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น จาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร โดยให้มีผลหลังเวลา 24.00 น. ขอวันที่ 3 พ.ย.2563 ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2564 เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการสายการบิน และส่งผลให้สายการบินสามารถปรับลดค่าโดยสาร ทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางลดลงและตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คลังมั่นใจว่ามาตรการด้านการเงินและมาตรการด้านภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะทำให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปอย่างทั่วถึงและเพียงพอ และจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยวและสาขาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้ โดยคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะออกมาตรการที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที&amp;quot; นายอาคมกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82733</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ขยายเวลามาตรการด้านการเงิน, ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว, ภาษีน้ำมันเครื่องบิน, ลดค่าโดยสาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa172fc54937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม. ขยายระยะเวลาลดค่าโดยสารสายสีม่วง 20 บาทตลอดสายถึงสิ้นเดือน ก.ย. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายนโยบายให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไปพิจารณาเรื่องการขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ออกไปถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทาง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ &amp;nbsp;รฟม. ได้มีการประชุมพิจารณาในประเด็นดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน 2563 นี้ ซึ่งจะมีผลให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ยังคงได้รับสิทธิ์ตามโปรโมชั่นค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 14 บาท และจ่ายสูงสุด 20 บาทตลอดสาย จากอัตราปกติคือ จ่ายสูงสุด 42 บาท ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 และสำหรับผู้ที่เดินทางเชื่อมต่อ 2 สาย ระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง และสายสีน้ำเงิน จะจ่ายค่าโดยสารร่วมสูงสุดเพียง 48 บาท (เดินทางได้ถึง 53 สถานี) จากอัตราค่าโดยสารร่วมปกติคือ จ่ายสูงสุด 70 บาท ตลอดการขยายระยะเวลาโปรโมชั่นดังกล่าวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้โดยสารที่ได้รับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษ ได้แก่ ส่วนลดค่าโดยสาร 50% สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 14 ปี ที่มีความสูงระหว่าง 91-120 ซม. และผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และส่วนลดค่าโดยสาร 10% สำหรับนักเรียน/นักศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 23 ปี สามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดพิเศษดังกล่าวเพิ่มเติมจากโปรโมชั่นได้ ติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68447</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าสายสีม่วง, ลดค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22f7a30165.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์พอร์ตลิงก์เล็งคลอดโปรลดค่าโดยสาร 20 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย. 2562 นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เปิดเผยว่า สำหรับโปรโมชั่นลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างรอเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) แอร์พอร์ตลิงก์ เพื่อขอความเห็นชอบเรื่องกรอบราคาและระยะเวลาโปรโมชั่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหารายชื่อ กำลังอยู่ในขั้นตอนเสนอรายชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเห็นชอบ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะเริ่มใช้โปรโมชั่นลดราคาภายในเดือน ธ.ค. นี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแนวทางการลดค่าโดยสาร ประกอบด้วย 2 รูปแบบ ได้แก่1.การลดค่าโดยสารในช่วงเวลานอกชั่วโมงเร่งด่วน (Off Peak) ลดราคาลง 55% จากเดิม 15-45 บาท เป็น 15-20 บาท สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางสถานีเดียวจ่าย 15 บาท และผู้โดยสารเดินทางตั้งแต่ 2 สถานีขึ้นไปจ่าย 20 บาท โดยช่วงเวลา Off peak มี 3 ช่วงได้แก่ 05.30-07.00 น. 10.00-17.00 น. และ 20.00-24.00 น. 2.การขายราคาตั๋วแบบเหมาเที่ยว 44 เที่ยว ราคา 1,100 บาท หรือเฉลี่ย &amp;nbsp;25 บาทต่อเที่ยว ซึ่งจะใช้เป็นการจำหน่ายคูปอง โดยคูปองมีอายุ 22 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพกล่าวต่อว่าการลดค่าโดยสารดังกล่าวจะไม่ใช่เงินรัฐบาบมาอุดหนุน(Subsidy) ส่วนต่างค่าโดยสารที่หายไป ยืนยันว่าไม่กระทบกับภาษีประชาชนแน่นอน เนื่องจากการลดราคาจะมีคนใช้มากขึ้นสามารถนำไปหักลบกับกำไรที่เพิ่มมากขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ได้เห็นชอบแนวทางในการลดราคาดังกล่าวเรียบร้อยแล้วเพียงแค่รอบอร์ดแอร์พอร์ตลิงก์อนุมัติ ทั้งนี้ปัจจุบันแอร์พอร์ตลิงก์มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 80,000-90,000 คน คาดว่าปีหน้าจะมีผู้โดยสารในวันศุกร์เติบโตแตะ 100,000 คนต่อวัน คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารโดยรวมต่อเนื่องปี 2562-2563 จะมีการเติบโตเฉลี่ยคงที่ราว 6-7% ต่อปี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50917</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์, ลดค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff3ec109ecc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เล็งสรุปมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน-สีม่วงเสนอบอร์ดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.2562 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่าขณะนี้ได้สรุป มาตรการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนที่โดยสารรถไฟฟ้า MRTสายสีน้ำเงิน ช่วงเตาปูน-หลักสอง และรถไฟฟ้า MRTสายสีม่วงช่วงเตาปูน-บางใหญ่จำนวน 2 มาตรการได้แก่มาตรการเปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง โดยตั๋วประเภทนี้จะคิดอัตราค่าโดยสารต่อเที่ยวถูกลง จากปกติการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าทั้ง2สายจะเก็บค่าโดยสารสูงสุดในอัตรา70 บาทต่อเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตั๋วโดยสารร่วมจำนวน15 เที่ยวราคา780 บาทคิดเป็นอัตราค่าโดยสาร 52 บาทต่อเที่ยว ตั๋วโดยสารร่วมจำนวน 25 เที่ยวราคา 1.250 บาทคิดเป็นอัตราค่าโดยสาร 50 บาทต่อเที่ยวตั๋วโดยสารร่วมจำนวน 40 เที่ยว ราคา 1920 บาทคิดเป็นอัตราค่าโดยสาร 48 บาทต่อเที่ยวตั๋วโดยสารร่วมจำนวน 50 เที่ยวราคา 2350บาท คิดเป็นอัตราค่าโดยสาร 47 บาทต่อเที่ยวมาตรการที่2 ลดอัตราค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off Peck) ระหว่าง 9.00-15.30 น.และช่วงวันเสาร์-อาทิตย์
อย่างไรก็ตามในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งปัจจุบันเก็บอัตราค่าโดยสารอยู่ที่4-42 บาทต่อเที่ยว โดยมีรายละเอียดดังนี้เดินทางเข้า-ออกระบบในสถานีแรก ภายในเวลาไม่เกิน1ชั่วโมงเก็บค่าโดยสาร14 บาทเท่าเดิมสถานีที่ 2เก็บค่าโดยสาร17 บาทเท่าเดิมสถานีที่3เป็นต้นไปเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. ชุดใหม่แล้ว ฝ่ายบริหารก็จะเสนอทั้ง2 มาตรการดังกล่าวให้บอร์ดพิจารณาซึ่งเบื้องต้นก็คาดว่าจะทดลองใช้มาตรการก่อน เพื่อรอดูผลตอบรับของผู้โดยสารก่อน ขณะเดียวกันมองว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อรายได้ของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงมากนักโดยเฉพาะรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ที่มีผู้โดยสารไม่มากนัก สำหรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพ รฟม.ต้องจ่ายเงินจ้างบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ BEM เดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงในวงเงิน 2,000 ล้านบาทต่อปี&amp;rdquo;นายภคพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ กล่าวว่าระหว่างเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง &amp;ndash; บางแคเป็นการเปิดให้บริการตั้งแต่สถานีหัวลำโพง -สถานีหลักสอง โดยได้มีการเริ่มเปิดทดลองให้ประชาชนมาใช้บริการตั้งแต่วันที่29ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการทยอยเปิดให้บริการในช่วงแรก โดยการเปิดให้บริการในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันที่ 21ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดทดสอบให้บริการเสมือนจริงตั้งแต่เวลา 05.00-24.00น. ตั้งแต่สถานีหัวลำโพง-สถานีหลักสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำหรับจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าในช่วงทดลอง ตั้งแต่วันที่ 27ก.ค.-29ก.ย.62 พบว่ามีปริมาณผู้โดยสารที่ 2.5ล้านคน ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ปริมาณผู้โดยสารใช้บริการในช่วงเทศกาลกินเจเฉพาะส่วนต่อขยายเพิ่มขึ้นที่ 1แสนกว่าคน/เที่ยว/วัน ถือว่าเป็นการตอบรับในการใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ กล่าวว่า หากเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสมบูรณ์ทั้งโครงข่ายคาดว่าช่วงปลายปี 2563 จะมีการปริมาณ 8แสนคน/เที่ยว/วัน &amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนการรับมอบขบวนรถไฟฟ้าทั้งหมด 35ขบวน ขณะนี้ได้รับมอบแล้วจำนวน 15ขบวน เหลือ 20ขบวน ซึ่งจะต้องรับมอบให้ครบ35ขบวนภายในเดือนมี.ค.63 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีรถไฟฟ้าวิ่งให้บริการในระบบ 34ขบวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47014</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ, มาตรการลดภาระค่าครองชีพ, รฟท., ลดค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d32b4e0674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ศักดิ์สยาม”ขอเวลา 1 เดือน ทำแผนลดค่าโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค. 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่จะมีการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ 15 บาทตลอดสายว่า หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเรียกประชุม 23 หน่วยงานในสังกัดเพื่อมอบนโยบาย โดยจะมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานกลับไปพิจารณาหาแนวทางและมาตรการการปรับลดภาระค่าครองชีพด้านการเดินทางให้แก่ประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก็ตามหลังจากนี้แต่ละหน่วยงานต้องกลับไปศึกษาและพิจารณาดูภาระขององค์กรว่าปัจจุบันมีภาระมากน้อยแค่ไหนและยังพอมีช่องว่างเหลือพอที่จะออกมาตรการลดภาระค่าครองชีพหรือลดค่าโดยสารได้หรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะต้องนำเสนอผลการศึกษา และมาตรการส่งกลับมาให้พิจารณาภายใน1 เดือน จึงจะรู้ว่าจะสามารถปรับลดค่าโดยสารอะไรได้บ้างหรือไม่อย่างไร&amp;rdquo;นายศักดิ์สยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม และไม่เป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต อย่างไรก็ตาม จากนโยบายของพรรคร่วมที่เสนอให้ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสายนั้น จะต้องมาศึกษาถึงความเป็นไปได้ โดยยืนยันว่าการลดค่าโดยสาร จะมีราคาไม่ต่างจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 25-27 ก.ค. นี้ นั้น เตรียมมอบนโยบายให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจรวม 23 หน่วยงาน ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ พร้อมทั้งสรุปการแบ่งงานของรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านในวันนั้นด้วย ยืนยันว่าหลังการมอบนโยบายแล้วนั้น นโยบายหลักที่กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการ คือ การลดภาระค่าครองชีพและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยการลดค่าโดยสารการเดินทางในทุกระบบ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดค่าโดยสาร, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31af4d196b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
