<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธปท.” จ่อหั่นจีดีพีปี 62 รับเศรษฐกิจโตต่ำกว่าคาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 2562 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่รุนแรงกว่าที่คาด ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย รวมทั้งการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดย ธปท. เตรียมทบทวนประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ในเดือน มิ.ย.นี้ จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2562 จะขยายตัวที่ 3.8% และการส่งออกจากปัจจุบันที่ 3% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน แต่ผลจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรายอุตสาหกรรม บางอุตสาหกรรมก็ส่งผลกระทบในเชิงบวก เช่น ชิ้นส่วนที่ส่งไปสหรัฐฯ ก็จะเกิดความได้เปรียบจากมาตรการภาษี แต่ผลเชิงลบ ก็จะอยู่ในกลุ่มชิ้นส่วนที่ส่งออกไปจีน เพื่อผลิตและส่งออกต่อ ในลักษณะที่เป็นห่วงโซ่การผลิต ซึ่ง ธปท.จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และต้องมีการปรับตัวในบางตลาด รวมทั้งให้ความสำคัญกับการทำข้อตกลงทางการค้ากับประเทศในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์ค่าเงินบาทจะยังมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีปัจจัยจากภายนอกประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะสงครามการค้า และทิศทางการดำเนินนโยบายของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ที่สร้างความไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ ดัชนีหุ้น ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งยืนยันว่า การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจจะต้องดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ&amp;rdquo; นายวิรไท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่สหรัฐฯเตรียมประกาศรายชื่อประเทศที่จะต้องเฝ้าระวังเรื่องการแทรกแซงค่าเงินเพิ่มขึ้นเป็น 20 - 25 ประเทศ จากปัจจุบันที่ 13 ประเทศนั้น แม้ว่าจะมีการประกาศชื่อประเทศไทยที่ต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษรวมอยู่ด้วย ก็จะไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อเศรษฐกิจ ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะที่ผ่านมาไทยมีการหารือกับสหรัฐ และยืนยันมาตลอดว่าไทยไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้ประโยชน์ทางการค้า เป็นเพียงการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลการค้ากับสหรัฐฯ กับสหรัฐเท่านั้น ที่ผ่านมาไทยใช้นโยบายค่าเงินแบบลอยตัว และเงินบาทก็แข็งค่ากว่าหลายประเทศ ถ้ามีการแทรกแซงค่าเงินจะต้องอยู่ในทิศทางอ่อนค่ามากกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิรไท สันติประภพ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ลดประมาณการจีดีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180831/image_big_5b88a6d520c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
