<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 00:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 00:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พิษโควิด-19 นกสกู๊ตแจ้งปรับลดขนาดธุรกิจปี63เลิกจ้าง47 ตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.2563 รายงานข่าวจากสายการบินนกสกู๊ต แจ้งว่าจากการประเมินทางธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 สายการบินนกสกู๊ตได้ตัดสินใจดำเนินการปรับลดขนาดธุรกิจในปี 2563 ซึ่งการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) แต่ประการใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะเดียวกัน เป็นเรื่องน่าเสียดายที่การปรับลดขนาดธุรกิจในครั้งนี้ ยังรวมไปถึงการเลิกจ้างพนักงานจำนวน 47 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นักบิน 11 ตำแหน่ง และพนักงานต้อนรับบนเครี่องบิน 36 ตำแหน่ง ซึ่งได้ดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นไปตามกรอบของกฎหมายแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะธุรกิจการบริการและธุรกิจการบิน สายการบินนกสกู๊ตได้ใช้มาตรการระยะสั้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์นี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในเร็ววัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดพนักงาน, สายการบินนกสกู๊ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e540aeb7cbac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พนักงานโลตัสแตกตื่น เจอเลย์ออฟทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานโลตัสแตกตื่น เจอเลย์ออฟทุกสาขา&amp;nbsp; ด้านฝ่ายสื่อสารองค์กรระบุ ต้องปรับโครงสร้างทางธุรกิจเพื่อให้แข่งขันได้ จึงจำเป็นต้องลดคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา มีการตั้งโพสต์กระทู้ ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้มีการตั้งหัวข้อว่า &amp;ldquo;เทสโก้โลตัสจ้างพนักงานออกทั้งประเทศ คนที่ออกจะทำอะไรต่อ คนที่เหลืออยู่จะทนแรงกดดันไหวมั้ย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็มีผู้เข้ามาตอบกระทู้เป็นจำนวนมาก โดยมีการระบุว่า &amp;ldquo;สาขาเราโดน 39 คน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางข้อความระบุว่า &amp;ldquo;มีการลดพนักงาน 30-50% ถูกจ้างให้ลาออก 10-17 เท่าของเงินเดือนภายในวันเดียว การปรับโครงสร้างด้วยการจ้างออกแบบไม่ทันตั้งตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางข้อความ ระบุ จ้างออกแบบไม่ได้ตั้งตัวกันจริงๆคะ แต่พนักงานที่ยังคงเหลือต้องทนอยู่ภายใต้ภาวะกดดันอีกเยอะคะ เพราะสุดท้ายพนักงานที่อยู่ในระดับนี้ คงจะไม่เหลืออยู่ในโลตัส ถ้าไม่ได้ปรับตำแหน่งขึ้นก็คงต้องโดนปรับออกอีกเป็นแน่ ตามโครงสร้างพนักงานใหม่ของที่นี่ ขอเป็นกำลังใจให้คนที่ยังได้อยู่สู้ๆต่อไปนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อความหนึ่งระบุว่า &amp;ldquo;จ้างออกทั่วประเทศ 43 สาขา ถูกปิด ตอนลูกน้องเรา พี่ๆ น้องๆ ที่สนิท โดนเรียกชื่อไปเข้าห้องประชุม ออกมาน้ำตาคลอกันมา เราร้องโฮเลย ตั้งหลักกันไม่ทันจริงๆ มันกะทันหัน มันหักดิบมาก แผนกเราเหลือเราคนเดียว กับงานที่หนักสุดๆ เราทำแผนก PI แผนกที่ต้องเปลี่ยนป้ายราคาทั้งห้าง มันหนักสำหรับคนที่ยังอยู่ เคว้งมาก คนน้อยลง กับงานที่มากขึ้น ปรับโครงสร้างตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 11 ตอนนี้ยังน้ำตาไหลอยู่เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นฝ่ายสื่อสารองค์กรเทสโก้ โลตัส ขอแจ้งข้อมูล ดังนี้ เทสโก้ โลตัส ให้บริการลูกค้าในประเทศไทยมานานกว่า 24 ปี โดยได้มุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเศรษฐกิจ สังคม และชุมชนไทยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทฯ ได้มีการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ตอบรับความต้องการของลูกค้าที่มีความเปลี่ยนแปลงไปได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ดังนั้น จึงต้องมีการปรับโครงสร้างทีมงานให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจใหม่ ซึ่งโครงสร้างทีมงานใหม่ของเราจะมุ่งเน้นไปที่ส่วนงานที่มีความสำคัญสำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา และโครงสร้างทีมใหม่นี้จะลดขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้การทำงานของเพื่อนพนักงานง่ายขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ จำเป็นต้องยกเลิกบางตำแหน่งงานเพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างทีมงานใหม่ บริษัทฯได้พิจารณาตัดสินใจเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และคำนึงถึงพนักงาน โดยได้พยายามจัดทำข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และให้ความช่วยเหลืออย่างดีแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนี้ อีกทั้งยึดหลักการปฏิบัติต่อพนักงานทุกท่านอย่างเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทสโก้ โลตัส เป็นธุรกิจที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เรายังมุ่งมั่นที่จะขยายการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทย และให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งๆ ขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดพนักงาน, สื่อโซเซียล, เทสโก้โลตัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181027/image_big_5bd45a62a2bf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก. ตั้งเป้าลดพนักงาน 2,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขสมก. ตั้งเป้าปี 65-66 ลดค่าใช้จ่ายได้จริง หลังมีโครงการให้พนักงานสมัครใจลาออก เผยปี 63 มีแผนลดพนักงานมากสุด ถึง 2,000 คน คาดเสนอบอร์ดพิจารณา ต.ค.นี้

นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่าสำหรับความคืบหน้าแผนฟื้นฟูในเรื่องลดค่าใช้จ่ายของ ขสมก. นั้นคือการลดจำนวนพนักงานโดยการนำอีเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการเก็บค่าโดยสารแทนการใช้พนักงานเก็บค่าโดยสาร เพื่อจะลดค่าใช้จ่ายได้จริงจัง ส่วนรถใหม่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษา คาดว่าปี 2565-2566 ถึงจะเริ่มเห็นการลดค่าใช้จ่ายได้ เพราะแผนลดจำนวนพนักงานจะเห็นผลได้ชัดเจนเกือบหมดตามเป้า


ทั้งนี้เนื่องจากมีโครงการเพราะลดพนักงานต้องมาจากความสมัครใจ ตอนนี้ศึกษารายละเอียดเงื่อนไขลดพนักงาน เพื่อเตรียมของบประมาณแผนลดจำนวนพนักงาน โดยจะพิจารณาตามกฎระเบียบของกระทรวงการคลังที่ระบุว่าจะต้องไม่เกิน 30 เท่าของเงินเดือนปัจจุบัน&amp;nbsp;


นายณัฐชาติ กล่าวต่อว่า ในปี 62 มีแผนลดพนักงานประมาณ 300-400 คน ขณะที่ปี 63 ลดพนักงานถึง 2,000 คน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด เพราะตอนนั้นระบบอีทิคเก็ตที่นำมาติดตั้งรถเมล์เก็บค่าโดยสารต้องใช้งานได้ 100%

ทั้งนี้จากผลสำรวจความคิดเห็นพนักงานเกี่ยวกับการลดจำนวนพนักงานตอนนี้มีพนักงานเข้าร่วมโครงการเกษียณก่อนกำหนด (เออรี่รีไทร์) ประมาณ 700-800 คน ส่วนที่เหลือต้องรอดูเงื่อนไข ขสมก.จะเข้าร่วมโครงการก่อนตัดสินใจคาดว่าแผนลดจำนวนพนักงานจะเสนอที่ประชุมบอร์ด ขสมก. เดือน ต.ค. 61 จากนั้นจะนำเสนอ ครม. ต่อไปตามกระบวนการ


&amp;quot;ตอนนี้พนักงานเก็บค่าโดยสารไม่มีการรับเพิ่ม ส่วนพนักงานขับรถส่วนหนึ่งที่จะเป็นจ้างบริษัทเอกชนข้างนอกมาให้บริการสำหรับที่จะใช้ขับรถเมล์ที่มีการเช่า 700 คัน เช่น รถ 1 คัน จะใช้พนักงานขับรถ 2 คน ค่าใช้จ่าย 1,500 บาท เพราะหากลดจำนวนพนักงานจะไม่กระทบ&amp;quot;นายณัฐชาติกล่าว

นายณัฐชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องหนี้ ขสมก.ที่มีประมาณ 1 แสนกว่าล้าน จะแยกเป็นหนี้ที่เกิดจากนโยบายรัฐ ประมาณ 80% หรือ 1.7 แสนล้านบาท เช่น รถเมล์ฟรี ค่าโดยสารรถเมล์ที่ให้บริการต่ำกว่าต้นทุนจริง และหนี้เกิดจากการดำเนินงานของ ขสมก.เอง โดยต้องการให้ตั้งงบประมาณขึ้นมา เพื่อชำระหนี้ หากรัฐบาลไม่ให้ต้องตั้งงบประมาณรายปี นอกจากนี้การขอปรับค่าโดยสารนั้น เมื่อมีรถใหม่ให้บริการและบริการดีขึ้น ขสมก. เสนอขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถเมล์ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงถ้ามีการบริหารรที่มีประสิทธิภาพประมาณปลายปี 62 หรือต้นปี 63 จะมีการหารือเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะรถเมล์ธรรมดา(รถเมล์ร้อน) ปัจจุบันค่าโดยสาร 6.50 บาท ซึ่งต่ำเกินไป ขณะที่ต้นทุนจริงควรจะเป็น 11-12 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, ณัฐชาติ จารุจินดา, รถเมล์, ลดพนักงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b778752074b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีไอเอ็มบี ไทยยันไม่มีแผนลดพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซีไอเอ็มบี ไทย&amp;rdquo; สวนกระแส! ยันไม่มีแผนลดพนักงาน แย้มอาจขยายกำลังคนเพิ่ม มองแบงกิ้ง เอเย่นต์ให้คุณประโยชน์ทั้งประชาชน-สถาบันการเงิน ยืนยันหาก ธปท. ไฟเขียวพร้อมดำเนินการทันที วาดแผนปี 2561 ปั้นสินเชื่อ-เงินฝากโต 5% ปรับกลยุทธ์ชู &amp;ldquo;FAST FORWARD&amp;rdquo; ดันติดท็อป 3 แบงก์ขนาดกลางทุบตลาดอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 มี.ค. 61- นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารยังไม่มีแผนที่จะปรับลดสาขาแต่อย่างใด โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั่วประเทศรวมกันประมาณ 80 กว่าสาขา รวมถึงยังไม่มีแผนที่จะปรับลดพนักงาน แต่อาจจะมีการเพิ่มพนักงานอีกด้วย เนื่องจากแผนระยะกลาง (5ปี) ตั้งเป้าหมายขยับเป็นธนาคารขนาดกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย ดังนั้นแต่แต่ปี 2560 ที่ผ่านมา ธนาคารจึงได้มีการปรับฐานและปรับกระบวนการวิธีการทำงาน รวมถึงเพิ่มอัตรากำลังในธุรกิจที่ธนาคารมีศักยภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับกรณีการแต่งตั้งตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ (Banking Agent : แบงกิ้ง เอเย่นต์) ว่า เรื่องดังกล่าวจะเป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชนผู้รับบริการทางการเงินให้มีโอกาสและช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมากขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินเอง ก็จะได้ประโยชน์ในแง่การลดต้นทุนในการเปิดสาขาด้วย ส่วนกรณีที่จะมีการแต่งตั้งแบงกิ้ง เอเย่นต์ของแต่ละสถาบันการเงินนั้น เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ตามหลักเกณฑ์อย่างละเอียด โดยยืนยันว่าหาก ธปท. มีการประกาศเรื่องนี้ออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ซีไอเอ็มบี ไทย ก็พร้อมจะดำเนินการได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในปี 2561 ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อและเงินฝากให้เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และจะรักษาระดับส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) ให้อยู่ประมาณ 3.8% รวมถึงจะควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 5% หลังจากปี 2560 สินเชื่อขยายตัวได้ที่ระดับ 3.2% ขณะที่กำไรก่อนหักสำรองปรับเพิ่มขึ้น 5% เป็น 5.7 พันล้านบาท จาก 5.5 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้อย่างดี และการกระจายตัวมากขึ้นจากภาคการส่งออกและท่องเที่ยว รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปี 2561-2562 ถือเป็นก้าวแรกของโครงการ FAST FORWARD คือ การเดินหน้าสู่เป้าหมายการก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของธนาคารระดับกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย ภายในปี 2565-2566 นั่นหมายความว่าจะต้องมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราไปสู่เป้าหมายได้ เพราะเป้าหมายถือเป็นความหวัง และความฝัน แม้ว่าหนทางจะยังไม่ชัด แต่การปรับกลยุทธ์การทำงานน่าจะทำให้เราดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อรวมกับปัจจัยเสริมจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นก็น่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ธนาคารเติบโตได้ตามแผน&amp;rdquo; นายกิตติพันธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4310</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIMB, ซีไอเอ็มบี, ธนาคาร, ลดพนักงาน, สินเชื่อ, อดิศร เสริมชัยวงศ์, เงินฝาก, แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9cfb78e9da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
