<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช. เชิญชวนประชาชนลอยกระทงรักษ์สิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุจากโฟมและพลาสติก หวั่นเพิ่มปริมาณขยะในทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ความสวยงามของทะเลไทยขึ้นชื่อติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่ในขณะเดียวกันประเทศของเราก็ติดอันดับประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลมากด้วยเช่นกัน จากการเปิดเผยโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ชี้ว่าขยะในทะเลส่วนใหญ่มาจากแหล่งท่องเที่ยว เช่น ขวดน้ำพลาสติก ขวดแก้ว โฟม หลอดพลาสติก เป็นต้น ถัดมาคือขยะจากการทำการประมง เช่น อวน เชือก เป็นต้น ยังไม่รวมขยะอื่นๆ ที่พบได้ในทะเล เช่น ถุงพลาสติก ฝาน้ำ และเศษบุหรี่ ไม่เฉพาะแค่การท่องเที่ยวแต่รวมไปถึงขยะที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นจากบุคคล ครัวเรือน ชุมชน สถานประกอบการต่างๆ ขยะเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะถูกปล่อยลงแหล่งน้ำต่างๆ จากลำคลอง สู่แม่น้ำ ท้ายที่สุดแล้วก็จะมีขยะส่วนหนึ่งลงสู่ท้องทะเล ปัญหาขยะในทะเลไทยเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัญหาที่สะท้อนให้เห็นว่าบ้านเรายังขาดการจัดการขยะอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ แต่หากกล่าวถึงขยะที่มาจากกิจกรรมบนบก กิจกรรมชายฝั่งและทางทะเล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สิ่งสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดขยะในแม่น้ำ ลำคลอง และสามารถไหลลงสู่ท้องทะเลได้นั้นก็คือ &amp;ldquo;การลอยกระทง&amp;rdquo; ถึงแม้ว่าเทศกาลดังกล่าวจะมีปีละครั้ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าขยะที่เกิดจากการลอยกระทงส่วนใหญ่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมโดยตรง โดยสิ่งที่ตามมานั่นก็คือ ขยะจำนวนมหาศาล หลังจากเทศกาลลอยกระทงผ่านพ้นไป ได้ทิ้งร่องรอยของขยะที่ทับถมกันอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง สร้างมลภาวะทางน้ำเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าหลายหน่วยงานจะออกมารณรงค์ให้ใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ แต่กระทงทั้งหมดสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นขยะที่ต้องนำไปกำจัดอยู่ดี โดยต้องใช้พลังงานและทรัพยากรจำนวนมากในการจัดการเรื่องดังกล่าว เนื่องมาจากระยะเวลาย่อยสลายของกระทงแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะกระทงที่ประดิษฐ์ขึ้นจากโฟมที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นฐานกระทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ทส. กล่าวต่อว่า สำหรับประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2562 ตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายน นี้ อยากเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศช่วยกันลดการใช้กระทงที่ทำจากพลาสติกและโฟม แล้วหันมาใช้วัสดุที่ทำจากธรรมชาติ และย่อยสลายได้ ไม่ทำให้แม่น้ำลำคลองเน่าเสีย โดยจากสถิติในปี 2561 ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครจัดเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ 841,327 ใบ เป็นกระทงวัสดุธรรมชาติ 796,444 ใบ และกระทงโฟม 44,883 ใบ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินงานตาม Roadmap ของรัฐบาลในด้านการจัดการพลาสติก เพื่อลดและเลิกการใช้พลาสติกพร้อมทั้งนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งในปี 2562 จะเลิกใช้พลาสติก 3 ประเภท ได้แก่ พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสารประเภทอ็อกโซ่ (Oxo) และไมโครบีดจากพลาสติก (Microbead) ภายในปี 2565 จะเลิกใช้พลาสติก 4 ประเภท โดยเฉพาะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว (Single use Plastic) ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบางใช้ครั้งเดียว หลอดพลาสติก ส่วนปี 2570 มีเป้าหมายนำขยะผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์พลาสติก กลับเข้ามาใช้ประโยชน์ทั้งหมด 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวง ทส. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการลด ละ เลิกใช้พลาสติกที่เกินความจำเป็น รวมทั้งที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single use) ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เอกชน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และตลาดสดทั่วประเทศ ที่มีการใช้ถุงพลาสติกเป็นจำนวนมาก โดยได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; ร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ จำนวน 47 แห่ง เพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากบนบก และป้องกันไม่ให้ขยะไหลลงสู่ทะเล จึงได้ริเริ่มโครงการดังกล่าว ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่เร่งรัดให้ดำเนินการจัดการขยะพลาสติก โดยกำหนดเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป พร้อมกับให้ประชาชนใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก ในการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตประจำวันเพื่อลูกหลานของเราในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ผศ.ดร.​ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า &amp;ldquo;5นาทีในมือคือ​ 50​ ปีในทะเลไทย&amp;rdquo; ในปี 2561 เฉพาะในกรุงเทพมหานครเก็บกระทงโฟมได้ 44,883 ใบ โฟมแตกตัวเป็นเม็ดโฟม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ต่อสรรพสัตว์ ย้อนกลับมาถึงมนุษย์ เม็ดโฟมจากกระทงของเราในวันนี้ยังอยู่ทำร้ายลูกหลานเราต่อไปอีก 50 ปี อย่าให้สิ่งที่เราหมายมั่นว่าจะขออภัยแม่คงคา กลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายเจ้าพระยาและมหานทีทะเลไทยไปอีกแสนนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงในสมัยโบราณ​ กระทงที่ใช้ลอยนั้นล้วนทำมาจากวัสดุธรรมชาติ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มหันมาใช้กระทงที่ทำจากโฟม มีกลีบกระทงที่ทำจากกระดาษสีต่างๆ อัดเป็นจีบสวยงาม เนื่องจากมีน้ำหนักเบา หาง่าย และราคาไม่แพง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมานั้นก็ คือ การกำจัดยาก และสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในขณะนี้หลายหน่วยงานได้หันมารณรงค์ให้ใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้นำหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านการอนุรักษ์ และดูแลการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจากปัญหาขยะบกที่จะก่อให้เกิดปัญหาในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง โดยขยะเหล่านั้นสามารถไหลลงสู่ทะเลได้ สร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศทางทะเล และสัตว์ทะเลหายาก จึงมีแนวคิดที่จะลดปัญหาการเกิดขยะใหม่จากเทศกาลลอยกระทงในปีนี้ เพื่อรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและในทะเล โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ช่วยกันรณรงค์สร้างความรับรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน ในการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระทงใบตองหรือวัสดุธรรมชาติ แต่ไม่ควรใส่สีหรือตกแต่งกระทงด้วยวัสดุอื่นๆ เช่น โรยกากเพชร เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ รวมถึงแนะนำให้ลอยกระทงแบบ 1 คู่รัก 1 กระทง 1 ครอบครัว 1 กระทง และ 1 กลุ่ม 1 กระทง หรือการลอยกระทงแบบออนไลน์ ที่จะช่วยให้การลอยกระทงในปีนี้สร้างมลพิษได้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ อธิบดี ทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ดังนั้น วันลอยกระทงปี 2562 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับการดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมทั้งมีอำนาจหน้าที่ในการดูแล อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงขอเชิญชวนและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมกันใช้วัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม งดการใช้วัสดุที่ทำจากโฟมหรือพลาสติก เพื่อลดปัญหามลพิษที่จะสร้างผลกระทบต่อแหล่งน้ำในระยะยาว ด้วยแนวทางในการลอยกระทงที่ใช้หลักการ 3R เพื่อลดการใช้ หาวิธีการกำจัด หรือนำกลับมาใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งประกอบด้วย ใช้น้อย (Reduce) ลดขนาดของกระทงที่ใช้ ลดจำนวนชั้น และลดการตกแต่งให้น้อยลง เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากร ช่วยลดปริมาณขยะ และลดจำนวนกระทง &amp;ldquo;1 ครอบครัว 1 กระทง&amp;rdquo; การใช้ซ้ำ (Reuse) โดยใช้วัสดุซ้ำหรือวัสดุที่เหลือใช้ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้มค่า และการแปรรูปใช้ใหม่ (Recycle) เป็นการนำกระทงที่เก็บรวบรวมมาใช้ประโยชน์ โดยกระทงจากวัสดุธรรมชาตินำมารวบรวมเพื่อใช้ในการหมักปุ๋ยได้ และยังเพิ่มการรณรงค์ให้ชุมชนใช้กระทงวัสดุแบบเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการจัดเก็บและทำลาย รวมถึงลดปริมาณขยะจากบนบกที่จะไหลลงสู่ทะเล อันก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมโทรมต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ ต้องขอขอบคุณท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายจตุพร บุรุษพัฒน์) อดีตอธิบดี ทช. ที่เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านการบริหารจัดการขยะทะเลจนประสบผลสำเร็จตาม Roadmap การจัดการขยะพลาสติก ตลอดจนมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และที่ขาดไม่ได้ ต้องขอขอบคุณข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่กรม ทช. ทุกท่าน รวมถึงอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ชาวประมง ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งทะเล และหน่วยงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันเสียสละเวลาอันมีค่าเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลทรัพยากรทางทะเลให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ปราศจากขยะและมลพิษทางทะเล ให้สมกับที่ว่าทะเลไทยคือเมืองสวรรค์ สิ่งมหัศจรรย์อันดับต้นๆ ของโลก &amp;ldquo;นายโสภณ อธิบดี ทช. กล่าวทิ้งท้าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49805</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), นายวราวุธ ศิลปอาชา, ลดพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc4e3b645b7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ความเห็นมาตรการเลิกใช้พลาสติก 7 ชนิดของไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการที่คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกมีมติที่ประชุมต่อร่างแผนพลาสติก 20 ปีเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยกำหนดเป้าหมายในการลดเลิกใช้ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์พลาสติกจำนวน 7 ประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัญชลี พิพัฒพัฒนากุล หัวหน้าโครงการลดพลาสติกของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ความเห็นถึงการกำหนดเป้าหมายและช่วงเวลาในการเลิกใช้พลาสติกทั้ง 7 รายการนี้ว่า เป็นจุดพลิกผันทางนโยบายครั้งสำคัญเพื่อต่อกรกับวิกฤติมลพิษพลาสติกทั้งในระบบนิเวศทางทะเลและบนบก การเลิกใช้พลาสติก 7 รายการนี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่ามาตรการที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายอย่างเป็นระบบนี้ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและดีกว่า การดำเนินการแบบสมัครใจที่ผ่านมา แต่การปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายจากภาครัฐนี้ ไม่อาจประสบความสำเร็จได้โดยลำพัง หากไร้ซึ่งมาตรการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต และความรับผิดชอบรวมของผู้บริโภคด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าโครงการลดพลาสติกฯ กล่าวอีกว่า การประกาศเลิกใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสารประเภท oxo ยังเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพลาสติกประเภทนี้เข้าใจกันทั่วไปว่าเป็นพลาสติกที่ย่อยสลายได้ แต่จริงๆ แล้วเป็นพลาสติกโพลีเอทิลีน โพลีโพรพิลีน หรือไม่ก็โพลีสไตรรีน ที่ผสมรวมกับสารเติมแต่งที่เป็นเกลือของโลหะเพื่อช่วยเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของพลาสติกและแตกตัวเป็นชั้นเล็กๆ กลายเป็นไมโครพลาสติก พลาสติกแบบ oxo จึงไม่ถือว่าเป็นพลาสติกที่ย่อยสลายได้ การศึกษาพฤติกรรมของพลาสติกชนิดนี้ในสิ่งแวดล้อมทางทะเล พบว่าเมื่อเวลาผ่านไปมากกว่า 40 สัปดาห์ยังพบพลาสติกชนิดนี้มากกว่าร้อยละ 90 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเทศไทยเรามาถูกทางแล้วเรื่องบอกเลิกพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง หลายประเทศกำลังพิจารณาห้ามใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสารประเภท oxo และเวทีระดับโลกว่าด้วยเศรษฐกิจใหม่ของพลาสติกเองก็มีการระดมจากองค์กรต่างๆ และภาคอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนให้ยกเลิกใช้พลาสติกชนิดนี้&amp;rdquo; อัญชลี กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25827</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ร่างแผนพลาสติก 20 ปี, ลดพลาสติก, เลิกใช้พลาสติก7ชนิด, ไมโครพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f43c5afd03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองจันทน์เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม นำร่องราชการใช้วัสดุธรรมชาติแทนพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จังหวัดจันทบุรีเริ่มแล้ว เดินหน้าลดการใช้พลาสติก &amp;nbsp;ใช้วัสดุธรรมชาติ นำปิ่นโตใส่อาหาร ขนมห่อใบตอง &amp;nbsp;แก้ปัญหาขยะ ลดโลกร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24ก.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดจันทบุรี รณรงค์ ลดการใช้ถุงพลาสติก และกล่องโฟม แก้ปัญหาขยะ โดยส่วนราชการนำร่องเป็นตัวอย่างในการรณรงค์ โดย&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลาง นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ระดับจังหวัด ได้มีการจัดอาหารว่าง ด้วยการใช้วัสดุที่สามารถใช้แทน ใช้ซ้ำ &amp;nbsp;และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้กล่องโฟม และถุงพลาสติก เพื่อเป็นตัวอย่างในการรณรงค์แก้ปัญหาขยะ ลดโลกร้อน แก่ประชาชนทั่วไป มีการนำปิ่นโตใส่อาหารเพื่อรับประทาน ใช้เครื่องปั้นดินเผาแทนการใช้แก้วน้ำ ส่วนขนมใส่ห่อใบตองที่สามารถย่อยสลายง่าย ซึ่งถือเป็นต้นแบบการนำร่องในหน่วยงานของรัฐ ไปสู่ทุกภาคส่วนในการร่วมกันลดใช้ถุงพลาสติก แก้ปัญหาขยะอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18285</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ลดพลาสติก, ลดโลกร้อน, วัสดุธรรมชาติ, แก้ปัญหาขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba86a414038d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
