<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดเงินหาย9.5หมื่นล. ครม.คลอดแพ็กเกจอุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.เศรษฐกิจคลอดแพ็กเกจพยุงธุรกิจท่องเที่ยวไทย หลังเจอพิษไวรัสโคโรนา ประเมินถึงเม.ย.นักท่องเที่ยวจีนหาย 80% สูญ 9.5 หมื่นล้าน พร้อมตั้ง คกก. &amp;quot;Ease of Traveling&amp;quot; ฟื้นท่องเที่ยว กรมสรรพสามิตขานรับลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน SMEแบงก์พักชำระหนี้ 12 เดือนเยียวยาผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธศักดิ์เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แบ่งเป็น 2 ระยะ คือมาตรการระยะเร่งด่วน ตั้งแต่เดือน ก.พ.-เม.ย.นี้ ประกอบด้วย 1.สื่อสารสร้างความเข้าใจแก่คนไทยและนักท่องเที่ยว โดยห่วงใยและให้ความสำคัญกับคนไทยเป็นอันดับแรก และแสดงความเห็นใจไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบ 2.เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว โดยยกระดับศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นวันสต๊อปเซอร์วิส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เยียวยาธุรกิจท่องเที่ยว โดยการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและยืดระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้หรือดอกเบี้ย ระยะเวลา 6 เดือน สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว การปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงของอากาศยาน การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน และ 4.กระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น สนับสนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการจัดประชุมสัมมนาในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงการหาตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเพื่อทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการระยะยาว ตั้งแต่เดือน พ.ค.2563 เป็นต้นไป เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน จะมีการตั้งคณะกรรมการ Ease of Traveling โดยมีรองนายกรัฐมนตรี ตามที่นายกฯ มอบหมายเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรองประธาน ทำหน้าที่ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การปรับปรุงบริการ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทย 2.การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ยกระดับคุณภาพ และการบริการด้านการท่องเที่ยว และ 3.ดำเนินการกระตุ้นตลาด โดยการสนับสนุน Charter Flight สำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายสูง และการขยายเวลาเศรษฐกิจภาคกลางคืน นำร่องเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว (Zoning)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า จากการประเมินและเก็บข้อมูล พบว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาได้ส่งผลกระทบทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน ตั้งแต่ช่วงปัจจุบันถึงเดือน เม.ย.2563 ลดลง 80% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายในขณะนี้ อยู่ที่ 9.5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าสถานการณ์ในภาคการท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้น หากจีนมีการยกเลิกคำสั่งการออกนอกประเทศภายใน 3 เดือน ซึ่งสถานการณ์ในภาคการท่องเที่ยวอาจจะไม่กลับมาดีในทันที คงใช้เวลาในการฟื้นตัว 1-2 เดือน ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยในปี 2563 ยังคงเป้าหมายมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 41.8 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.22 ล้านล้านบาท โดยยืนยันว่าหน่วยงานพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อรักษาระดับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เติบโตได้ไม่น้อยกว่าปีก่อน และให้เป็นไปตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ได้มีการหารือถึงแนวคิดในการทำประกันให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้ความคุ้มครองกรณีการเสียชีวิตและเจ็บป่วยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ที่ประชุมเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้เลวร้ายเทียบเท่ากับโรคซาร์ส จึงยังไม่ได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้
ชงหั่นภาษีน้ำมันเครื่องบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ในฐานะเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะช่วยดูผลกระทบของสายการบิน โดยเฉพาะมาตรการทางภาษี โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป และขอให้ทำใจว่าปัญหาไวรัสจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรก 3-6 เดือนแรกของปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศไทยเคยเจอปัญหาลักษณะนี้มาแล้วในช่วงการระบาดของไข้หวัดนกและโรคซาร์ส ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในช่วงนั้น โดยรัฐบาลได้หยิบเอาประสบการณ์ในอดีตมาใช้เตรียมการรับมือในขณะนี้ โดยอมรับว่าจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 3-4 เดือน แล้วจึงจะทยอยกลับมา ดังนั้นระหว่างนี้ต้องมาดูวิธีการในการช่วงพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม 5 ล้านราย และยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีก 10 ล้านคน จึงจำเป็นต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรไทยถึงจะผ่านจุดนี้ไปได้&amp;rdquo; นายกอบศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการหารือในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเกี่ยวกับแนวทางในการดูแลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอีก 2 ครั้ง โดยอาจจะมีมาตรการคล้ายคลึงกับมาตรการไทยเที่ยวไทย มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว และการปลดล็อกแนวทางการช่วยเหลือต่างๆ ตามมาอีกในระยะต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับถึงกรณีที่จะมีการยกเลิก VOA (visa on arrival) จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะทางการจีนยกเลิกการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์แแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หายไปร้อยละ 100 และชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวแบบไม่ใช่กรุ๊ปทัวร์ ทางการจีนขอความร่วมมือไม่ให้ออกเดินทางก็ลดลงแล้วร้อยละ 50 และได้เน้นย้ำผลกระทบเศรษฐกิจท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยรัฐบาลยืนยันให้ความสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ชีวิตและสุขภาพของประชาชน ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาทราบว่าประเทศไทยมีระบบการสาธารณสุขมีมาตรฐานสากลตามองค์การอนามัยโลก และมีความพร้อมในการควบคุมการแพร่ระบาดของโลกอันดับ 6 ของโลก จาก 195 ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.รายงานว่า มีการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศไทยอย่างเข้มข้น ทั้ง 3 ระดับ ระดับที่ 1 ผู้โดยสารเครื่องบินจากเมืองกลุ่มเสี่ยงมาก มีการคัดกรองที่หน้า GATE &amp;nbsp;สำหรับเที่ยวบินที่จัดอันดับความเสี่ยงโรคระบาดระดับปกติ จัดพื้นที่ลงจอดที่อาคารเทียบเครื่องบิน &amp;nbsp;D E F มีจุดตรวจด้วย ส่วนเที่ยวบินอื่นๆ ที่ไม่สุ่มเสี่ยงตรวจที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง และส่วนบัสเกต มีจุดตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่ E ประชาชนจะได้เชื่อมั่นการคัดกรองของ ทอท.และกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีข้อแนะนำ ส่วนผู้ที่มีอาการของโรคจะมีการดำเนินการตามระบบที่วางไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 3-28 ม.ค.2563 พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นเข้ามายังประเทศไทยทั้งสิ้นประมาณ 20,200 คน โดยในจำนวนนี้ได้มีการเดินทางออกจากประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวไปแล้ว 7,500 คน และยังเหลือนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองอู่ฮั่นที่อยู่ในประเทศไทยอีก 2,730 คน
พักหนี้ช่วยธุรกิจ SME
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า เพื่อบรรเทาผลกระทบแก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจโรงแรม ที่พัก สินค้าเกษตรแปรรูป ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าที่ระลึก และร้านค้าส่งร้านค้าปลีก เป็นต้น ธพว.จึงได้ออกชุด &amp;ldquo;มาตรการช่วยเหลือลูกค้าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&amp;rdquo; เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้จนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.มาตรการพักชำระหนี้เงินต้น นานสูงสุด 12 เดือน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม โดยเริ่มพักชำระนับจากเดือนถัดไปที่ได้รับการอนุมัติพักชำระหนี้เงินต้น 2.มาตรการขยายเวลาชำระหนี้ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถขยายเวลาชำระหนี้ออกไปได้สูงสุด 5 ปี และสำหรับลูกค้าที่ใช้ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อเดิม สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ และการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าข้างต้นไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา และ 3.มาตรการเติมทุนดอกเบี้ยถูกเสริมสภาพคล่อง วงเงิน 3,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นิติบุคคล 3 %ต่อปี ใน 3 ปีแรก บุคคลธรรมดา 5% ต่อปี ใน 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากชุดมาตรการดังกล่าว จะช่วยลูกค้าลดภาระค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น รักษาสภาพการจ้างงานในกิจการ และช่วยป้องกันการตกชั้นได้อีกทางหนึ่ง โดยลูกค้า ธพว.ที่ได้รับผลกระทบและต้องการรับความช่วยเหลือ สามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2563 ณ สาขา ธพว.ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357&amp;quot; นางสาวนารถนารีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า พร้อมที่จะใช้มาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน ที่ก่อนหน้านี้เคยหารือกันและได้ข้อให้กลับไปทำข้อเสนอกลับมาว่า หากมีการลดภาษี จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ซึ่งหากกระทรวงการคลังและ ครม.ไม่ขัดข้อง กรมพร้อมที่จะลดภาษีให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะเป็นมาตรการลดให้กับเที่ยวบินภายในประเทศเท่านั้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และจะต้องเป็นมาตรการชั่วคราว ไม่ได้ลดภาษีช่วยตลอดไป และยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่ได้เป็นปัญหาให้กับกรม เพราะปัจจุบันกรมจัดเก็บภาษีน้ำมันเครื่องบินไม่มาก แค่ 1-2 พันล้านบาทต่อปี ไม่ได้มีนัยสำคัญ แต่หากเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวจริงๆ ก็จะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่า.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55988</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ease of Traveling, ครม.เศรษฐกิจ, ชำระหนี้ 12 เดือน, ธุรกิจท่องเที่ยว, นักท่องเที่ยวจีน, ลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e341c093b1d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
