<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;อุตตม” ถกบิ๊กคลังเต้นปัดขึ้นภาษีใหม่แลกลดบุคคลธรรมดา 10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2562 เมื่อเวลา 10.00 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังทุกหน่วยงาน โดยก่อนหน้านี้ทีมงานของนายอุตตม ได้ระบุว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมดังกล่าวจะไม่มีขึ้นจนกว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายกับรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน

โดยนายอุตตม เปิดเผยว่า การประชุมผู้บริหารกระทรวงครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล ให้ทุกหน่วยงานได้เตรียมข้อมูลให้กับรัฐบาลในการชี้แจง

สำหรับการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้ จะมีการดำเนินการ แต่จะทำแบบเป็นขั้นตอน และต้องดูทั้งระบบ ซึ่งได้สั่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปแล้วให้ศึกษาเรื่องนี้ทั้งระบบว่าฐานภาษีและรายได้หายไปมากน้อยขนาดไหน

อย่างไรก็ดี รมว.การคลัง ได้ชี้แจงกรณีที่ถูกถามว่าจำเป็นจะต้องมีการขึ้นภาษีตัวอื่นเพื่อชดเชยการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ โดยนายอุตตม ระบุว่า ผมไม่ได้บอกเลยว่าจะต้องขึ้นภาษีตัวอื่น เพื่อมาชดเชยการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า เพิ่งได้รับการบ้านจาก รมว.การคลัง ว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ส่วนหากมีการลดภาษีในลักษณะดังกล่าวจริงจะทำให้ฐานภาษีผู้เสียภาษีจริงที่ปัจจุบันมี 4 ล้านคน หายไป 3 ล้านคน และรายได้ภาษีหายไป 1.8 แสนล้านบาทหรือไม่ โดยทั้งหมดยังต้องรอผลการศึกษาก่อน เพราะเพิ่งได้รับการบ้านมา

&amp;quot;รมว.การคลังได้ให้นโยบายว่า การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% จะต้องไม่เป็นภาระทางการคลัง ถ้าจำเป็นต้องทำต้องทำลักษณะไหน ซึ่ง สศค. เพิ่งได้การบ้านมาเมื่อวานนี้เอง ต้องดูว่าหากรายได้หายไปจากการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และจะได้รายได้เพิ่มมากจากตัวไหน&amp;quot; นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวอีกว่า หากมีการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% จริง ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลดให้เป็นการชั่วคราว หรือ ลดให้เป็นการถาวร เพราะยังต้องศึกษาว่าการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามนโยบายที่หาเสียงไว้จริง ๆ คืออะไร

ด้านแหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หากมีการลดภาษีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้จริง จะทำให้ฐานภาษีหายไป 3 ล้านราย และสูญเงินภาษีต่อปี 1.8 แสนล้านบาท ทำให้ต้องหาวิธีการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ให้ได้เพื่อไม่ให้รัฐบาลผิดสัญญาที่หาเสียงไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41599</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอุตตม สาวนายน, ภาษีบุคคลธรรมดา, ลดภาษีมนุษย์เงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c375115124ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อุตตม” ยัน ไม่ถอยนโยบาย ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10 %</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 ก.ค.เวลา 16.00น. ที่รีสอร์ท 88 กามองเต้ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีที่มีเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายของพรรคที่ไม่เป็นไปตามที่หาเสียงโดยเฉพาะเรื่องของการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา ร้อยละ&amp;nbsp; 10ว่า นโยบายดังกล่าวเราจะดูเรื่องภาษีทั้งหมด เพราะระบบภาษีของไทยมีความเหลื่อมล้ำอยู่ จึงต้องมาดูการปรับโครงสร้างภาษี โดยพิจารณารายได้ของประชาชน หากพบว่ามีส่วนใดสามารถปรับลดภาษีได้ เราก็จะทำเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ ยืนยันว่าไม่ถอยแน่นอน แต่ทำเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;


เมื่อถามว่า&amp;nbsp; มีเสียงวิจารณ์ว่าหากพรรคพปชร.เป็นรัฐบาลจะทำทันที แต่ปรากฎว่ากลับเลื่อนออกไป นายอุตตม กล่าวยืนยันว่าจะทำทันที แต่ต้องมีขั้นตอน เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ศึกษาเพื่อเตรียมการอย่างรอบด้าน การทำทันทีไม่ได้หมายความว่าเมื่อเป็นรัฐบาลจะทำทันที เพราะขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายแต่เบื้องต้นได้เตรียมการไว้แล้ว ส่วนจะลดหย่อนภาษียุคคลธรรมดาได้ถึง ร้อยละ 10 หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณา และกำหนดหลักเกณฑ์
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41532</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, นายอุตตม สาวนายน, ภาษีบุคคลธรรมดา, ลดภาษีมนุษย์เงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfdf86ccae0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงรื้อภาษีสรรพากรทั้งระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คกก.ปฏิรูปภาษีชงรื้อใหญ่ 6 ประเด็น ลดภาษีมนุษย์เงินเดือนเหลือ 25% ใกล้เคียงอัตรานิติบุคคล พร้อมหักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เพิ่มเพดานรายได้จดทะเบียนแวตเป็น 10 ล้านบาท แก้เลี่ยงภาษี คาดขยายฐานผู้เสียภาษีสูงขึ้นแตะ 35 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 กันยายน คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร ที่มีนายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ เป็นประธาน ในคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน จัดโครงการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่องข้อเสนอปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สภาอุตสาหกรรมหอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย นักวิชาการ และประชาชน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยจะนำความคิดเห็นที่ได้จากการสัมมนาประกอบการพิจารณาในการจัดทำร่างประมวลรัษฎากรให้มีความทันสมัย เป็นธรรม และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยจะเร่งรัดและผลักดันร่างประมวลรัษฎากรให้แล้วเสร็จในปี 2562 ตามแผนปฏิรูปประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการสัมมนา นายกิติพงศ์เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้เปิดรับฟังความเห็นการแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎาของกรมสรรพากรจากประชาชน โดยมีการเสนอให้แก้ไข 6 ประเด็น ได้แก่ 1.ประเด็นธรรมาภิบาลการจัดเก็บภาษีและบริหารภาษีอากร โดยให้มีการตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายภาษีอากรแห่งชาติ ที่เป็นอิสระจากหน่วยงานจัดเก็บภาษี เพื่อกำหนดนโยบายการเก็บภาษีโดยคำนึงโครงสร้างภาษีทั้งระบบและทุกประเภท รวมถึงการตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษี ซึ่งเป็นคนนอก ไม่ใช่จากกรมสรรพากร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งสร้างค่านิยมในการเสียภาษี โดยกำหนดนโยบายเพื่อจูงใจให้ผู้มีเงินได้เข้าสู่ระบบภาษี อาทิ การช่วยเหลือผู้มีเงินได้น้อย และการให้สิทธิประโยชน์เชิงสวัสดิการที่มิใช่เป็นตัวเงินแก่ผู้เสียภาษีมาก เป็นต้น และกำหนดนโยบายเชิงรุกเพื่อขยายฐานการจัดเก็บภาษี โดยให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะมีเงินได้หรือไม่ หรือมีเงินได้ถึงเกณฑ์มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และให้ประชาชนเปิดเผยจำนวนเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีในแบบแสดงรายการ แม้ในปีภาษีดังกล่าวจะไม่มีภาษีที่ต้องชำระก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เสนอปรับเงินได้ใหม่ให้เหลือ 3 ประเภท โดยแยกตามวิธีการคำนวณภาษี คือ เงินได้จากน้ำพักน้ำแรง ได้แก่ เงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (1) (2) (6) เดิม, เงินได้จากทรัพย์สินและการลงทุน ได้แก่ เงินได้ประเภทเงินปันผลและดอกเบี้ย และเงินได้จากธุรกิจและอื่นๆ รวมทั้งเสนอให้มีการหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น ตามประเภทของประเภทเงินได้ จากปัจจุบันที่หักค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลดลงจากปัจจุบันสูงสุด 35% ให้อยู่ระดับ 25% ใกล้เคียงกับภาษีเงินได้ของนิติบุคคล และขยายช่วงเงินได้สำหรับแต่ละอัตรา เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการประกอบธุรกิจ แต่ยังไม่พร้อมจะเป็นนิติบุคคล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ภาษีเงินได้นิติบุคคล เสนอให้มีการปรับลดอัตราภาษีและภาระภาษีรวมอยู่ที่ไม่เกิน 25% จากปัจจุบันภาษีนิติบุคคลของไทยเสียอยู่ที่ 20% และต้องเสียภาษีเงินปันผลอีกประมาณ 10% ทำให้มีภาระภาษีรวมประมาณ 28% รวมถึงให้กลุ่มบริษัทเดียวกันมีสิทธิคำนวณกำไรเสียภาษีรวมแบบกลุ่ม ป้องกันการถ่ายโอนราคาสินค้าบริหารเพื่อเสียภาษีให้น้อยลง นอกจากนี้เสนอให้กำหนดอัตราภาษี ณ ที่จ่าย เพียงอัตราเดียวสำหรับเงินได้ทุกประเภท และปรับวงเงินขั้นต่ำที่จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระของผู้จ่ายเงินได้ในการตีความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) จากปัจจุบันต้องจดทะเบียนภาษีแวตเมื่อมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เสนอเพิ่มเป็นเกิน 10 ล้านบาทต่อปี แก้ปัญหาผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีแวต เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปัจจุบันมีรายได้อยู่ปีละ 7-8 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่ถึง 10 ล้านบาท ไม่ต้องจดทะเบียนขึ้นภาษีแวต จะต้องเสียภาษีจากการขายจากรายรับ 2% ทดแทน รวมทั้งเสนอให้ยกเลิกการยกเว้นภาษีแวตให้กิจการบางประเภท เช่น บริการสอบบัญชี การว่าความ โรงเรียนกวดวิชา การให้บริการนักแสดง เป็นต้น และคงเหลือยกเว้นเฉพาะประเภทที่มีเหตุจำเป็นสมควร นอกจากนี้ เสนอพิจารณาการจัดเก็บภาษีแวต โดยนำหลักตามร่างกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซมาใช้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ภาษีธุรกิจเฉพาะ เสนอให้มีการยกเลิกจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 0.1% จากรายรับจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และ 6.ภาษีอากรแสตมป์ เสนอให้ยกเลิกการเก็บภาษีอากรแสตมป์ทั้งหมด เนื่องจากซ้ำซ้อนกับการเก็บภาษีประเภทอื่น และมีจำนวนน้อยและมีค่าใช้จ่ายในการติดตามตรวจสอบสูงกว่าภาษีอากรแสตมป์เก็บได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเสนอการแก้ไขกฎหมายสรรพากรดังกล่าว เชื่อว่าช่วยขยายฐานภาษีบุคคลธรรมดาของคนไทยให้สูงขึ้นได้ถึง 35 ล้านคน จากประชาชน 60 ล้านคน จากปัจจุบันมีคนอยู่ในระบบภาษีเพียงกว่า 10 ล้านคน มีผู้เสียภาษีจริงเพียง 3 ล้านคน รวมถึงการขยายฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ปัจจุบันอยู่ในระบบ 4 แสนราย เทียบกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีถึง 3 ล้านราย แสดงให้เห็นว่ายังมีคนอยู่นอกระบบภาษีอยู่มาก&amp;rdquo; นายกิติพงศ์ ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิติพงศ์กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะเสนอการแก้ไขกฎหมายกรมสรรพากรให้คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน เพื่อให้กฎหมายออกมาบังคับใช้ได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน คาดว่าจะใช้เวลาเขียนร่างแก้ไขกฎหมายกรมสรรพากรไม่เกิน 5 เดือน โดยจะนำข้อมูลจากการรับฟังความเห็นจากประชาชนไปใช้เป็นข้อมูลในการเขียนร่างกฎหมายด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจะเร่งแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร เพราะหากทำไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งใหม่อาจจะไม่ดำเนินการต่อ เพราะเรื่องของการขยายฐานภาษีเป็นเรื่องที่รัฐบาลเลือกตั้งหลีกเลี่ยงที่จะดำเนินการ เนื่องจากทำให้เสียความนิยมได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิ่นสาย สุรัสวดี ผู้อำนวยการกองวิชาการแผนภาษี กรมสรรพากร เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2562 กรมมีเป้าหมายต้องเก็บภาษีให้ได้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้ได้ตามเป้าหมาย สำหรับการแก้ไขกฎหมาย กรมสรรพากรอยากให้คณะกรรมการฯ ทำการแก้ไขกฎหมายรองรับการเก็บภาษีในอีก 20 ปีข้างหน้า ที่มีความท้าทายอย่างมาก เพราะการทำธุรกิจจะเป็นอี-บิสสิเนสและดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทำให้การเก็บภาษีต้องทันกับการเปลี่ยนที่รวดเร็วดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานผู้เสียภาษีสูงขึ้น, ปฏิรูปภาษี, ลดภาษีมนุษย์เงินเดือน, หนังสือพิมพ์, หักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น, เพิ่มเพดานรายได้จดทะเบียนแวตเป็น 10 ล้านบาท, แก้เลี่ยงภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba4f8d400fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
