<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์พอร์ตลิงก์เล็งชงบอร์ดรถไฟฯลดค่าโดยสารนอกช่วงเวลาเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63-นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีจำนวนผู้ใช้บริการลดลง โดยคาดการณ์ว่า ในปี 2563 จะมีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ประมาณ 24 ล้านคน ลดลงจากปี 2562 ประมาณ 40% ที่มีผู้โดยสารอยู่ที่ 35 ล้านคน ทั้งนี้ ในปัจจุบัน หลังจากรัฐบาลมีการผ่อนปรนมาตรการมากขึ้น ทำให้ผู้โดยสารเริ่มทยอยกลับมาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดมีผู้โดยสารทยอยกลับมาใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 57,000 คนต่อวัน หลังจากที่ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดต้นปีที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเหลืออยู่ประมาณ 10,000 คนต่อวัน จากปกติในช่วงไม่มีการแพร่ระบาด จะมีผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 90,000-100,000 คนต่อวัน ซึ่งจำนวนผู้โดยสารที่หายไป ส่วนใหญ่จะเป็นผู้โดยสารชาวต่างชาติ ที่ใช้บริการเชื่อมการเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับมาตรการลดค่าโดยสารนอกช่วงเวลาเร่งด่วน (Off Peak Hour) วันจันทร์-วันศุกร์ ใน 3 ช่วงเวลา ได้แก่ 05.30-07.00 น., 10.00-17.00 น. และ 20.00-24.00 น. ให้แก่ผู้โดยสารที่ถือบัตรสมาร์ทพาส ประเภทบุคคลทั่วไป จากอัตราค่าโดยสารปกติ 15-45 บาท เหลือ 15-25 บาทนั้น รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พิจารณาอนุมัติออกมาตรการดังกล่าวภายใน ก.ย. นี้ ก่อนที่จะมีผลลดค่าโดยสารในช่วง ต.ค.-ธ.ค. 2563 หรือระยะเวลา 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดค่าครองชีพให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม มาตรการลดค่าโดยสารนอกช่วงเวลาเร่งด่วนนั้น รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้เคยดำเนินการไปแล้ว เมื่อช่วงวันที่ 30 มี.ค.-30 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาเราดำเนินการอย่างมีมาตรฐาน และประสิทธิภาพ ทำให้ผู้โดยสารมีความพึงพอใจในการใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรล ลิงก์ สังเกตได้จากผลสำรวจความพึงพอใจประจำปีที่มีแนวโน้มดีขึ้นมาโดยตลอด รวมไปถึงราคาค่าโดยสารที่เรายังไม่เคยขึ้นค่าโดยสารเลย ยังคงเก็บอยู่ที่ 15-45 บาท โดยปกติแล้ว ทุกๆ 5 ปี จะต้องขึ้นค่าโดยสารตามค่าครองชีพ แต่ 10 ปีแล้ว เรายังไม่เคยขึ้นเลย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพที่ใช้จ่ายประจำวัน&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า จากการดำเนินการตลอดระยะเวลา 9 ปี ก้าวสู่ปีที่ 10 รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พร้อมเดินหน้าสานต่อการดำเนินงานต่างๆ ที่ผ่านมา เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าตามมาตรฐานสากล โดยคาดว่าจำนวนผู้โดยสารรวมนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 185 ล้านคน และจะทะลุเกิน 200 ล้านคนภายในปีนี้ หรือเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 11-12% จากปัจจัยการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ทำให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สามารถให้บริการได้เต็มความจุขบวนรถที่มีอยู่ 9 ขบวนในปัจจุบัน หรือรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 750 คนต่อขบวน (นั่ง/ยืน)&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าการโอนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ให้กับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มซีพี) ในฐานะผู้ชนะการประกวดราคาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) นั้น ในขณะนี้ทางกลุ่มซีพี ได้เข้ามาประเมินระบบต่างๆ ของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพื่อเตรียมเข้ามาบริหารงานใน ต.ค. 2564 ทั้งในส่วนของขบวนรถ ระบบอาณัติสัญญาณ สถานีรถไฟฟ้า ที่จอดรถไฟฟ้า ระบบโทรคมนาคม โครงสร้างทางวิ่ง ซึ่งยังอยู่ในสภาพที่ดี นอกจากนี้ ทางกลุ่มซีพี จะต้องเตรียมซ่อมบำรุงใหญ่ขบวนรถไฟฟ้า (Overhaul) ให้แล้วเสร็จภายใน ต.ค. 2563 ด้วย หลังจากได้ส่งแผนการดำเนินการไปให้พิจารณาแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลา ต.ค.ปีหน้า เนื่องจากอะไหล่บางชนิดจะต้องใช้ระยะเวลาสั่งซื้อประมาณ 1 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77031</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์, ลดราคาค่ารถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bca9e0219726.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมยิ้มออกลดค่าโดยสารสายสีม่วงคนใช้บริการเพิ่ม1หมื่นคน/วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ก.พ.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าได้ติดตามผลมาตรการลดค่าครองชีพ ในส่วนของโดยสารรถไฟฟ้า สายสีม่วงช่วงบางใหญ่-เตาปูน ที่ลดค่าโดยสาร เหลือ 14-20 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 62 นั้น เบื้องต้น ผลช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มเฉลี่ย 11,137 คนต่อวัน เพิ่ม 24.27% ขณะที่มีรายได้ลดลงเฉลี่ย 410,000 บาทต่อวัน ลดลง43.62% หรือประมาณ 12 ล้านบาทต่อเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รายงานว่า ยังรับภาระได้ โดยให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และรฟม. ร่วมกันประเมินผล เพื่อพิจารณาว่าจะขยายมาตรการต่อไปหรือไม่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการลดค่าครองชีพ และใช้ระบบรางเป็นทางเลือกในการเดินทางอีกด้วย และให้รฟม. หารือกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้า เพื่อขอความร่วมมือในการลดค่าโดยสารได้อย่างไรด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ให้ไปดูว่ามาตรการลดภาระค่าครองชีพว่าดำเนินการอย่างต่อเนื่องได้แค่ไหน เพราะต้องการดูแลช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากการสร้างรถไฟฟ้าขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนใช้บริการเป็นทางเลือกในการเดินทาง หากปรับลดค่าโดยสารต่อไปได้อีกจะเป็นการช่วยประชาชนลดภาระครองชีพได้&amp;rdquo;นายศักดิ์สยามกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56336</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าสายสีม่วง, ลดราคาค่ารถไฟฟ้า, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d32b4e0674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมลุยสรุปลดราคารถไฟฟ้า  ทำตั๋วเดือน, ค่าเดินทางหักภาษี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2562 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดี กรมการขนส่งทางราง(ขร.) เปิดเผยว่าในวันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้คณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารระบบขนส่งทางราง จะมีการพิจารณาและอนุมัติมาตรการลดค่าครองชีพในการเดินทางแก่ผู้ใช้ระบบรถไฟฟ้า โดยในส่วนของการลดราคาค่ารถไฟฟ้านั้นจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือการจัดทำตั๋วเดือน ที่จะลดราคาจากค่าโดยสารเฉลี่ย รวมทั้งการปรับลดราคาการเดินทางนอกชั่วโมงเร่งด่วน (ออฟ พีค) โดยจะลดราคาค่าโดยสารช่วงออฟพีคลง โดยจะมีการกำหนดเวลาอีกครั้ง ภายใต้แนวคิดให้เวลาออฟพีคของรถไฟฟ้าทุกระบบตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเริ่มจาก ลดราคาแบบจัดทำตั๋วเดือน ซึ่งจะเป็นการลดราคาค่าโดยสารเฉลี่ยของรถไฟฟ้าแต่ละระบบ ในส่วนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิ้งค์ ราคาปกติ อยู่ที่ 15-45 บาท /คน/เที่ยว มีราคาเฉลี่ย 31 บาท เมื่อทำตั๋วเดือน จะลดค่าโดยสารเฉลี่ยเหลือ 25-30 บาท/คน/เที่ยวโดยช่วงออฟพีคจะเก็บในราคา 15-25 บาท /คน/เที่ยว ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วง อัตราปัจจุบันที่ 14-42 บาท/คน/เที่ยว ค่าโดยสารเฉลี่ย อยู่ที่ 21 บาท ตั๋วเดือนจะลดเฉลี่ยเหลือ 15-20 บาท /คนต่อเที่ยว และจัดเก็บช่วง ออฟพีค14-25 บาท/คน/เที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสายสีน้ำเงิน ปัจจุบัน 16-42 บาท/คน/เที่ยว อัตรา เฉลี่ยคือ 25บาท/คน/เที่ยว เมื่อเป็นตั๋วเดือนค่าโดยสารจะลดลงเหลือที่ 20-25 บาท/คน/เที่ยวและช่วง ออฟพีค จะลงมาเหลือ 16-30 บาท/คน/เที่ยว ขณะที่ส่วนรถไฟฟ้า BTS ค่าโดยสารปกติอยู่ที่ 16-44 บาท/คน/เที่ยว โดยเป็นอัตราค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 29 บาท/คน/เที่ยวขณะที่อัตราค่าโดยสารโปรโมชั่นแบบตั๋วเดือนอยู่ที่ 26 บาท/คน/เที่ยว ซึ่ง BTS ยังไม่มีแผนที่จะลดค่าโดยสารในช่วงออฟพีค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวจะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นในระบบร้อยละ 10 ของจำนวนผู้โดยสารในปัจจุบันแต่ยอมรับว่าอาจทำให้รัฐมีรายได้น้อยลงจึงได้เตรียมแผนหารือกลับกรุงเทพมหานครและกระทรวงการคลังในการนำภาษีป้ายวงกลมในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งแต่ละปีซึ่งแต่ละปีจัดเก็บได้ 14,000 ล้านบาทโดยจะขอจัดสรรมาใช้อุดหนุนมาตรการดังกล่าวปีละ 500 ถึง 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการจูงใจให้คนหันมาใช้บริการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนมากขึ้นโดยจะใช้มาตรการทางภาษีในการนำใบเสร็จค่าโดยสารมาลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในลักษณะเดียวกับโครงการช็อปช่วยชาติพร้อมยืนยันมาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากมาตรการนี้ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมก็จะนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้อนุมัติการบังคับใช้ทันทีโดยเฉพาะมาตรการลดค่าโดยสารช่วง off peak สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมโดยจะเป็นการทดลองใช้มาตรการเป็นเวลา 3 เดือนก่อนกรมการขนส่งทางรางจะประเมินผลว่าส่งผลดีต่อการให้บริการระบบรางอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางราง, ลดราคาค่ารถไฟฟ้า, สราวุธ ทรงศิวิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d32b4e0674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ”ศักดิ์สยาม”ประกาศจะทำให้ค่ารถไฟฟ้าเหลือ15บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 25-27 ก.ค. 2562 นั้น เตรียมมอบนโยบายให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจรวม 23 หน่วยงาน ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ พร้อมทั้งสรุปการแบ่งงานของรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านในวันนั้นด้วย ยืนยันว่าหลังการมอบนโยบายแล้วนั้น นโยบายหลักที่กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการ คือ การลดภาระค่าครองชีพและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยการลดค่าโดยสารการเดินทางในทุกระบบ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม และไม่เป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต อย่างไรก็ตาม จากนโยบายของพรรคร่วมที่เสนอให้ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสายนั้น จะต้องมาศึกษาถึงความเป็นไปได้ โดยยืนยันว่าการลดค่าโดยสาร จะมีราคาไม่ต่างจากนี้ และจะดำเนินการทันภายในปีนี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลดค่าโดยสาร ย่อมทำให้รัฐต้องมาอุดหนุน แต่สิ่งจำเป็นที่สุด คือ การลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน เช่น ที่ผ่านมาเคยมีรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี โดยหลังจากมอบนโยบายในวันที่ 30 ก.ค.นี้ จะมีข่าวดีให้กับประชาชนแน่นอน ซึ่งผมจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในการศึกษาลดค่าโดยสาร ในรูปแบบที่สมดุลและเหมาะสม ซึ่งในเรื่องนี้จะไม่ช้า เพราะผมมีมี KPI ที่จะวัดประเมิน 1 เดือน ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีนโยบายในการลดค่าโดยสารในช่วงตอนหาเสียง แต่ตอนนี้อย่าพูดว่าเป็นนโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ให้ถือว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า สำหรับนโยบายด้านคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับลดค่าโดยสารนั้น คือ พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายในลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่รัฐบาลลงทุนเอง 100% เป็น 15 บาทตลอดสาย ขณะที่พรรคภูมิใจไทย จะเน้นการแก้กฎหมาย และผลักดันให้ Grab ถูกกฎหมาย เพื่อหวังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับคนกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐนั้น จะต่อยอดทุกโครงการที่รัฐบาลได้ดำเนินการไว้แล้วให้เป็นรูปธรรม และเสนอให้มี Bangkok Card หรือบัตรใบเดียวที่สามารใช้ได้ครอบคลุมในการเดินทางขนส่งสาธารณะทุกประเภท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41521</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.คมนาคม, ลดราคาค่ารถไฟฟ้า, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1d70367b9db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
