<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดกระทบกำลังซื้อผู้บริโภคทรุด &#039;บิ๊กซี&#039; ขนทัพสินค้าหั่นราคาสูงสุด 70% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2564 นายวิชัย เบญญาดิลก รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า วิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและเศรษฐกิจอย่างมาก &amp;nbsp;พบว่าลูกค้ามีความกังวลสูงทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงในอาชีพการเงินและรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าครองชีพ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์และแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จัดแคมเปญ &amp;ldquo;บิ๊กซี ดึงราคาลดค่าครองชีพ&amp;rdquo; ต่ออีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.&amp;ndash; 10 พ.ย. 64 ยกทัพสินค้าอุปโภคบริโภคร่วม 2,000 รายการ มาลดราคาสูงสุดกว่า 70% ทั้งในแพลตฟอร์มออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนทั่วประเทศ ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า และเพื่อประคับประคองให้ทุกภาคส่วนก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแคมเปญดังกล่าวได้คัดเลือกสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในแต่ละหมวดหมู่และเป็นสินค้าที่ลูกค้าซื้อประจำกว่า 2,000 รายการ และยังได้เพิ่มเติมโปรโมชั่นอื่นๆ เข้ามาเสริมโปรโมชั่นราคาอื่นๆ ที่มีอยู่ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นโปรหยุดราคาสินค้าที่จำเป็นกว่า 50 รายการ และสินค้าพร้อมทานหลากหลายเมนู &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทมุ่งขยายตลาดสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ให้กว้างขึ้นและรักษาฐานลูกค้าเดิม โดยสร้างการเข้าถึงลูกค้าแบบไร้รอยต่อด้วยหลากหลายช่องทาง ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น บิ๊กซี ช้อปออนไลน์, บริการสั่งซื้อผ่านการโทรศัพท์หรือไลน์สั่งซื้อสินค้า, สั่งซื้อล่วงหน้าและขับรถรับสินค้าที่สาขาได้ด้วยตนเอง และบริการส่งสินค้าด่วนถึงประตูบ้าน ภายใน 1 ชั่วโมง เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังวางแผนดึงและหยุดราคาสินค้าที่จำเป็นกว่า 2,000 รายการ นานข้ามปี 2565 อย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 11 พ.ย. 64 &amp;ndash; 5 ม.ค. 65 เพื่อช่วยเหลือลูกค้าลดค่าครองชีพที่บิ๊กซี และมินิบิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยชูจุดแข็ง คือสินค้าคุณภาพราคาคุ้มค่า มีสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า รวมถึงการมีช่องทางพันธมิตรช้อปปิ้งออนไลน์ ช้อปปี้ ลาซาด้า และแฮปปี้เฟรซ เสริมความแข็งแกร่งในช่องทางขาย ทำให้บิ๊กซีเพิ่มโอกาสการเข้าถึงคำสั่งซื้อออนไลน์ของลูกค้าจากการกระจายช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ของบิ๊กซีอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117555</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์, ลดราคาสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af5a13ebf89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>41 ซีอีโอจับมือร่วมแคมเปญประวัติศาสตร์  ส่งสินค้าลดราคาสูงสุดกว่า 60% ช่วยค่าครองชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 กันยายน 2564 - โลตัส จับมือพันธมิตรคู่ค้า 40 บริษัทผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ดังและธุรกิจชั้นนำในประเทศ ส่งแคมเปญประวัติศาสตร์ &amp;ldquo;รวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต&amp;rdquo; ช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปี 2021 ตอกย้ำความร่วมมือและความมุ่งมั่นของทุกแบรนด์ในการช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน อีกทั้งร่วมกันมอบเงินบริจาคสนับสนุนบุคลากรด่านหน้าและผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยส่งผลให้ลูกค้าและประชาชนต้องรัดเข็มขัดเนื่องจากครอบครัวมีรายได้ลดลง ที่ผ่านมาโลตัสก็ได้ช่วยเหลือลูกค้าในการประหยัดค่าครองชีพโดยมีการทำโปรโมชั่นและลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมาโดยตลอด วันนี้เรามีความยินดีที่ได้ผนึกกำลังกับคู่ค้าของเราจาก 40 บริษัทชั้นนำของประเทศไทย ทั้งผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารและร้านค้าในพื้นที่ศูนย์การค้า ในแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี &amp;ldquo;รวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต&amp;rdquo; ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน เสื้อผ้า กว่า 400 รายการ เพื่อช่วยคนไทยประหยัดค่าครองชีพ ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงออกถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของทั้ง 41 บริษัท ในการร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน นอกจากโปรโมชั่นและการลดราคาสินค้าแล้ว แคมเปญ &amp;ldquo;รวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต&amp;rdquo; ยังรวมพลังโลตัสและพันธมิตรมอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธิที่สนับสนุนบุคลากรด่านหน้าและผู้ป่วยโควิด-19 อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CEO ของทั้ง 41 บริษัทได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ผ่านการประชุมทางออนไลน์เพื่อยืนยันความร่วมมือในแคมเปญนี้ ประกอบด้วย โลตัส บริษัท เบเบโฟน, เบอร์ลี่ ยุคเกอร์, บุญรอด, บี-ควิก, คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ, ซีพี-เมจิ, ซีพีเอฟ, แดรี่ พลัส, แดรี่ ควีน, ดีเอสจี, ดังกิ้น โดนัท, ฟรีสแลนด์คัมพิน่า เฟรช, กรีนสปอต, อิชิตัน, ไอ.พี. วัน, จาโกต้า, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, คาโอ, เคเอฟซี, คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค, ลอรีอัล, โลตัส, มาลี, แม็คยีนส์, มิสเตอร์โดนัท, โมเดิร์นเทรด แมนเนจเม้นท์, นีโอ, เนสท์เล่, โอเรียนทอล พริ้นเซส, โอสถสภา, พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล, เป็ปซี่-โคล่า, เรกคิทท์ เบนคีเซอร์, สหพัฒนพิบูล, ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค, ไทยน้ำทิพย์, ซัมซุง, แว่นท็อปเจริญ, ยูนิ.ชาร์ม, ยูนิลีเวอร์, และ ยาโยอิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอขอบคุณพันธมิตรคู่ค้าทุกบริษัทที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนแคมเปญนี้ เพื่อร่วมกันพาพี่น้องประชาชนผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน&amp;rdquo; นายสมพงษ์ กล่าวสรุป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพันธุ์ คงนันทะ กรรมการบริหาร บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;แคมเปญรวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต มีความเป็นรูปธรรมจับต้องได้ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนไทยในช่วงที่ยากลำบาก อิชิตันจะให้ความร่วมมือเต็มที่เพื่อให้คนไทยทุกท่านมั่นใจว่าทุกครั้งที่มาที่โลตัสจะได้เจอกับสินค้าคุณภาพดีและราคาที่คุ้มค่าที่สุด เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;สหพัฒน์ในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เราตระหนักถึงความจำเป็นของผู้บริโภคในช่วงนี้ เรามีสินค้าที่ร่วมรายการหลากหลายประเภท ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่จำเป็น เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของผู้บริโภค นอกจากสินค้าที่จำเป็น อาทิ มาม่า และน้ำตาลมิตรผล เราก็จะจัดเตรียมสินค้าให้มีเพียงพอในช่วงวิกฤตนี้ เราจะอยู่คู่คนไทย และร่วมมือไปด้วยกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสเตอรองค์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;ทางกลุ่มร้านอาหารเอ็มเค และโลตัส ทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี ทุกครั้งที่มีวิกฤต เราร่วมมือกันมาเสมอ และครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราทำร่วมกันเพื่อทำให้กับสังคม โลตัสเป็นผู้นำเสมอและกลุ่มร้านอาหารเอ็มเค ก็จะเป็นพันธมิตรในทุกๆครั้ง และครั้งนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าโลตัส เช่นกัน นอกจากนั้นเรายังให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาด และความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ ทุกครั้งที่มารับประทาน ในกลุ่มร้านอาหารทั้งหมดของเรากว่า 700 สาขา ในวันนี้เรามีเจตนารมณ์ร่วมกัน ในการช่วยคนไทยในเวลาที่ยากลำบาก ณ ขณะนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราจะสามารถต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปได้ด้วยกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคมเปญ &amp;ldquo;รวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต&amp;rdquo; รวบรวมสินค้ากว่า 400 รายการ ลดราคาสูงสุดมากกว่า 60% ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ถึง 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 อาทิ ซีพี ไส้กรอกไก่ชิคเก้นแฟรงค์, โออิชิกรีนที, เบบี้มายด์ น้ำยาซักผ้าเด็ก, เดทตอลเจลอาบน้ำ, พฤกษานกแก้วสบู่เหลว, ไฟน์ไลน์น้ำยาซักผ้า, แอทแทค 3D ผงซักฟอก, แว่นตา Percy พร้อมเลนส์บลูคัท, หูฟังแบบครอบหูไร้สาย, และ ซัมซุงสมาร์ททีวี ลูกค้าและประชาชนสามารถซื้อสินค้าที่ร่วมรายการได้ที่โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ โลตัส มอบความคุ้มค่าต่อที่สองด้วยการมอบแต้มบัตรสมาชิกโลตัส 2 เท่าสำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ พร้อมรับสิทธิพิเศษจากร้านอาหารร้านค้าในพื้นที่มอลล์อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117551</URL_LINK>
                <HASHTAG>41 ซีอีโอ, ลดราคาสินค้า, โลตัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b0f9440e80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซเว่น อีเลฟเว่น จัดหนักลดราคาสินค้าจำเป็นช่วยค่าครองชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เมษายน 2564 นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของคนไทยในวงกว้าง การระบาดระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยิ่งทำให้พี่น้องคนไทยจำนวนมากเดือดร้อน เนื่องจากรายได้ลดลงแต่ภาระค่าใช้จ่ายยังอยู่เท่าเดิม เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องคนไทย ซีพี ออลล์จึงจัดแคมเปญใหญ่ &amp;lsquo;เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมด้วยช่วยค่าครองชีพ&amp;rsquo; ขึ้นอีกครั้ง โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่อยู่ในความต้องการมาจัดโปรโมชั่น เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน ไปจนถึง 23 พฤษภาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยบริษัทคัดเลือกสินค้าทั้งของกินของใช้จำเป็นจำนวนกว่า 1,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เช่น ข้าวกล่องแช่แข็งพร้อมรับประทาน แบรนด์อีซี่โก จำนวน 8 เมนู ลดราคาเหลือเพียงกล่องละ 25 บาท โดยคัดเลือกเมนูขายดี และเป็นที่นิยม ได้แก่ ข้าวกะเพราหมู ข้าวลาบไก่ ข้าวไก่กระเทียม ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง ข้าวผัดกะเพราขี้เมาไก่ ข้าวผัดเผ็ดหน่อไม้ไก่ ข้าวผัดหมู และข้าวกะเพรามังสวิรัติ สำหรับลูกค้าที่ซื้อครบ 4 กล่องและสั่งผ่านบริการ 7 Delivery ยังจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 5 บาท เหลือเพียง 4 กล่อง 95 บาท นอกจากนี้ บริษัทยังนำเสนอโปรโมชั่นจับคู่เมนูอิ่มคุ้ม +5+7 โดยลูกค้าเพิ่มเงินเพียง 5 บาท หรือ 7 บาท เลือกจับคู่สินค้าที่ร่วมรายการในซีรีย์ &amp;ldquo;อิ่มคุ้ม&amp;rdquo; ได้ในราคาพิเศษ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม&amp;rdquo; นายยุทธศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ซีพี ออลล์และคู่ค้าของบริษัทพยายามคัดสรรสินค้าคุณภาพและมีความจำเป็นมาจำหน่ายให้คนไทย บริษัทต้องขอขอบคุณคู่ค้าของบริษัท ที่ร่วมสนับสนุนแคมเปญในครั้งนี้อย่างเต็มที่ และบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเดินเคียงข้างคนไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี ออลล์, ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล, ลดราคาสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_60827fbfd4d8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับอีก!! MUJI ปรับราคาเสื้อผ้าลดสูงสุด 30% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟนผ้าลินินแบรนด์&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;เตรียมช้อป&amp;nbsp;มูจิ ประเทศไทย เดินหน้าปรับราคาสินค้าต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศปรับราคาสินค้าเสื้อผ้าลินินออร์แกนิกผลิตจากธรรมชาติลง&amp;nbsp;18%-30%&amp;nbsp;รวม 32 รายการ รับลมร้อน ชูโรงสินค้าเสื้อผ้าลินินขายดีสูงสุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;1.เสื้อเชิ้ตลินินปกตั้ง (ผู้หญิง)&amp;nbsp;ลดราคาจาก 990 เหลือ 790 บาท&amp;nbsp;2.เสื้อเชิ้ตลินินปกกว้าง (ผู้ชาย)&amp;nbsp;ลดราคาจาก 990 เหลือ 790 บาท และ&amp;nbsp;3.เสื้อเชิ้ตลินิน (ผู้หญิง)&amp;nbsp;ลดราคาจาก 990 เหลือ 790 บาท ดีเดย์พร้อมกันทุกช่องทาง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคมนี้ สานต่อกลยุทธ์ของแบรนด์ในประเทศไทย ให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้า&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;ได้ง่ายและมากขึ้น พร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้า ให้เลือกช้อปที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งผ่านช่องทางออนไลน์ของ&amp;nbsp;Central Online&amp;nbsp;ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ตอบพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยน จากช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด-19&amp;nbsp;ย้ำเดินหน้าบริหารจัดการ การดำเนินธุรกิจทุกขั้นตอน เพื่อคุณภาพสินค้าและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนร้านค้าในท้องถิ่น จัด &amp;ldquo;ตลาดนัดมูจิ&amp;rdquo; ตามสาขาตลอดปี

นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด เปิดเผยว่า สินค้าหมวดเสื้อผ้าลินิน&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่ขายดีตลอดทั้งปีในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน เพื่อเป็นการดำเนินงานตามหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้มากขึ้นยิ่งขึ้น ผ่านกลยุทธ์การตลาดด้านราคา&amp;nbsp;โดยได้เลือกปรับราคาสินค้าเสื้อผ้าลินินลงจากปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ผ่านมา โดยปรับลดราคาลงตั้งแต่&amp;nbsp;18% - 30%&amp;nbsp;รวม 32 รายการ ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;สาเหตุที่สินค้าหมวดเสื้อผ้าลินิน&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;ได้รับความนิยม เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะที่&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;เลือกใช้ผ้าลินินออร์แกนิกผลิตอย่างพิถีพิถันจากเส้นใยลินินซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นใยที่แข็งแกร่งที่สุดในธรรมชาติ ปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี จากประเทศฝรั่งเศส เป็นผ้าที่แข็งแกร่งแต่นุ่มนวล สวมใส่สบาย เส้นใยลินินจะมีความแข็งแรงยิ่งขึ้นเมื่อเปียกน้ำและมันวาวมากยิ่งขึ้นทุกครั้งที่นำไปซัก จึงเป็นเหตุผลที่เหมาะสำหรับซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่ในระยะยาว เพื่อความคุ้มค่าในการใช้งาน

ทั้งนี้ สินค้าเสื้อผ้าลินิน&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;ที่ได้รับความนิยม ขายดีสูงสุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;เสื้อเชิ้ตลินินปกตั้ง (ผู้หญิง)&amp;nbsp;2.เสื้อเชิ้ตลินินปกกว้าง (ผู้ชาย)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.เสื้อเชิ้ตลินิน (ผู้หญิง)&amp;nbsp;การปรับราคาสินค้าในครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาของสินค้ายอดนิยมดังกล่าวปรับราคาลงด้วย โดย 1.เสื้อเชิ้ตลินินปกตั้ง (ผู้หญิง)&amp;nbsp;ลดราคาจาก 990 เหลือ 790 บาท 2.เสื้อเชิ้ตลินินปกกว้าง (ผู้ชาย)&amp;nbsp;ลดราคาจาก 990 เหลือ 790 บาท และ 3.เสื้อเชิ้ตลินิน (ผู้หญิง)&amp;nbsp;ลดราคาจาก 990 เหลือ 790 บาท อีกทั้ง สินค้าเสื้อผ้าลินินที่ได้ปรับลดราคายังประกอบด้วย&amp;nbsp;กระโปรงลินิน เสื้อคลุมลินิน กางเกงลินิน และหมวกลินิน&amp;nbsp;เป็นต้น

&amp;ldquo;นอกจากกลยุทธ์การตลาดด้านราคา&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;ยังให้ความสำคัญด้านการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและทั่วถึงยิ่งขึ้นขึ้น โดยในช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด-19&amp;nbsp;พฤติกรรมผู้บริโภคปรับเปลี่ยนไป คือหันไปเลือกซื้อสินค้าทางช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของช่องทางขายออนไลน์ จึงได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ผ่าน&amp;nbsp;Central Online&amp;nbsp;ทั้งในแพลตฟอร์มเว็ปไซต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;www.central.co.th/en/muji&amp;nbsp;&amp;nbsp;และในแอปพลิเคชัน จากเดิมที่เน้นการจำหน่ายสินค้าเฉพาะที่สาขา รวม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเพิ่มความสามารถในการกระจายสินค้าเข้าถึงมือผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายอกิฮิโร่กล่าว

นายอกิฮิโร่&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;ยังคงพยายามอย่างเต็มที่ในการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี มีประโยชน์ ในราคาที่สมเหตุสมผลให้กับผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าคุณภาพจาก&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;กลายเป็นแบรนด์สินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นสินค้าเสื้อผ้าลินิน&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;ได้ลดกระบวนการผลิตที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ได้ราคาสินค้าใหม่ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยยังคงคุณภาพตามมาตรฐานตามแบบฉบับของ&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;รวมไปถึงการบริหารจัดการกระบวนการกระจายสินค้า เพื่อให้มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนภาพรวมของสินค้าได้ดีที่สุด และนำประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าวไปส่งต่อสู่ลูกค้า ด้วยสินค้าคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;ได้ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น รวมถึงการสนับสนุนร้านค้าท้องถิ่นด้วยการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ตลาดนัดมูจิ&amp;rdquo; โดยเป็นการรวบรวมร้านที่มีวิสัยทัศน์แบบเดียวกับ&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;คืออยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเรียบง่ายและรื่นรมย์&amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;ldquo;ตลาดนัดมูจิ&amp;rdquo; มีรูปแบบเป็น&amp;nbsp;Pop-up store&amp;nbsp;หมุนเวียนไปตามสาขาต่าง ๆ ของ&amp;nbsp;MUJI&amp;nbsp;เป็นประจำตลอดปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95073</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูจิ, ลดราคาสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041a9233f251.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีบไปช้อป!มูจิหั่นราคาสินค้า 217 รายการทั้งหมวดเสื้อผ้าและของใช้ภายในบ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ. 2564 นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของมูจิคือให้สินค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์การตลาดด้านราคาและการกระจายสินค้า โดยด้านกลยุทธ์ด้านราคาได้ทยอยปรับราคาสินค้าที่นำมาจำหน่ายในประเทศไทยลงตั้งแต่ปี 2562 โดยเริ่มต้นจากสินค้ากลุ่มกลุ่มเสื้อผ้า และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน ควบคู่กับการสื่อสารราคาใหม่ ณ จุดขาย ให้กับลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าที่สาขา และได้พยายามปรับราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องในปี 2563 ที่ผ่านมา อาทิ เสื้อยืดคอกลมรุ่นเบสิก กางเกงขายาว ชุดชั้นใน &amp;nbsp;ถุงเท้า เครื่องเขียน สินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น รวม 769 รายการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดปี 2564 บริษัทยัง8&amp;rsquo;เดินหน้าปรับราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า จำนวน 38 รายการ และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน จำนวน 179 รายการ รวมจำนวนสินค้าที่ปรับราคาลงในครั้งนี้ทั้งสิ้นกว่า 217 รายการ เพื่อให้ผู้บริโภคไทยสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น ประกอบกับเป็นการช่วยตอบโจทย์ข้อจำกัดของการเดินทางไปต่างประเทศในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ยังคงเอื้ออำนวยให้ผู้บริโภคได้ท่องเที่ยวและซื้อสินค้าที่ชื่นชอบจากประเทศที่ไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะสินค้าจากญี่ปุ่นอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับราคาขายปลีกสินค้าลง โดยในปี 2562 ได้ปรับลงราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน รวม 264 รายการ และในปี 2563 ที่ผ่านมา ได้ทำการปรับราคาสินค้า ในประเทศไทยรวม 769 รายการ โดยแบ่งเป็นสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้า จำนวน 127 รายการ และสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน 642 รายการ โดยในปี 2564 นี้เริ่มต้นปีด้วยการปรับสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าและสินค้ากลุ่มของเครื่องใช้ในบ้าน รวม 217 รายการ ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป และมีแผนที่จะปรับราคาอีกหลายรายการในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทพบว่ากลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น คิดถึงการเดินทางท่องเที่ยวและการช้อปปิ้งสินค้าตอนท่องเที่ยว แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญกับการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยจะเห็นว่ามีผู้บริโภครีโพสต์ภาพการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ผ่านมา ก่อนสถานการณ์โควิด-19 ในโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆ มูจิต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าว รวมทั้งลูกค้าที่เป็นแฟนสินค้าและผู้บริโภคทั่วไปได้ใช้สินค้านราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในทุกกลุ่มสินค้า และยังคงพยายามที่จะปรับราคาสินค้าลงต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93452</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูจิ, มูจิ รีเทล, ลดราคาสินค้า, เซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e1dfa8a27a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;แย้มข่าวดี! พาณิชย์กล่อมเอกชนลดราคาสินค้าล็อต2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 63 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจเยี่ยมTops market ในห้างเซ็นทรัล&amp;nbsp; ตามโครงการความร่วมมือระบายสินค้าเกษตร-ผลไม้ และยังได้ตรวจเยี่ยมติดตามงาน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; ตาม โครงการ&amp;rdquo;พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน &amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า&amp;nbsp; การปรับลดราคาสินค้าลงมาจาก 72 รายการเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยลดจาก 5- 58% เป็นต้นไป คือระยะเวลา จาก 16 เมษายน ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 นั้นถือเป็นล็อตที่หนึ่ง และขณะนี้กรมการค้าภาย กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานกับภาคเอกชนต่อเนื่อง และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีในการปรับลดราคาสินค้าอย่างน้อยในหมวดสำคัญ ทั้งหมวดอาหารเครื่องดื่ม หมวดอาหารปรุงสำเร็จรูป แช่แข็ง หมวดซอสปรุงรส หมวดของใช้ในชีวิตประจำวัน หมวดผลิตภัณฑ์ซักล้าง และหมวดผลิตภัณฑ์ชำระร่างกายรวม 6 หมวด ซึ่งขณะนี้กรมการค้าภายในจะได้ประสานงานกับผู้ผลิตและภาคการตลาดอีก คาดว่าจะสามารถปรับลดราคาลงมาเพิ่มเติมได้อีกในหลายรายการสินค้าในล็อตที่สองภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งจะเรียนให้ทราบต่อไปว่ามีรายการสินค้าอะไรบ้างที่จะปรับลดลงมาเพิ่มเติมได้อีกและมีภาคเอกชนรายใดบ้างที่เข้ามาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดทำโครงการ&amp;rdquo;พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ล็อตที่สอง&amp;quot; นายจุรินทร์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63701</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, พาณิชย์, ลดราคาสินค้า, ล็อตสอง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d3e7d5bc8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ถกเอกชนหั่นราคาสินค้าลดค่าครองชีพช่วยประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เมษายน 2563 นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ &amp;nbsp; เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 เม.ย. 63 จะหารือกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้า เพื่อขอความร่วมมือในการปรับลดราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิติประจำวันของประชาชน เน้นกลุ่มอาหาร &amp;nbsp;สินค้าจำเป็น และของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;คาดว่าทั้ง2ฝ่ายจะได้ข้อสรุปในการกำหนดรายการสินค้าและประกาศลดทันทีภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมามีการหารือกับผู้ประกอบการหลายครั้งทั้งที่เกี่ยวข้องการวางแผนในการรับมือไม่ให้สินค้าขาดแคลน และเรื่องของราคาสินค้าซึ่งคาดว่าในวันที่ 16 เม.ย.นี้เมื่อได้ข้อสรุปก็จะประกาศรายการสินค้าทันทีว่าจะลดราคาได้เท่าไหร่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน &amp;nbsp; กล่าวว่า ในการหารือกับผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและห้างโมเดิร์นเทรดตามนโยบายของรมว.พาณิชย์จะเน้นขอความร่วมมือให้มีการปรับลดราคาสินค้าเพื่อช่วยลดค่าครองชีพกับประชาชน ประกอบกับช่วงนี้สถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัวและราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้าปรับลดต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ประกอบการต้องปรับลดราคาสินค้าลง อย่างไรก็ตามหากสินค้ากลุ่มใดไม่สามารถลดราคาได้มากนักก็จะขอความร่วมมือให้มีการจัดทำโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม หรือโปรแรงๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะในช่วงที่ผ่านมาหลังจากไทยเผชิญกับวิกฤติการระบาดโควิด-19 พบว่าการจัดทำโปรโมชั่นต่างๆลดลงมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดีกรมการค้าภายใน &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมการค้าภายในไม่ได้อนุญาตให้นำปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันมาเป็นเหตุผลของการขอขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด เพราะราคาน้ำมันส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่งคมนาคมเป็นหลัก แต่มีผลต่อต้นทุนการผลิตรวมในสินค้าอุปโภคบริโภคเพียง 3% &amp;nbsp;ดังนั้นการปรับราคาของสินค้าจึงพิจารณาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงเป็นสำคัญ และการที่ราคาน้ำมันดีเซลลดลงจึงส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวมของสินค้าอุปโภคบริโภคประมาณ1-3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ เตรียมการร่วมมือกับภาคเอกชน ทั้งเกษตรกร สหกรณ์ ผู้ประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางขนาดย่อม ตลาดการค้าส่งค้าปลีก โมเดิร์นเทรด แพลตฟอร์มออนไลน์ และผู้ส่งออก เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ทั้งภาคการผลิต การตลาด การค้าภายในประเทศ และการส่งออกต่างประเทศ ในช่วงหลังโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ กำลังจัดเตรียมกำหนดการให้นายจุรินทร์ได้รับฟังปัญหา หาวิธีการแก้ปัญหาในพื้นที่ และวางแผนการทำงานในอนาคต ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.2563 โดยจะมีการใช้กลไกที่กระทรวงมีอยู่แล้ว เช่น พาณิชย์จังหวัด พาณิชย์ต่างประเทศ เสริมกับเครื่องมือสมัยใหม่ เช่น การค้าออนไลน์ แอปพลิเคชัน และหาแนวทางการเชื่อมโยงกลไกของกระทรวงพาณิชย์กับองค์กรภาคเอกชนทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทย ทั้งในประเทศ และการส่งออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า เพื่อเตรียมการสำหรับการหารือกับกลุ่มต่างๆ ข้างต้น สนค. ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์การนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศต่างๆ ทั่วโลก และคัดเลือกมาประมาณ 30 รายการสินค้าศักยภาพ ที่บางรายการตลาดโลกยังอาจจะนำเข้าจากไทยเพิ่มได้ เช่น กุ้งแช่เย็นแช่แข็ง ซึ่งปัจจุบันไทยมีสัดส่วนในตลาดโลกเพียง 4.4% หรือลิ้นจี่ที่ไทยมีสัดส่วนตลาดโลก 6% ในขณะที่สินค้าบางรายการไทยทำได้ดีอยู่แล้ว ต้องรักษาไม่ให้สัดส่วนลดลง เช่น ข้าวสาร ทูน่ากระป๋อง และไก่แปรรูป ซึ่งมีสัดส่วนตลาดโลกที่ 24.6%, 27.3% และ 31.2% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากรายการสินค้าศักยภาพแล้ว สนค. ได้ศึกษารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาหารในอนาคต (Future food trends) โดยคัดเลือกมา 6 แนวโน้มที่ไทยอาจจะรุกตลาดให้มากขึ้น ได้แก่ 1.ตลาดอาหารรักษาสุขภาพ 2.อาหารที่มีการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3.สินค้าพรีเมี่ยมที่มีจุดขายเฉพาะ เช่น น้ำตาลต่ำ อาหาร plant-based หรือคีโต (ketogenic) 4.อาหารสำหรับกลุ่มผู้สูงวัย 5.การให้ข้อมูลกับผู้บริโภคมากขึ้นและโปร่งใส และ 6.สินค้าที่มีเรื่องราว เช่น สินค้า GI , OTOP เป็นต้น และยังมีสินค้าฮาลาลอีกกลุ่มหนึ่ง ที่กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในลดราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์นั้น จึงเป็นนโยบายที่เกิดจากความตั้งใจร่วมกันทั้งกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในสถานการณ์วิกฤตินี้โดยเฉพาะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63282</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, ลดราคาสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7dd752e0a49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
