<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1พค.จองฉีดวัคซีนผ่านหมอพร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; เชื่อมาตรการลดวันกักตัวกระตุ้นเศรษฐกิจได้แน่ ลงพื้นที่แม่สะเรียง-สบเมยคุมโควิดผู้อพยพ พร้อมหอบวัคซีนฉีด จนท.ชายแดน สธ.เปิดให้จองสิทธิฉีดวัคซีนผ่านแอป-ไลน์ &amp;quot;หมอพร้อม&amp;quot; 1 พ.ค.นี้ เล็งใช้ รพ.สนาม-ห้างสรรพสินค้าบริการประชาชน เร่งพิสูจน์พระวัดสัมพันธวงศ์วัย 70 มรณภาพหลังฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 เมษายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 26 ราย โดยเป็นผู้ป่วยในประเทศ 21 ราย ได้แก่ จากการตรวจพบระบบเฝ้าระวังและบริการ 13 ราย ประกอบด้วย กรุงเทพฯ 7 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 3 ราย และสมุทรสาคร 3 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 8 ราย ใน จ.สมุทรสาคร และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 5 ราย ประกอบด้วย เมียนมา 1 ราย, สวีเดน 1 ราย, เลบานอน 1 ราย, กาตาร์ 1 ราย และนอร์เวย์ 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 28,889 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 122 ราย รวมรักษาหายป่วยสะสม 27,548 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 1,247 ราย เสียชีวิตคงที่ 94 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อกำหนดผ่อนคลายการลดวันกักตัว ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย. ว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่กรมควบคุมโรคเสนอมายัง ศบค. ซึ่งหวังว่าจะมีคนไปท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะที่ จ.ภูเก็ต ที่เราผ่อนคลายมาตรการลดวันกักตัว เพราะวัคซีนล็อตสองจากซิโนแวคจำนวน 8 แสนโดส อัดลงไปที่ จ.ภูเก็ตถึง 1 แสนโดส และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี อีก 5 หมื่นโดส เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและสร้างความปลอดภัยให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่และผู้อยู่ในธุรกิจให้บริการนักท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การลดวันกักตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วนั้น จะเน้นในส่วนคนไทยที่ได้รับวัคซีนแล้วและอาจเดินทางไปต่างประเทศ แล้วเดินทางกลับมา ไม่ต้องกักตัวถึง 14 วัน เพราะในส่วนของต่างชาติ ในเรื่องแพลตฟอร์มยังไม่ชัดเจน เช่นที่จะยอมรับว่าวัคซีนยี่ห้อไหน หรือพิสูจน์ว่าฉีดแล้วจริงหรือไม่ แต่ในส่วนของคนไทยมีชัดเจนอยู่แล้ว แค่ยิงคิวอาร์โค้ดปรากฏข้อมูล ส่วนการลดวันกักตัวเหลือ 7 วันนั้น วัตถุประสงค์เพื่อเน้นคนไทยก่อนเช่นกัน เพราะเราสามารถยืนยันอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินเปิดเผยว่า ในวันที่ 2 เม.ย. จะลงพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.เชียงใหม่ เพื่อดูแลด้านมนุษยธรรมกับผู้ที่อพยพมาอยู่บริเวณชายแดนว่าเราจะให้ได้แค่ไหน ที่สำคัญต้องปลอดภัยไม่ให้โรคทะลักเข้ามา เบื้องต้นเตรียมโรงพยาบาลของรัฐไว้ หากมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากจะเตรียมโรงพยาบาลสนาม นอกจากนี้ ยังจะนำวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวคไปฉีดให้บุคลากรด่านหน้าตลอดแนวชายแดน ทั้งที่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยจะฉีดให้ได้มากที่สุด และขอย้ำว่าเป็นการฉีดให้เจ้าหน้าที่ของเรา ทั้งทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร แพทย์ พยาบาล ประมาณ 2,000 คน ไม่ได้ไปฉีดให้ผู้อพยพ เพราะถึงอย่างไรคนไทยต้องได้รับวัคซีนก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ต้องลงพื้นที่เพราะประเมินว่าการสู้รบจะรุนแรง และจะมีผู้อพยพเข้ามาจำนวนมากใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถูกต้อง เพราะเราต้องดูความพร้อมของเราด้วย ประเด็นหลักไม่ได้ไปดูแค่ผู้บาดเจ็บเท่านั้น แต่เพื่อควบคุมโรคไม่ให้เขาเอาของฝากเข้ามา อย่างไรก็ตาม ตามหลักมนุษยธรรม ไม่ใช่ผลักดันเขากลับให้ไปรับอันตราย ขณะเดียวกันไม่ให้เข้ามาลึกในเขตแดนของไทย เราจะดูแลตามความฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงว่า หลังจากที่ สธ.ประกาศว่า วันที่ 1 เม.ย. จะมีการฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยเป็นวัคซีนจากแอสตราเซเนกา 61 ล้านโดส, ซิโนแวค 2 ล้านโดส ซึ่งจะมาถึงไทยวันที่ 10 เม.ย. อีก 1 ล้านโดส คาดว่าจะฉีดได้ประมาณวันที่ 16-17 เม.ย. ซึ่งเพื่อควบคุมโรค รองรับทางเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลต้องการเปิดประเทศให้เร็วที่สุด จึงต้องทำให้คนในประเทศได้รับการฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่า 50-60% ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนาแอปพลิเคชันหมอพร้อมขึ้นมาให้ดูแลระบบการฉีดวัคซีนอย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันใช้ฐานของโรงพยาบาลในการฉีด ต่อไปจะใช้ฐานจากโรงพยาบาลสนาม หรือรถเคลื่อนที่ และขณะนี้มีภาคเอกชนหลายแห่งเสนอให้ใช้สถานที่เป็นสนามฉีดวัคซีน เช่น ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เดือน พ.ค. คาดว่าจะเปิดให้คนลงทะเบียนในแอปฯ หมอพร้อม ในการจองสิทธิ์และนัดหมายฉีดวัคซีนได้ หรือส่วนคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถติดต่อผ่านโรงพยาบาลที่เคยเข้ารับการรักษา และคนที่อยู่ในชนบท ทางโรงพยาบาลประจำตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จะเป็นผู้แนะนำเรื่องลงทะเบียนการฉีดวัคซีนต่อไป นอกจากนี้ ยังมีระบบติดตามอาการหลังฉีด สอบถามอาการผ่านทางแอปฯ และเตือนให้ไปรับวัคซีนเข็มที่ 2 รวมทั้งในแอปฯ ยังแสดงใบรับรองการได้รับวัคซีนดิจิทัลอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ประธานคณะทำงานด้านระบบข้อมูลการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กล่าวว่า&amp;nbsp; แอปฯ หมอพร้อมที่พัฒนาขึ้น จะมีการรายงานตัวเลขการฉีดวัคซีนที่กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ แบบเรียลไทม์ และสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับวัคซีน ติดตามอาการหลังฉีด การออกใบรับรองหลังการฉีดวัคซีน ขณะนี้ออกให้แล้ว 3.5 หมื่นราย สำหรับใบรับรองการฉีดวัคซีนให้ผู้เดินทางไปต่างประเทศ จะมีใบรับรองที่เรียกว่า International Travel Health Certificate ขณะนี้กำลังรอความชัดเจนขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยคาดว่า 28 เม.ย.จะมีความชัดเจนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เราเลือกแอปฯ หมอพร้อม ผ่านทางระบบไลน์ เพราะเห็นว่ามีคนใช้และเข้าถึงระบบไลน์กันมาก ซึ่งในวันที่ 1 พ.ค. แอปฯ หมอพร้อมจะเข้าไปอยู่ในระบบ Play Store ประชาชนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ เพื่อเตรียมพร้อมกับการฉีดวัคซีน&amp;quot; นพ.พงศธร กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ จากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า แอปฯ หมอพร้อมที่เป็นระบบรายงานผลแบบอัตโนมัติ&amp;nbsp; ข้อมูลจากทุกจังหวัด จะถูกส่งเข้ามาที่ส่วนกลาง ทั้งการฉีดเข็มแรกและเข็มที่สอง และมีการรายงานผลของอาการข้างเคียง รวมถึงทุกโรงพยาบาลที่ให้บริการจะเป็นผู้ออกใบรับรองให้ เพียงกรอกเลขบัตรประชาชน ข้อมูลก็จะวิ่งมาที่ สธ. เพื่อยืนยันว่าได้มีการฉีดวัคซีนแล้วจริง ต่อไปจะพัฒนาให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลทุกด้านเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน แต่คงต้องรอสักระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงมาตรการการอำนวยความสะดวกการเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าในกรณีการลดจำนวนวันกักกันตัวสำหรับผู้ที่มีใบรับรองการรับการฉีดวัคซีนครบถ้วนนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2454 เป็นต้นไป ศบค.จะบังคับใช้มาตรการกักกันตัวรูปแบบใหม่ โดยมีการผ่อนคลายมาตรการการขอเอกสารจากผู้เดินทางเข้าประเทศไทย โดยสำหรับคนไทย ยกเลิกการยื่นเอกสาร fit to fly/travel health certificate และใบตรวจผลโควิดแบบ RT-PCR ส่วนชาวต่างชาติ ยกเลิกการยื่นเอกสาร fit to fly/travel health certificate แต่ยังต้องแสดงใบตรวจผลโควิดแบบ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้ประกาศรายชื่อประเทศที่มีเชื้อกลายพันธุ์ จำนวน 11 ประเทศ ได้แก่ แอฟริกาใต้ ซิมบับเว โมซัมบิก บอตสวานา แซมเบีย เคนยา รวันดา แคเมอรูน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แทนซาเนีย และกานา โดยรายชื่อประเทศที่มีเชื้อกลายพันธุ์จะมีการทบทวนทุกเดือน ส่วนวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขไทยรับรอง และได้ขึ้นทะเบียนกับ WHO และสำนักงานองค์การอาหารและยา (อย.) แล้ว มีทั้งสิ้น 7 ชนิด ได้แก่ 1.วัคซีน CoronaVac ของบริษัท Sinovac 2.วัคซีน AZD 1222 ของบริษัท AstraZenaca/Oxford 3.วัคซีน AZD 1222 ของบริษัท Siam Bioscience /AstraZeneca/Oxford 4.วัคซีน Ad26.COV2.S ของบริษัท Johnson &amp;amp; Johnson 5.วัคซีนโทซินาเมแรน (Tozinameran ของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค) 6.วัคซีน Covishield ของ Serum Institute of India 7.วัคซีน mRNA-1273 ของบริษัท Moderna
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.ณรงค์ อภิกุลวาณิช ผู้ตรวจราชการเขต 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีพระสงฆ์วัย 70 ปี วัดสัมพันธวงศ์มรณภาพหลังรับวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ร่างของพระสงฆ์รูปดังกล่าวถูกนำไปชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ รอผลชัดเจนอย่างเป็นทางการแล้วจะนำรายละเอียดของผลดังกล่าวนั้นเข้าสู่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ต่อไปว่า มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการรับวัคซีนหรือไม่ เบื้องต้นไม่ทราบประวัติและรายละเอียดทางสุขภาพของพระรูปดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98058</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จองฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, มาตรการลดวันกักตัว, ลดวันกักตัว, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065daae9e41a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลดวันกักตัวเข้าไทย ศบค.จัด3ระดับเสี่ยงแพร่โควิด/‘เจ้าคุณธงชัย’ฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ไฟเขียว 1 เม.ย. ลดวันกักตัวเข้าไทย แบ่งสามกลุ่ม &amp;quot;7 วัน-10 วัน-14 วัน&amp;quot; ไทยพบผู้ติดเชื้อ 42 ราย กังวลปรากฏการณ์ติดเชื้อในครอบครัว ศบค.กระจายวัคซีน อสม. บุคลากรด่านหน้าแนวชายแดน สธ.ถวายการฉีดวัคซีนโควิดพระสงฆ์วัดใน กทม. &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย-เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ&amp;quot; นำร่อง 2รูปแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มีนาคม เวลา 11.30 น. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 42 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 24 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 19 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 5 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ 18 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากเซาท์ซูดาน 2 ราย ซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์แอฟริกาหรือไม่ ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 28,868 ราย หายป่วยสะสม 27,426 ราย อยู่ระหว่างรักษา 1,343 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 94 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 128,796,905 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 2,815,896 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้มีการหารือกันถึงการติดเชื้อที่ จ.สมุทรปราการ โดยผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นหญิงอายุ 28 ปี ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 22 มี.ค. จากการสอบสวนโรคพบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 5 ราย โดย 1 ใน 5 ราย ติดเชื้อเป็นหญิงอายุ 25 ปี ซึ่งผู้ติดเชื้อรายที่สองนี้ได้ไปสัมผัสคนรอบตัวและคนในครอบครัว ทำให้มีผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 6 ราย นอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อรายแรกยังแพร่เชื้อไปติดสามีและเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเพื่อนร่วมงานยังได้แพร่เชื้อไปยังน้องสาวและลูกชายอายุ 1 ปี 7 เดือน รวมถึงพี่เลี้ยงเด็ก ปรากฏการณ์การนำเชื้อไปแพร่คนใกล้ตัวและครอบครัวลักษณะนี้เริ่มเห็นต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับที่ศูนย์กักบางเขน ที่ก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน เบื้องต้นมีตำรวจติดเชื้อ 3 นาย และบุคลากรของศูนย์ ที่มีทั้งแผนกครัวที่ต้องปรุงอาหาร บริการอาหารให้กับผู้ถูกกัก ผู้ทำความสะอาด แม่บ้าน คนครัว ศบค.ชุดเล็กมีความเป็นห่วง จึงทบทวนแผนกระจายวัคซีน โดยจะกระจายวัคซีนไปให้บุคลากรที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ด้วย รวมถึง อสม. บุคลากรด่านหน้า อย่างในพื้นที่ที่มีผู้อพยพข้ามแดนเข้าในขณะนี้ และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่จำเป็นและควบคุมการระบาดในจังหวัด จากเดิมมีการกระจายครอบคลุม 22 จังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง จังหวัดเศรษฐกิจ จังหวัดท่องเที่ยว จังหวัดแนวชายแดน จึงจะกระจายครอบคลุมไป 52 จังหวัด มีทั้งจังหวัดขนาดเล็ก จังหวัดขนาดใหญ่ จังหวัดขนาดใหญ่พิเศษด้วย นอกจากนี้ สำหรับวัคซีนล็อตใหญ่จะกระจายให้ครบ 77 จังหวัดในเดือน มิ.ย. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.เปิดเผยว่า ได้มีการประชุม ศบค.ชุดเล็ก หารือเรื่องมาตรการผ่อนคลายการกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้ ปัจจุบันผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยต้องกักตัว 14 วัน จากนี้จะมีการกักตัวแยกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มที่หนึ่งจะมีการกักตัวเพียง 7 วัน หากเป็นชาวต่างชาติจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 14 วันก่อนการเดินทางแล้ว, กลุ่มที่สอง รับการกักตัว 10 วัน กลุ่มนี้จะเป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนมาแล้วแต่ยังไม่ถึง 14 วันก่อนการเดินทาง หรือได้รับวัคซีนยังไม่ครบ 2 โดส, กลุ่มที่สาม เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีรายงานสายพันธุ์กลายพันธุ์ กลุ่มนี้จะต้องมีการกักตัวอย่างน้อย 14 วัน เช่น สายพันธุ์แอฟริกา บราซิล อังกฤษ หรือในอนาคตอาจมีสายพันธุ์ที่เพิ่มเติม ทั้งสามกลุ่มนี้จะมีการนับเวลาของวันเริ่มที่เที่ยงคืนถึง 6 โมงเย็น หมายความว่าหากเดินทางมาถึงประเทศไทยตอน 18.00 น. จะนับวันเดินทางที่เดินทางถึงเป็นวันที่หนึ่งในการเข้าสู่สถานกักกัน แต่ถ้าเดินทางถึงประเทศไทยเวลา 19.00 น. จะนับวันที่หนึ่งของการกักตัวเป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากที่มาถึงประเทศไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีการทบทวนเรื่องการตรวจค้นหาเชื้อต่างชาติก่อนที่จะเดินทาง จะต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และยืนยันไม่มีรายงานการติดเชื้อคือเป็นลบ จึงสามารถเดินทางเข้าประเทศ กลุ่มนี้จะตรวจผลโควิด-19 ครั้งที่หนึ่งในวันที่ 5-6 แต่สำหรับกรณีคนไทยที่เดินทางกลับบ้าน ซึ่งไม่ได้มีการตรวจโควิด-19 ก่อนเดินทาง จะมีการตรวจหาโควิดแบบสวอปตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย และตรวจอีกครั้งในวันที่ 5-6 นี่คือกลุ่มกักตัว 7 วัน ส่วนกลุ่มที่มีการกักตัว 10 วัน จะมีการตรวจโควิด-19 สองครั้ง ครั้งแรกคือวันที่ 3-5 และตรวจอีกครั้งวันที่ 9-10 ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่มีการกักตัว 14 วัน จะมีการตรวจหาโควิดโดยวิธีการสวอปสามครั้ง ครั้งที่หนึ่งคือวันที่เดินทางถึงประเทศไทยในวันแรก, ครั้งที่สองในวันที่ 6-7 และครั้งที่สามคือวันที่ 12-13 ทั้งนี้ ทุกกลุ่มยังมีกำหนดด้วยว่าจะต้องอนุญาตให้มีระบบติดตามตัวจนครบ 14 วัน ถึงแม้ว่าจะออกจากสถานกักกันไปแล้ว นี่คือข้อสรุปในเบื้องต้นที่จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. หากได้รับความเห็นชอบ จะมีการประกาศใช้ในวันที่ 1 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ที่ประชุม ศบค. ที่มีนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธาน? ได้เห็นชอบตามที่? ศบค.ชุดเล็กเสนอ เรื่องมาตรการผ่อนคลายการกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย และการตรวจค้นหาเชื้อชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย ตามที่แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังกล่าว โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการพบกับผู้แทนบริษัทแอสตราเซเนกาถึงการผลิตวัคซีน ว่า บริษัทแม่ของแอสตราเซเนกาชื่นชมไทยที่สามารถผลิตวัคซีนได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ส่วนหนึ่งเพราะการยึดมั่นในขั้นตอนการผลิต ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีวัคซีนอย่างเคร่งครัด ทำให้ผลได้ตามเป้าที่วางไว้ การผลิตวัคซีนมีความคืบหน้าไปมาก ต่อจากนี้เหลือเพียงขั้นตอนของสำนักงานองค์การอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งการขึ้นทะเบียน และการรับรุ่นการผลิต ขณะเดียวกันทางบริษัทแอสตราฯ ย้ำว่าเมื่อการผลิตวัคซีนพื้นฐานได้ตามเป้า เตรียมคิดค้นผลิตวัคซีนสูตรอื่น เช่น วัคซีนป้องกันโควิดสายพันธุ์แอฟริกา ซึ่งหากสำเร็จพร้อมพัฒนาร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ยอดการกระจายวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-30 มี.ค. แบ่งเป็นการกระจายวัคซีนในซิโนแวค 190,720 โดสไปใน 13 จังหวัด แอสตราเซเนกา 85,800 โดส และฉีดไปแล้ว ทั้งสิ้น 180,477 โดส แบ่งเป็นวัคซีนเข็มแรก 151,413 โดส เข็มที่ 2 จำนวน 29,064 โดส ทั้งนี้ การกระจายวัคซีนเพิ่มเติมมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยวัคซีนล็อตที่ 2 จำนวน 800,000 โดส จะกระจายไปใน 22 จังหวัด แบ่งเป็น 6 จังหวัด ในการควบคุมโรค 8 จังหวัด ในจังหวัดท่องเที่ยว และอีก 8 จังหวัดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแนวชายแดน 8 จังหวัด รวม 640,000 โดส อีก 160,000 โดส เป็นการฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ อสม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เปิดโครงการถวายการฉีดวัคซีนโควิด-19 แด่พระสงฆ์จากวัดในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ มีพระสงฆ์เข้ารับถวายการฉีดวัคซีนจำนวน 70 รูป โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีเข้ารับถวายการฉีดวัคซีนนำร่อง 2 รูปแรก เป็นวัคซีนของแอสตราเซเนกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่การระบาดและพื้นที่เสี่ยง 13 จังหวัด ตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์-30 มีนาคม 2564 รวม 180,477 โดส โดยเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 151,413 โดส และเข็มที่ 2 จำนวน 29,064 โดส สำหรับพระสงฆ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงอีกกลุ่ม เนื่องจากมีความใกล้ชิดประชาชน จำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค ลดความรุนแรง ลดการป่วย และการเสียชีวิตจากโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดหน่วยบริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นศูนย์กลางวัดในเขตสัมพันธวงศ์มีทั้งหมด 9 วัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มีพระสงฆ์เข้ารับบริการการฉีดวัคซีนโควิด-19 รวม 151 รูป ในจำนวนนี้ มีอายุ 18-59 ปี 10 เดือน จำนวน 124 รูป และอายุมากกว่า 59 ปี 10 เดือน จำนวน 27 รูป โดยจัด 8 ขั้นตอนตามมาตรฐาน ตั้งแต่การคัดกรอง ซักประวัติ ไปจนถึงการสังเกตอาการ 30 นาทีหลังฉีด&amp;nbsp; มีทีมแพทย์ดูแลใกล้ชิด พร้อมรถพยาบาลส่งต่อ และจะฉีดให้พระสงฆ์ใน กทม.และจังหวัดอื่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพระสงฆ์ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับวัคซีนของแอสตราเซนเนกา ส่วนพระสงฆ์อายุ 18- 59 ปี จะได้ฉีดวัคซีนซิโนแวค โดยเริ่มจากพระสงฆ์สูงอายุและที่อาพาธในโรงพยาบาลสงฆ์ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับพระสงฆ์ใน 6 เขตกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี ที่ติดกับจังหวัดสมุทรสาครต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97949</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อ 42 ราย, ลดวันกักตัว, ลดวันกักตัวเข้าไทย, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60647bd2bcd0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ชุดเล็กถกต่อพรก.ฉุกเฉินอีก1เดือน ลุ้นลดกักตัวเหลือ10วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 63 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล​ แจ้งว่า​ ในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดเล็ก ที่มี​ พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด​ - 19 (ศปก.ศบค.)​ เป็นประธาน ในช่วงเช้าวันที่​ 16​ พ.ย. มีวาระการพิจารณาเรื่องการขอขยายเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน​ พ.ศ.2548 หรือ​ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน​ หลังจากของเดิมจะหมดอายุในวันที่ 30 พ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการต่อ​ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง​ แต่เป็นไปเพื่อมาตรการป้องกันโควิด​ -19 เท่านั้น นอกจากนี้​ จะมีการเสนอให้พิจารณาเรื่องลดวันกักตัวจาก 14 วันเหลือ 10 วัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว​ ซึ่งหากที่ประชุม​ศบค.ชุดเล็กเห็นชอบ​ ก็จะนำเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุม​ ศบค.ชุดใหญ่ในวันพุธที่ 18 พ.ย.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, ลดวันกักตัว, ศบค.ชุดเล็ก, เลขาฯสมช., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d230b1345a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีมติลดกักตัวโควิดเหลือ 10 วัน นทท.กลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำ ส่วนประเทศเสี่ยงสูง 14 วันเหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 พ.ย.63- ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทารา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด 19 ครั้งที่ 1/2564 มีการพิจารณาเรื่องการกักกันโรคผู้เดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Special Tourist Visa (STV) ระยะเวลา 14 วัน โดยเห็นชอบรูปแบบของการกักตัวในพื้นที่ท่องเที่ยวเฉพาะ หรือ Exclusive Travel Area (ETA) โดยไม่ได้อยู่แต่ภายในห้องพักโรงแรม แต่จะอยู่ในพื้นที่และเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่ให้ปะปนกับผู้คนภายนอก หากกักตัวครบกำหนดก็สามารถไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ โดยอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และสามารถรับมือได้หากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบการลดจำนวนวันกักตัวจาก 14 วันเหลือ 10 วัน ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำใกล้เคียงกับประเทศไทย เช่น จีน เวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น ส่วนกลุ่มประเทศเสี่ยงสูงยังกักตัว 14 วันตามเดิม เนื่องจากการศึกษาข้อมูลทางวิชาการพบว่า การกักตัว 14 วัน และ 10 วัน ความเสี่ยงไม่แตกต่างกันมากนักภายใต้การบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม ขณะที่การศึกษาจากข้อมูลจริงที่ได้จากประสบการณ์การกักตัวที่ผ่านมา โดยสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ได้ศึกษาในกลุ่มผู้เดินทางจากประเทศเดียวกัน 77 ราย และกลุ่มที่เดินทางจากสหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนเธอร์แลนด์ จีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น กาตาร์ คาร์ซัคสถาน รวม 458 ราย โดยออกแบบตรวจหาเชื้อในช่วงวันที่ 1-3, &amp;nbsp;7-9 และ 11 ควบคู่กับการตรวจแอนติบอดี พบว่า คนติดเชื้อในช่วง 10 วันแรกเท่านั้น ส่วนหลัง 10 วันพบเพียง 1 ราย แต่ตรวจเลือดพบแอนติบอดีต่อเชื้อโควิด 19 แสดงว่าติดเชื้อมาระยะหนึ่งแล้ว ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อออกจากสถานที่กักกันโรคที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine : ASQ) ซึ่งเบื้องต้นกำหนดเป็นพื้นที่ส่วนกลางก่อน จะมีมาตรการติดตามตัว ด้วยแอปพลิเคชันหรือกรณีอาจเกิดปัญหาจะโทรสอบถามอาการ &amp;nbsp;เน้นย้ำผู้ดูแลกลุ่มนักท่องเที่ยวให้เคร่งครัดมาตรการป้องกันตัวเอง สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง และให้ไปท่องเที่ยวในเฉพาะจังหวัดที่สำรวจแล้วมีความพร้อม ทั้งการควบคุมป้องกันโรค สถานพยาบาล ประชาชนในพื้นที่ให้การยอมรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเบื้องต้นมี 10 จังหวัด เช่น ชลบุรี บุรีรัมย์ เป็นต้น แม้จะพบผู้ติดเชื้อหลังออกจากสถานที่กักกันก็มีระบบควบคุมป้องกันโรคและรักษาพยาบาลรองรับ ทั้งนี้ จะนำเสนอ ศบค.พิจารณาต่อไป&amp;rdquo; นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการปรับมาตรการใน ASQ ซึ่งได้ทบทวนจากกรณีหญิงฝรั่งเศสพบว่า มาตรการต่างๆ ที่วางไว้ดีอยู่แล้ว ไม่ได้ผิดพลาดแต่อย่างใด แต่ต้องให้สถานบริการที่เป็น ASQ ทำตามอย่างเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการใช้พื้นที่ส่วนกลางต้องเข้มข้นมาตรการมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82910</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ลดวันกักตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3cb7ae1a55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.เอาแน่!ลดกักตัว10วัน ประเดิม4ประเทศเสี่ยงตํ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;WHO ชื่นชมไทยแบบอย่างควบคุมโควิด-19 แนะเพิ่ม 6 ข้อเสนอตามหลักสากล &amp;quot;สธ.&amp;quot; เอาแน่ลดวันกักตัวเหลือแค่ 10 วัน เล็ง 2 สัปดาห์ชง ศบค. ประเดิม 4 ประเทศเสี่ยงต่ำก่อน พบติดเชื้อใหม่เพิ่ม 9 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 14 ต.ค. นพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวในการแถลงข่าวถอดบทเรียนโควิด-19 ในไทยว่า เมื่อวันที่ 20-24 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้ประเมินภายนอกจากองค์การอนามัยโลก หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติและมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้เข้ามาถอดบทเรียน พบว่ามี 6 ปัจจัยที่ทำให้ไทยจำกัดการแพร่ระบาดในชุมชน และลดผลกระทบต่อบริการสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ 1.ภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง ซึ่งได้รับข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด 2.ระบบบริหารที่ประยุกต์ได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง 3.ระบบการแพทย์และการสาธารณสุขที่แข็งแกร่ง มีทรัพยากรพร้อม และทุกคนเข้าถึงได้ 4.ประสบการณ์รับมือการระบาดของโรคติดเชื้อ อาทิ&amp;nbsp; โรคซาร์ส ไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอช1เอ็น1 5.การสื่อสารสม่ำเสมอและโปร่งใสซึ่งนำไปสู่การให้ความร่วมมือของภาคประชาชนกับมาตรการป้องกันต่างๆ และ 6.วิธีการแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ซึ่งรวมถึงการมีส่วนร่วมของภาควิชาการและเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังมี 6 ข้อเสนอแนะหลัก คือ 1.ข้อมูลที่นำไปสู่การปฏิบัติควรมีระบบฐานข้อมูลดิจิทัลใหม่ เพื่อบูรณาการข้อมูลระบาดวิทยา ข้อมูลห้องปฏิบัติการ ข้อมูลทางการแพทย์และการขนส่ง 2.ปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย จัดตั้งหน่วยงานระดับประเทศด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ 3.ปรับปรุงการค้นหาผู้ป่วย 4.เสริมกำลังคนโดยทบทวนทรัพยากรบุคคลที่ทำงานด้านโรคโควิด-19 เพื่อเทียบเคียงกับความต้องการจริงและรับมือกับการขาดแคลน 5.การกักกันที่ดีระดับโลก จัดตั้งหน่วยงานระดับประเทศที่มีอำนาจในการกักกันโรค 6.เสริมการประสานงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของการตอบสนองต่อสถานการณ์โรคโควิด-19&amp;quot; ผู้แทนองค์การอามัยโลกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือประเทศไทยไม่เคยปิดข้อมูลและการต่อสู้ ศึกษารู้ว่าโควิด-19 มีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร แพร่เชื้อและคุกคามสุขภาพคนได้อย่างไร ก็หาวิธีการป้องกันตรงจุดนั้น เพราะฉะนั้นคนไทยต้องการ์ดไม่ตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการพิจารณาของคณะกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ และคณะที่ปรึกษา ได้พิจารณาและศึกษาข้อมูลทั่วโลก พบว่าการลดวันกักตัวจาก 14 วัน มาเหลือ 10 วัน แทบไม่มีผู้ติดเชื้อหลุด การลดวันกักตัวมาเหลือ 10 วันจึงไม่มีความแตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นจึงจะทำสรุปเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อพิจารณาเรื่องการลดวันกักตัวจาก 14 มาเหลือ 10 วัน ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น จีน นิวซีแลนด์ ออสเตรเลียและไต้หวัน เป็นต้น คาดว่าจะเสนอใน 1-2 สัปดาห์นี้&amp;quot; รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศบค.เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 9 รายในสถานที่กักกันของรัฐ โดยรายที่ 1-2 มาจากอินเดีย, รายที่ 3 เดินทางมาจากญี่ปุ่น, รายที่ 4-6 เดินทางมาจากซูดานใต้, รายที่ 7-9 มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนมียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,652 ราย ยอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้วรวม 3,457 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 136 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อ 38,361,206 ราย รักษาหายป่วย 28,846,714 ราย เสียชีวิต 1,090,789 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศ วันที่ 14 ต.ค. รวม 570 คน มาจากโอมาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์, ญี่ปุ่น,&amp;nbsp; บรูไนฯ, ฮ่องกง, กัมพูชา และเกาหลีใต้. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80545</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ชื่นชมไทย, ลดวันกักตัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบบอย่างควบคุมโควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f87140dc8452.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชงเข้าไทยกักตัวแค่10วัน ผุดช้อปดีมีคืนกระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แจงเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าไทยเฉพาะกลุ่ม-เฉพาะพื้นที่ &amp;quot;เลขาฯ สมช.&amp;quot; แย้มล็อตแรกเริ่มหลัง 25 ต.ค. &amp;quot;สธ.&amp;quot; เตรียมชง ศบค.ทดลองลดวันกักตัวเหลือ 10 วัน เน้นมาจากประเทศเสี่ยงต่ำเช่นจีนก่อน &amp;quot;ศบศ.&amp;quot; ผุดมาตรการใหม่ &amp;ldquo;ช้อปดีมีคืน&amp;rdquo; ลดหย่อนภาษีซื้อสินค้า 3 หมื่นบาท เชื่อช่วยกระตุ้น ศก. เผยติดโควิดรายใหม่ 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าความพร้อมการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประชุมอยู่ โดยต้องหามาตรการรองรับตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพราะวันนี้สิ่งสำคัญคือความเดือดร้อนในระบบภาคเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม ซึ่งต้องปรึกษากันดูว่าจะรับได้หรือไม่ แต่ถ้าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวแบบเปิดเที่ยวทั้งเกาะคงรับไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเฉพาะพื้นที่หรือเฉพาะหาดได้หรือไม่ เป้าหมายของเราจะรับตามแนวทางพื้นที่กักกัน หรือควอรันทีนแอเรียจะได้หรือไม่ ต้องคิดแบบนี้ ไม่อย่างนั้นจะไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างที่ จ.ภูเก็ต กำลังจะมีเทศกาลกินเจ โดยขอให้เปิดหลังเทศกาลกินเจ คือหลังวันที่ 25 ต.ค.ไปแล้ว โดยขอให้หารือเรื่องนี้โดยขณะนี้ก็ได้เตรียมมาตรการกันอยู่ว่าจะเข้ามาที่ไหน มาอย่างไรแล้วจะอยู่กี่วัน จะติดตามได้หรือไม่ โดยเลือกเฉพาะที่ปลอดภัย ถ้าไม่ทำอย่างนี้มันจะไปอย่างอื่นได้หรือไม่ ถ้าไม่เริ่มก็ไม่ได้อะไรเลย ก็เหมือนเดิม แล้วก็ร้องเรียนว่ามีปัญหา ฉะนั้นประชาชนต้องช่วยกันทั้งหมด เป็นห่วงโซ่ ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวโรงแรมก็ปิด ก็ไม่มีการซื้ออาหารการกิน น้ำ เครื่องดื่มไม่ได้ใช้ แล้วจะทำอย่างไร ก็ยากจนกันไปหมด&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า เรื่องการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยล็อตแรกนั้น จะเลื่อนไปเป็นหลังวันที่ 25 ต.ค.63 โดยจะยังคงมาตรการเดิมที่ได้มีการหารือในวง ศบค.ไปแล้ว เนื่องจากได้รับการประสานจากพื้นที่ภูเก็ตว่าช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ 16-25 ต.ค. ที่จะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวยังพื้นที่ จ.ภูเก็ตจำนวนมาก จึงอยากให้ชะลอการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศไปก่อน เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยมีความกังวลนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางไปยังพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมามีการอนุญาตให้เดินทางเข้าไทยอยู่แล้ว เพียงแต่เข้ามาต้องมีใบขออนุญาตการทำงาน โดยในที่ประชุม ศบศ.ได้มีการหารือถึงประเด็นนักธุรกิจจะไปขอเข้ากักกันโรค 14 วัน โดยจะต้องหารือกันอีกครั้งในที่ประชุม ศบค. ซึ่งจะมีโมเดลเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา หรืออาจจะปรับลดความเข้มข้นลงเล็กน้อย เนื่องจากมีนักธุรกิจบางส่วนค่อนข้างละเอียดอ่อนกับมาตรการแล้วไม่มา แต่จะยอมผ่อนคลายมาตรการเกินไปไม่ได้ เนื่องจากห่วงประชาชนในประเทศ&amp;quot; เลขาฯ สมช.กล่าว
ชงกักตัวเหลือ 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การลดระยะเวลากักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยอยู่ระหว่างให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณารายละเอียด เบื้องต้นพิจารณาตามความเสี่ยงของประเทศที่เข้ามา หากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สถานการณ์การระบาดในประเทศนั้นๆ รวมถึงค่าเฉลี่ยที่เข้ามาในประเทศไทย กักตัวแล้วมีอัตราการตรวจเจอเชื้อสูงก็ยังให้มีการกักตัว 14 วันเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ในส่วนประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำก็พิจารณาลดวันกักตัวลง เบื้องต้น 10 วันก่อน แล้วติดตามผลประมาณ 1 เดือนว่าเป็นอย่างไร เพื่อนำมาสู่การออกมาตรการต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคไปจัดทำรายละเอียดเสนอวันที่เหมาะสมในการกักตัว โดยมีรายละเอียดครอบคลุมทั้งจำนวนวันกักตัว แต่ละระยะเวลาสามารถป้องกันได้กี่เปอร์เซ็นต์ เช่น กักตัว 14 วัน ป้องกันได้ร้อยละ 100 กักตัว 12 วัน 10 วัน หรือ 7 วัน ป้องกันได้กี่เปอร์เซ็นต์ รวมถึงวิธีตรวจขณะอยู่ในสถานที่กักกัน ซึ่งจะต้องมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งการเก็บตัวอย่างจากการแยงจมูกตรวจหาเชื้อ และการเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระยะแรกอาจจะลดวันกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วันก่อน ซึ่งคาดว่าจะเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ในอีก 2 สัปดาห์หน้า เมื่อดำเนินการไปแล้วราว 1 เดือน ก็จะมีการประเมิน หากยังสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี ก็จะพิจารณาลดจำนวนวันลงอีก เปิดรูหายใจได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จะกำหนดจำนวนวันกักตัวแตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงของประเทศต้นทาง หากเป็นประเทศเสี่ยงสูงมาก ยังจำเป็นต้องกักตัวครบ 14 วันต่อไป ส่วนประเทศที่เสี่ยงต่ำอาจจะลดลง ซึ่งเป้าหมายต่ำที่สุดอยู่ที่ 7 วัน ซึ่งประเทศเสี่ยงสูงดูจากประวัติอัตราการตรวจพบเชื้อในผู้ที่เดินทางเข้ามาอยู่ในสถานที่กักกันที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่าประเทศนั้นยังมีการติดเชื้อในประเทศที่สูง ส่วนประเทศจีนที่ผ่านคนที่เข้ากักตัวก็ตรวจไม่เจอเชื้อ ถือว่าเสี่ยงต่ำ การติดเชื้อในประเทศไม่สูง&amp;rdquo;ปลัดกระทรวง สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน แถลงหลังการประชุมว่า ศบศ.ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ภายใต้มาตรการ &amp;quot;ช้อปดีมีคืน&amp;rdquo; ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เป็นการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2563 ที่ซื้อสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 30,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.-31ธ.ค.2563 แต่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้ ก็จะได้ลดหย่อนภาษีตามฐานการจ่ายภาษีของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน หรือจะร่วมโครงการคนละครึ่ง ที่รัฐบาลให้เงินสูงสุด 3,000 บาท กับประชาชน 10 ล้านคน ใช้ได้สูงสุดวันละ 150 บาท แต่ต้องนำเงินตัวเองมาจ่ายครึ่งหนึ่งด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า จากการประชุม ศบศ. 4 ครั้งที่ผ่านมา ด้วยการออกมาตรการต่างๆ จะทำให้ช่วง 3 เดือนนี้มีเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ 200,000 ล้านบาท มาจากการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 21,000 ล้านบาท&amp;nbsp; โครงการคนละครึ่ง 60,000 ล้านบาท (เป็นเงินของรัฐบาล 30,000 ล้านบาท และเงินของประชาชน 30,000 ล้านบาท) มาจากช้อปดีมีคืน 120,000 บาท (คิดจากฐานผู้เสียภาษี 4 ล้านคน ใช้คนละ 30,000 บาท) โดยเงินที่เข้าสู่ระบบ 200,000 ล้านบาทนี้มาจากเงินของรัฐ 60,000 ล้านบาท คือจากการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 21,000 ล้านบาท มาจากโครงการคนละครึ่ง 30,000 ล้าน และรายได้ที่หายไปจากการลดหย่อนภาษี 10,000 ล้านบาท
ช้อปดีมีคืนกระตุ้น ศก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากนี้ ศบศ.จะหารือถึงการหารายได้เข้าประเทศ นอกจากนั้นนายกฯ ขอให้สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุน ไปร่วมกันทำเรื่องปรับโครงสร้างหนี้มูลค่า 7 ล้านล้านบาทของลูกหนี้ 12.5 ล้านราย โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยวางกรอบแนวทางการแก้ปัญหา&amp;quot; รมว.พลังงานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า มาตรการช้อปดีมีคืนจะช่วยรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี ส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่น และส่งเสริมการอ่าน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กลุ่มผู้ประกอบการประเภทผู้ประกอบการค้าสินค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการขายหนังสือและสินค้าโอท็อป โดยไม่รวมสินค้าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยาสูบ สลากกินแบ่งรัฐบาล น้ำมัน ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศบศ.เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการเราเที่ยวด้วยกันและมาตรการกำลังใจ เสนอโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยขยายเวลาโครงการจากสิ้นสุด 31 ต.ค.2563 เป็นสิ้นสุด 31 ม.ค.2564 โดย ททท.เสนอมาให้สิ้นสุดในสิ้นปี 2563 แต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าให้ข้ามไปยังปี 2564 เพื่อสนับสนุนให้คนเดินทางท่องเที่ยวผ่านโครงการนี้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย&amp;quot; เลขาฯ สศช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ศบค.เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย ในสถานที่กักกันของรัฐ มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,615 ราย ยอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้ว 3,391 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 165 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1-6 มาจากซูดานใต้ เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุระหว่าง 27-50 ปี อาชีพข้าราชการ (ทหารช่างเฉพาะ), รายที่ 7 มาจากเมียนมา, รายที่ 8-9 มาจากอินเดีย, รายที่ 10 เดินทางมาจากฮ่องกง, รายที่ 11-13 เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา และรายที่ 14-15 มาจากบังกลาเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีทหารไทยเดินทางกลับจากปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพในสาธารณรัฐเซาท์ซูดานผลัดที่ 1 ตรวจพบเชื้อโควิด-19จำนวนมากว่า จากตัวเลขที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กองทัพบก (ศบค.ทบ.) พบทหารช่างที่กลับมาชุดแรก 180 นาย ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทั้งหมดรวม 31 นาย ที่ตรวจพบล่าสุด 6 นาย เข้ารักษาอาการที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 149 นาย ที่อยู่ใน State Quarantine ได้เข้ากักตัวครบกำหนด และไม่พบการติดเชื้อ จะเดินทางกลับบ้านในวันนี้ ส่วนกำลังพลชุดที่ 2 จะเดินทางกลับมาวันที่ 11 ต.ค.อีก 76 นาย เพื่อให้กำลังพลผลัดที่ 2 ไปทำงานต่อ ก็จะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้เช่นกัน แต่จากการตรวจที่ต้นทางยังไม่พบการติดเชื้อแต่อย่างใด. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79803</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระตุ้นเศรษฐกิจ, นักท่องเที่ยวเข้าไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลดวันกักตัว, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7dce5fb4112.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
