<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;สั่งแบงก์ช่วยลูกหนี้ดีจากพิษโควิดพักเงินต้น3เดือน/ลดอัตราผ่อนบัตรเครดิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.2563 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ส่งผลให้ธปท.ต้องออกมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อสำหรับลูกหนี้ที่ยังไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้&amp;nbsp;(NPL)&amp;nbsp;โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนเป็นต้นไป

โดยมาตรการประกอบด้วย&amp;nbsp;1.บัตรเครดิตและสินเชื่อเงินสดหมุนเวียน โดยลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำจาก&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563-2564&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะเพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp;8%&amp;nbsp;และกลับสู่&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;นอกจากนี้ ลูกหนี้สามารถเปลี่ยนแปลงหนี้เป็นสินเชื่อระยะยาวที่ดอกเบี้ยต่ำลงได้

2.สินเชื่อส่วนบุคคล ที่ผ่อนชำระเป็นงวดและสินเชื่อจำนำทะเบียน โดยธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จะผ่อนผันการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน และผู้ให้บริการอื่นเลือกดำเนินการระหว่างเลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน หรือ ลดค่างวดอย่างน้อย&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของค่างวดเดิมเป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน

3.สินเชื่อเช่าซื้อ ประเภทรถมอเตอร์ไซต์ วงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;350,000&amp;nbsp;บาท และรถทุกประเภท วงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;250,000&amp;nbsp;บาท โดยผู้ให้บริการเลือกดำเนินการระหว่าง เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน หรือ พักชำระเงินต้นเป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน

4.ลีสซิ่ง มูลหนี้คงเหลือไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท โดยผู้ให้บริการเลือกดำเนินการระหว่าง เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน หรือ พักชำระเงินต้นเป็นเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;

5.สินเชื่อบ้าน วงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท และ&amp;nbsp;6.สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ไมโครไฟแนนซ์ นาโนไฟแนนซ์ วงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท ให้พักชำระเงินต้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามสถานการณ์ของแต่ละราย

อย่างไรก็ดี ลูกหนี้ที่ชำระหนี้ได้ตามปกติและไม่ขอความช่วยเหลือ ผู้ให้บริการจะให้เงื่อนไขสินเชื่อเป็นการพิเศษตามความเหมาะสม ลูกหนี้ที่มีสินเชื่อหลายประเภท สามารถได้รับความช่วยเหลือทุกประเภทตามเงื่อนไข
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60946</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, COVID -19, ธปท., ลดหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f3fbaca700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กยศ.” ลุยลดต้น-ดอกเบี้ยอุ้มปล่อยกู้10อุตเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค. 62 - นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กยศ.ได้เริ่มทยอยปรับลดดอกเบี้ยและลดเงินต้นให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษาตามโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว เพื่อส่งเสริมการเรียนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ โดยคาดว่าในปีการศึกษา 2562 ซึ่งเป็นปีแรกจะมีผู้ได้รับสิทธิ 2-3 หมื่นราย ใช้เงินสนับสนุนกว่า 1.7 พันล้านบาท

&amp;ldquo;ตอนนี้นักเรียนระดับอาชีวศึกษาในอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมายได้เริ่มทยอยรับสิทธิการลดดอกเบี้ยและเงินต้นแล้ว ส่วนระดับปริญญาตรีจะได้รับช่วงเปิดภาคเรียนในเดือน ส.ค. นี้ โดยคาดว่าตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี จะสามารถผลิตแรงงานเข้าระบบได้ไม่น้อยกว่า 1.5 แสนคน โดยสิทธิประโยชน์ ในระดับปริญญาตรี ผู้กู้ยืมเงินที่กำลังศึกษาหรือกำลังจะเข้าศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนด กยศ. จะคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 0.5% และลดเงินต้น 30% ส่วนระดับอาชีวศึกษาจะคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 0.5% และได้ส่วนลดเงินต้น 50%&amp;rdquo; นายชัยณรงค์ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กยศ.มีลูกหนี้กว่า 3 ล้านราย ผิดนัดการชำระหนี้ประมาณ 1.8 ล้านราย หรือคิดเป็น 60% โดยขณะนี้ได้หักบัญชีเงินเดือนลูกหนี้ของ กยศ.ทั้งข้าราชการ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)และพนักงานเอกชนเดือนละ 3 แสนราย เป็นเงินมากกว่า 420 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณปีละ 6 พันล้านบาท คาดปีนี้จะสามารถรับชำระหนี้ กยศ. ได้มากกว่า 3 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าหมายปีหน้าจะขยายการหักบัญชีเงินเดือนลูกหนี้ของ กยศ. ครอบคลุม 1 แสนบริษัททั่วประเทศ

สำหรับการเปิดให้ทำเรื่องยื่นกู้ในปีการศึกษา 2562 นั้น มีนักเรียน นักศึกษาใหม่ทยอยขอกู้แล้ว 2 หมื่นราย จากเป้าหมายทั้งปี อยู่ที่ 2 แสนราย โดย กยศ.ยังทยอยเปิดรับคำขอกู้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือน ส.ค. และหากเป็นระดับอุดมศึกษาที่เปิดเรียนตามภาคเรียนอาเซียนจะเปิดถึงเดือน ต.ค. ซึ่งคาดว่าตลอดทั้งปีการศึกษานี้ จะปล่อยกู้ได้ทั้งนักเรียนใหม่และเก่ากว่า 6 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ดี กยศ. ยังร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดทำหลักสูตรการเรียนออนไลน์ เงินทองต้องวางแผน เพื่อสร้างวินัยทางการเงินให้แก่นักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมทั่วประเทศ และสร้างความรู้การเงินขั้นพื้นฐาน โดยตั้งเป้าหมายมีกลุ่ม นักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ครอบคลุมกว่า 6 แสนคน ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจการส่งเสริมความรู้ทางการเงินที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีความมั่นคงทางการเงินและมีสุขภาพการเงินที่ดี

&amp;ldquo;การเรียนผ่าน ช่องทางอีเล็กทรอนิกส์ จะเป็นทางเลือกในการนับเป็นชั่วโมงจิตอาสาของผู้กู้ยืมเงิน เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เมื่อเรียนจบหลักสูตรผู้กู้ยืมสามารถพิมพ์ประกาศนียบัตร ไปยื่นให้กับสถานศึกษา และนับเป็นชั่วโมงจิตอาสา 3 ชั่วโมง นำไปสะสมจำนวนชั่วโมงจิตอาสาให้ครบตามที่กองทุนกำหนด ซึ่งจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป โดยที่ผ่านมากองทุนได้กำหนดให้ผู้กู้ยืมใช้เกณฑ์การนับชั่วโมงจิตอาสา 36 ชั่วโมงเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาคัดเลือกผู้กู้ยืมเงิน&amp;rdquo; นายชัยณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37131</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์, ลดหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5efa8b8ea68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กษัตริย์มาเลเซียเสนอลดเงินเดือนส่วนพระองค์ 10% แบ่งเบาหนี้ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งมาเลเซีย ทรงเสนอจะลดเงินเดือนส่วนพระองค์ลง 10% เพื่อสนับสนุนความพยายามลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้ของประเทศที่ตกทอดมาจากรัฐบาลชุดเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ มหาเธร์ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 เมื่อคืนวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ภายหลังชนะเลือกตั้ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่หลายคนของสำนักพระราชวังมาเลเซียว่า สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 มีพระราชประสงค์จะลดงบประมาณส่วนพระมหากษัตริย์ลง ภายหลังพระองค์ประทับพระราชหฤทัยที่ประชาชนจำนวนหนึ่งบริจาคทรัพย์สินส่วนตนเพื่อสมทบเป็นกองทุนให้รัฐบาลลดภาระหนี้สินของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มแนวร่วมฝ่ายค้านซึ่งมีมหาเธร์ โมฮัมหมัด เป็นแกนนำ สามารถชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนได้อย่างเหนือความคาดหมาย ยุติการปกครองโดยรัฐบาลผสมสหมาเลย์แห่งชาติที่ปกครองมาเลเซียมานาน 6 ทศวรรษ ท่ามกลางครหาคอร์รัปชันดกดื่นภายในรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลชุดใหม่ของนายกฯ มหาเธร์กล่าวว่า การบริหารงานของรัฐบาลชุดที่แล้วซึ่งมีนาจิบ ราซัค&amp;nbsp; เป็นนายกฯ ทำให้ประเทศแบกหนี้สินมากกว่า 1 ล้านล้านริงกิต (มากกว่า 8 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาจิบถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ วันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาพ่ายแพ้เลือกตั้ง แม้ว่าเขาจะยืนกรานปฏิเสธก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังกล่าวเมื่อคืนวันจันทร์ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีซึ่งมีพระชนมพรรษาเพียง&amp;nbsp; 48 พรรษา จะทรงลดเงินเดือนส่วนพระองค์ที่ได้รับถวายจากรัฐบาลไปจนถึงปี 2564 ที่พระองค์จะทรงหมดวาระในดำรงสถานะสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย ซึ่งจะหมุนเวียนไปในหมู่สุลต่าน 9 รัฐ ในรอบทุก 5 ปี แต่สำนักพระราชวังไม่ได้เปิดเผยว่าเงินเดือนที่ได้รับถวายนั้นมีจำนวนเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กษัตริย์หนุ่มพระองค์นี้โปรดการขับรถโฟร์วีลและกีฬาเอกซ์ตรีมอีกหลายประเภท พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปลายปี พ.ศ.2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวด้วยว่า ยอดเงินบริจาคจากชาวมาเลเซียเข้ากองทุนใช้หนี้แห่งชาติขณะนี้มากกว่า 56 ล้านริงกิต (450 ล้านบาท).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11240</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์มาเลเซีย, มหาเธร์, ลดหนี้, สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5, เงินส่วนพระองค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fe158381e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
