<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรงงาน&#039; มอบของขวัญปีใหม่ ลดเงินสมทบ-เพิ่มสิทธิประโยชน์สงเคราะห์บุตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.63 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยว่า​ กระทรวงแรงงานได้นำเสนอแผนงาน/โครงการ เพื่อเป็นกำลังใจและมอบเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2564 ให้แก่ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ ดังนี้&amp;nbsp;1.กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้/ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินของกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน ร้อยละ 0 ต่อปี ในงวดที่ 1-12 และงวดที่ 13 เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา โดยคิดอัตราร้อยละ 3 ต่อปี สำหรับผู้รับงานไปทำที่บ้านรายบุคคลยื่นคำขอกู้ไม่เกิน 50,000 บาท รายกลุ่มบุคคลกู้ไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลายื่นคำขอกู้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 สิงหาคม 2564 และทำสัญญากับกรมการจัดหางานให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 โดยมีกรอบวงเงิน 7 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ลดอัตราเงินสมทบให้กับนายจ้างและผู้ประกันตน โดยอัตรานำส่งเดิมฝ่ายละร้อยละ 5 ลดเหลือฝ่ายละร้อยละ 3 ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือนายจ้างจำนวน 486,192 แห่ง และผู้ประกันตน จำนวน 12.7 ล้านคน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบลดลงจำนวน 15,660 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สนับสนุนให้มีการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านระบบ Online ฟรี พร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น การเขียนโปรแกรมประมวลผลภาพและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การออกแบบและตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Photoshop การประยุกต์ใช้ Excel Advance การบริหารสินค้าคงคลัง การประยุกต์ใช้งาน Internet of Things (IOT) สำหรับการเกษตรเทคนิคการใช้ Excel Advance เพื่อจัดการฐานข้อมูล การสร้างช่อง YouTube for Marketing การขายสินค้าออนไลน์ การเขียนคอนเทนต์เพื่อเพิ่มยอดขาย และการสร้างอินโฟกราฟิก เพื่อนำเสนองานอย่างมืออาชีพ เป็นต้น โดยจะฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์ (Application Zoom Meeting)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.จัดการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการมีประสิทธิภาพ ลดอัตราการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยได้ประสานหน่วยงานฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้จัดการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานให้แก่นายจ้าง/ลูกจ้าง ฟรี ในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร สำหรับผู้ประกันตน อันได้แก่ เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร จากเดิมเหมาจ่ายในอัตรา 600 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน เป็นเหมาจ่ายในอัตรา 800 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์จำนวน 1.362 ล้านคน เป็นเงิน 13,739 ล้านบาท/ปี และเพิ่มสิทธิกรณีคลอดบุตรและฝากครรภ์ โดยเพิ่มค่าคลอดบุตรจากเดิมอัตรา 13,000 บาทต่อครั้ง เป็นเหมาจ่ายในอัตรา 15,000 บาทต่อครั้ง และเพิ่มค่าฝากครรภ์จากเดิม 3 ครั้งในอัตรา 1,000 บาท เป็น จำนวน 5 ครั้งในอัตรา 1,500 บาท มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 คาดว่าจะมีผู้ประกันตนที่ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรจำนวน 293,073 คน/ปี เป็นเงิน 4,396 ล้านบาท และกรณีฝากครรภ์ 122,144 ครั้ง/ปี เป็นเงิน 36.6 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน, ของขวัญปีใหม่, ทักษะฝีมือแรงงาน, ลดอัตราเงินสมทบ, สิทธิประโยชน์สงเคราะห์บุตร, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcc7d6d5869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
