<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ตั้งเป้า ลดอุบัติเหตุ ให้ต่ำกว่าปี63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.รับทราบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามมาตรการ&amp;nbsp; 5 ด้าน ตั้งเป้าจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ขณะที่หลายจังหวัดเริ่มรณรงค์ &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 เมษายน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 ตามที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)เสนอ โดยชื่อในการรณรงค์ว่า &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo; มุ่งเน้นการบริหารจัดการในลักษณะพื้นที่เป็นตัวตั้งควบคู่กับการดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการดำเนินการเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง&amp;nbsp; ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเคร่งครัด ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกและความตระหนักด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้กำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้คือ&amp;nbsp; จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี จำนวนผู้ถูกดำเนินคดีในพฤติกรรมเสี่ยงหลัก เช่น ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัยและไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการบริหารจัดการ เช่น จัดตั้งศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ระดับส่วนกลาง จังหวัด กรุงเทพมหานคร อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำประชาคมชุมชนหรือหมู่บ้าน จัดตั้งด่านชุมชน รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวอย่างระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม เช่น สำรวจและตรวจสอบลักษณะกายภาพของถนน จุดเสี่ยง จุดอันตราย จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและจุดที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้มีความปลอดภัย กำหนดมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหาบริเวณจุดตัดทางรถไฟให้มีความปลอดภัยในการสัญจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ เช่น กำกับดูแล ควบคุม รถโดยสารสาธารณะ รถโดยสารไม่ประจำทาง พนักงานขับรถโดยสาร และพนักงานประจำรถให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย อย่างเคร่งครัด ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกหยุดประกอบกิจการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เข้มงวดกับรถตู้ส่วนบุคคลหรือรถเช่าให้มีมาตรฐานความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ การเสพยาเสพติดหรือของมึนเมา ขับรถย้อนศร และดำเนินการตามมาตรการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์อย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ เช่น จัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล และหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จัดเตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและกู้ภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่บริเวณสามแยกทางเลี่ยงเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ถนนมิตรภาพ อ.เมืองหนองคาย ผศ.ดร.ณัฐพล ไตรเพิ่ม รองคณบดีคณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ได้นำนักศึกษาแต่งกายด้วยชุดแฟนซี ทั้งซูเปอร์เกิร์ล, กัปตันอเมริกา, แบทแมน, วันเดอร์วูแมน, สไปเดอร์แมน และอื่นๆ สีสันสดใสน่ารัก มาทำกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการถือป้ายข้อความรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย รณรงค์ลดอุบัติเหตุ และกิจกรรมพิเศษแจกข้าวโซยธัญพืช ลูกอม น้ำ และที่ประทับแก่ผู้ได้รับคือแจกมะพร้าวน้ำหอมเป็นลูกๆ แม่บ้านที่นั่งมาด้วยต่างประทับใจยกนิ้วให้แทบทุกคัน เพื่อได้รับประทานแก้ง่วง&amp;nbsp; แก้อาการเหนื่อยล้า หลังจากเดินทางด้วยรถยนต์เป็นเวลานาน และขณะนี้พบว่ามีปริมาณรถยนต์เดินทางเข้าจังหวัดหนองคายเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ ตำรวจงานจราจรได้ออกติดตั้งป้ายรณรงค์ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย ตามข้างถนนสายวัฒนธรรมสันกำแพง-เชียงใหม่ (ถนนสายเก่า) ถนนวงแหวนสายแม่ออน-ดอนจั่น และถนนทุกสาย ที่มีผู้คนสัญจรไปมาในพื้นที่ ได้ติดป้ายเตือนภัยเรื่องการเกิดอุบัติต่างๆ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เห็นเรื่องของภัยจากอุบัติเหตุอันตรายต่างๆ ขับขี่อย่างปลอดภัย &amp;ldquo;เมาไม่ขับ&amp;rdquo; ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมตั้งด่านบูรณาการตามถนนสายต่างๆ เพื่อบริการประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ.สุรินทร์ นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าฯ สุรินทร์ เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสุรินทร์ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำแบบป้ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp; 2 แบบ โดยแบบที่ 1 ป้ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์พฤติกรรมเมาแล้วขับ จัดทำในรูปแบบ infographics สำหรับเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์, แบบที่ 2 ป้ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์ &amp;quot;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างโกลโควิด&amp;quot; ในรูปแบบป้ายไวนิลขนาด 1.2 คูณ 2.4 เมตร สำหรับติดตั้งหน้าหน่วยงาน จุดเสี่ยงอันตราย หรือสถานที่ที่เหมาะสม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเทศกาลสงกรานต์, บูรณาการป้องกัน, ลดอุบัติเหตุ, ลดอุบัติเหตุทางถนน, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dadd6209db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯย้ำทุกฝ่ายต้องเอาจริงป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.62-ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ พร้อมกล่าวมอบนโยบายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นปัญหาที่นำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่าไม่ได้ และเป็นโศกนาฏกรรมของสังคมไปถึงระดับชาติ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราจึงต้องช่วยแก้ปัญหา โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในป้องกันความปลอดภัยบนท้องถนนแบบองค์รวม ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อที่ 15 ธ.ค. ตนได้ไปเปิดถนนคนเดินสีลมและถนนเยาวราช ได้เห็นรอยยิ้มและเห็นความสุขของประชาชน จึงอยากให้คนไทยมีรอยยิ้มตลอดทั้งปีในทุกวาระ ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆได้มีมาตรการออกมาอย่างเข้มงวดแต่สิ่งสำคัญอย่างเดียวคือคน ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ขณะที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งหากบังคับใช้กฎหมายมากๆ ก็จะมีผลกระทบกับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภายใต้ปฏิญญามอสโก ได้ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน ภายในปี 2563 ซึ่งในระยะเวลาที่กำหนดตนอยากให้ลดให้เร็วที่สุด ให้เหลือศูนย์ให้ได้ โดยมีความกังวลหากมีคนเจ็บ คนตาย และมีความสูญเสียเกิดขึ้น ดังนั้นทุกคนไม่ว่าทำอะไรก็ตามอย่าให้เกิดผลกระทบต่อคนอื่น ขณะเดียวกันตนตั้งเป้าอยากให้รักษาความปลอดภัยให้ได้ตลอดทั้งปี ทั้งในช่วงปกติและเทศกาลสำคัญ ไม่ต้องการให้มีการเจ็บการตายทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ทุกคนในการสร้างการรับรู้และสร้างจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบในภาพรวมทั้งต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ อีกทั้งในช่วงเทศกาลขอให้คำนึงถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาประจำด่านตรวจต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางถนนท้องถิ่น ตำบลและหมู่บ้าน จึงจำเป็นต้องใช้กลไกในระดับพื้นที่ และต้องได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นงานหนักทั้งสิ้น ทั้งนี้ตนอยากให้แก้ปัญหาให้เร็วสุด เพื่อขอเป็นของขวัญในปีนี้และปีต่อๆไป ลดให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเทศกาลวันแห่งความสุขทุกคนควรมีความสุข สิ่งที่หลายคนลืมคือไม่นึกถึงคนอยู่ข้างหลัง ไม่ระมัดระวังตัวเองและคึกคะนอง ดังนั้นทำอย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนขึ้นมาอีก ทั้งนี้ปี 2562 มีกว่า 7 แสนคนที่บาดเจ็บสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน จึงเน้นย้ำขอให้ทุกคนมีวินัยการจราจรและเคารพกฎหมาย เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถป้องกันได้ ขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายและทุกพื้นที่ถือความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นนโยบายสำคัญรัฐบาล ขอให้ทุกจังหวัดกำกับดูแลศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง เพราะป้องกันดีกว่าแก้ไข&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ขณะที่รัฐบาลรับผิดชอบหลายเรื่อง ยืนยันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่ถ้าไม่ร่วมมือแก้ไขทุกอย่างกลับเหมือนเดิม กลับมาที่รัฐบาลรับผิดชอบ มันถูกหรือไม่ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง ขณะที่รถจักรยานยนต์รับจ้างก็จัดหาหมวกกันน็อคให้ลูกค้าและทำความสะอาดด้วย ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่อยากไป จึงขอกำชับทุกฝ่ายและพื้นที่อย่าปล่อยให้บกพร่อง และอย่าอ้างว่าไม่มีงบประมาณ เพราะทุกอย่างอยู่ที่การเอาใจใส่ อีกทั้ง ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานก็ต้องรับผิดชอบ ลงไปดูในพื้นที่จริง ไปตรวจและติดตาม อย่าโยนให้เป็นหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไปดูข้างล่างเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันขอให้ทุกจังหวัดทำแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนและมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทุกๆปี ทั้งนี้ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวด้วยว่า ที่พูดเสียงดังไม่ได้โมโห ไม่ได้เครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้เครือข่ายเมาไม่ขับ ไปดูเครือข่ายเมาแล้วขับด้วยว่ามีหรือไม่ เพราะบางคนไม่เมาเหล้าก็เมาความคิดที่คึกคะนอง อย่างไรก็ตามในช่วงสิ้นปีนี้ตนจะดูว่าอุบัติเหตุลดลงได้เท่าไหร่ และในปี 2563 ขอให้ลดลงให้ได้มากที่สุด และหวังว่าไม่มีใครตายอีกเลย แต่ไม่รู้ทำได้หรือไม่เพราะตนไม่ได้ขับรถไปกับท่าน ตำรวจก็ไม่ได้ขับรถไปด้วย ย้ำว่ากฎหมายมีไว้ป้องปราม วันนี้มีคนยุให้ทำผิดกฎหมาย จึงขออย่าให้ใครบิดเบือนให้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งกฎหมายมีไว้ป้องกันไม่ใช่ปราบปราม ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้นในทุกระดับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้ทำปฏิญญาไทยแลนด์ คือ ทุกคนต้องรักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่น ต้องรักสามอย่างนี้เท่ากันปัญหาก็จะไม่เกิด พร้อมสร้างชาติของเราให้เข้มแข็งในอนาคต ซึ่งตนมองว่าบางคนน่าจะทำประโยชน์ให้ประเทศได้อีกมากในอนาคต จึงไม่ควรมาบาดเจ็บสูญเสียไปก่อน เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน จึงต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรมนุษย์ของเราให้ปลอดภัยด้วย ขณะเดียวกันขอให้ทุกคนคิดถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่อยู่ภาคสนามและดูแลชายแดนไม่ได้กลับบ้าน เพื่อปกป้องพวกเราทุกคนให้ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ปัญหาอะไรก็ตามขึ้นอยู่คนไทยทุกคน ซึ่งทุกคนมีศักยภาพ มีอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรักครอบครัวเราเอง สิ่งเหล่านี้ลืมไปหรือไม่ ถ้าลืมต้องดึงกลับมา จะทำให้บ้านเมืองของเราปลอดภัยและสงบสุข ผมเข้าใจว่าไม่มีใครชอบให้บังคับใช้กฎหมาย ผมก็ไม่ชอบ แต่อยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน โดยมีทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ นั่นคือการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นอย่ามองว่ารัฐบาลบังคับใช้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลเพียงแต่ให้แต่ละหน่วยงานนำกฎหมายมาพิจารณาและบังคับใช้อย่างระมัดระวัง จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจและจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข มีความปลอดภัย ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นกรอบกว้างๆแต่ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย รวมทั้งพ.ร.บ.ต่างๆทั้งหมดด้วย ซึ่งความมุ่งหมายของเราคือการทำให้ประเทศชาติมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อีกทั้งไม่ว่ากฎหมายอะไรก็ตามออกมาก็ต้องมีกฎหมายลูกตามมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสงบสุขในแผ่นดินผืนนี้ ดังนั้นขอให้ทุกคนทำความเข้าใจให้ชัดเจนด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52578</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปีใหม่, ลดอุบัติเหตุ, โครงการเสริมสร้างการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df71740cc339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.2 ลุยอีสานถก &#039;ศปถ.อุดรฯ&#039; สกัดเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย 62 - ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) &amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอุดรธานี เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจากทุกภาคส่วน เจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องสำคัญ เป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการสูญเสียชีวิตบนท้องถนน จำเป็นต้องนำมาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้ &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)จัดตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) การจัดตั้งเทศบาล และจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ให้ดูแลความสงบเรียบร้อย ดูแลด้านการจราจร ฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลอีกต่อไป โดยท้องถิ่นสามารถตั้งงบประมาณในการดูแลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้อยากเชิญชวนหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันลดความสูญเสียชีวิตพี่น้องคนไทยบนท้องถนน เท่ากับเป็นการร่วมทำบุญช่วยชีวิตคน เพราะที่ผ่านมาเราสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละกว่า 22,000 &amp;nbsp;ราย พิการอีกว่า 40,000 -50,000 ราย &amp;nbsp;ตัวเลขเหล่านี้จะลดได้ต้องอาศัยหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยให้ดูตัวอย่างโครงการ&amp;rdquo;ท่าซักโมเดล&amp;rdquo; จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ใช้ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน 3 ด่าน ด่านครอบครัว ด่านชุมชน ด้านโรงเรียน ให้ความรู้แก่ชุมชน กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนต้องขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องทั้งในช่วงปกติและช่วงเทศกาลสำคัญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคณะของรมช. มท. เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนเทศบาลหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี &amp;nbsp;1 ในตำบลต้นแบบของจังหวัดอุดรธานี ในการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์การปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน อย่างเข้มแข็ง แก้ไขปัญหาการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ผ่านการศึกษา การเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยการรวมตัวของ องค์การบริหารส่วนตำบล, เทศบาล, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน,อาสาสมัครชุมชนร่วมกันใช้มาตาการ มาใช้เป็นกลไกแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน &amp;nbsp;ความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง &amp;nbsp;ทำในทุกหมู่บ้านของตำบลหนองวัวซอ &amp;nbsp;เป็นหนึ่งในการแก้ไขปัญหาทางกายภาพ &amp;nbsp;กลายเป็นถนนสายหลักของชุมชนที่ใช้สัญจรในหมู่บ้าน &amp;nbsp;ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ &amp;nbsp;จากการขับรถย้อนศร &amp;nbsp;การข้ามถนน &amp;nbsp;การใช้จุดยูเทิร์นตัดตอนต้นเหตุของปัญหา.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50887</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, มท.2, ลดอุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd7b85c11135.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งดเหล้าเข้าพรรษา สร้างสุขภาพ ลดอุบัติเหตุบนถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากข้อมูลการประเมินผลการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา โดยศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.) พบว่าอัตราการดื่มเหล้าลดลง 10% ยอดผู้บาดเจ็บที่ต้องเข้าโรงพยาบาลลดลง50-60 รายต่อวันและจำนวนผู้พิการลดลงเหลือ2-3 คนต่อวันตัวเลขของผู้เสียชีวิตและผู้ประสบอุบัติเหตุที่ลดลงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าการรณรงค์งดเหล้าในช่วงเข้าพรรษาประสบผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) โดยเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ร่วมกับเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกทม. เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตอาสาสมัครผู้ถูกคุมประพฤติกองบังคับการตำรวจจราจรร่วมเดินรณรงค์ขบวนแฟนซีชวนประชาชนงดเหล้าเข้าพรรษาเพื่อลดอุบัติเหตุลดปัญหาสังคมเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;องค์การอนามัยโลกหรือWHO รายงานผลความปลอดภัยทางถนนของโลกปี2561 พบว่าประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิต32.7 คนต่อประชากร1 แสนคนโดยมากกว่าครึ่งเป็นเหยื่อของการเมาแล้วขับนอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายล้านคนผู้พิการอีกหลายแสนคนจึงถือเอาวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษารณรงค์ลดดื่มหรืองดการดื่มตลอดช่วงเข้าพรรษาสามเดือนหรือเลิกตลอดชีวิตหากเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรงด้านอุบัติเหตุการแก้ปัญหาหรือการลดตัวเลขที่เกิดจากการเสียชีวิตบนท้องถนนจะต้องทำร่วมกันหลายมาตรการเช่นมาตรการดื่มไม่ขับการลดความเร็วบนท้องถนนการปฏิบัติตามกฎจราจรการสวมหมวกนิรภัยการคาดเข็มขัดนิรภัยหรือแม้แต่การเคารพกฎจราจรรวมไปถึงการแก้ไขโครงสร้างทางกายภาพต่างๆเช่นจุดอันตรายหรือจุดที่มีวิสัยทัศน์ไม่ปลอดภัยบนท้องถนนหากดำเนินการหลายมาตรการร่วมกันจะทำให้ตัวเลขลดลงได้นอกจากนี้มาตรการรณรงค์สร้างจิตสำนึกการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการตัดวงจรนักดื่มหน้าใหม่ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สสส.ได้ดำเนินการรณรงค์ให้ลดการดื่มแอลกอฮอล์ตลอดทั้งปีแต่ในช่วงเข้าพรรษาถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะชวนให้คนไทยหันมาลดปัญหาที่เกิดจากการดื่มไม่ว่าจะเป็นปัญหาอุบัติเหตุการเสียชีวิตรวมไปถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวอีกด้วย&amp;rdquo; นายวิเชษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หากดื่มเหล้า50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ประสิทธิภาพในการขับรถจะลดลง8% และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ2 เท่าของคนปกติเพราะสภาพร่างกายไม่มั่นคงแต่หากดื่มไป150 มิลลิกรัมเปอเซ็นต์ ประสิทธิภาพการขับรถจะลดลง1 ใน3 และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ40 เท่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พ.ต.อ.กิตติ อริยานนท์รองผู้บังคับการตำรวจจราจรกล่าวว่าประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องการรณรงค์ให้คนหันมาสนใจความปลอดภัยทางถนนจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะในวันพระใหญ่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยังมีการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ทั่วกทม. อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้านเจษฎา แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกทม. กล่าวว่าวันเข้าพรรษาถือเป็นโอกาสดีในการงดเหล้าพักตับถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการลดละเลิกให้ได้ในช่วงระยะเวลาสามเดือนซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับได้มากและจะทำให้เป็นสามเดือนที่แต่ละครอบครัวมีความสุขเพราะผลกระทบจากการดื่มแล้วขับอาจส่งผลให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเลยบางคนต้องนั่งรถเข็นเป็น10 ปีจึงอยากเห็นสังคมไทยปลอดเหล้าอยากเห็นถนนที่ปราศจากคนเมาอยากเห็นความสวยงามของสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีกหนึ่งเสียงสะท้อนของผู้ที่นั่งรถเข็นมากกว่า30 ปีหทัยรัตน์ ประกอบกุล บอกว่าความสุขของคนดื่มเหล้าอาจเป็นความทุกข์ของคนอื่น แม้บางคนจะเลิกไม่ได้เด็ดขาดแต่ก็ไม่อยากให้ขับรถเหยื่อพิการที่ต้องรับเคราะห์จากคนเมาแล้วขับชีวิตเขาต้องทนทุกข์ทรมานมากสูญเสียโอกาสในการมีชีวิตที่ดีในทุกๆด้านจึงอยากวอนนักดื่มทั้งหลายพึงตระหนักอย่าให้ตนเองเป็นต้นเหตุของความทุกข์นี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การงดเหล้าในช่วงวันเข้าพรรษานอกจากจะช่วยลดอุบัติเหตุแล้วยังช่วยให้ตับได้ฟื้นฟูร่างกายกลับมาแข็งแรงมีเงินเก็บออมและยังเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การงดเหล้าตลอดชีวิตอีกด้วยสสส. และภาคีเครือข่ายจึงอยากชวนให้ทุกคนหันมาลดละเลิกเหล้าในช่วงเข้าพรรษาโดยสามารถร่วมลงชื่องดเหล้าครบพรรษาได้ที่www.stopdrink.com/sign/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), งดเหล้าเข้าพรรษา, ลดอุบัติเหตุ, สุขภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d70c6cb204ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2019 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2019 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;นายกฯ&quot;ชี้คดีเสี่ยเบนซ์ ให้ว่ากันไปตามกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงมาตรการลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ของรัฐบาล&amp;nbsp;โดยเฉพาะกรณีเมาแล้วขับ หลังเกิดเหตุเสี่ยเบนซ์เมาขับรถชนตำรวจเสียชีวิตแต่ศาลไม่รับข้อหาเจตนาฆ่าว่า&amp;nbsp;ในเรื่องของคดีความนั้นต้องว่ากันไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp;เน้นย้ำว่าทุกอย่างมีกฎหมายอยู่แล้ว&amp;nbsp;จึงขอให้เป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;


พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันนายกฯ&amp;nbsp;ได้กำชับและขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน&amp;nbsp;โดยเฉพาะกรณีเมาแล้วขับ&amp;nbsp;ซึ่งความปลอดภัยต้องเริ่มจากตัวเอง ทุกคนต้องรักตัวเองและครอบครัว&amp;nbsp;ขณะเดียวกันคนในครอบครัวต้องช่วยกันตักเตือน&amp;nbsp;เพราะต่อให้ภาครัฐมีมาตรการเข้มงวดออกมามากแค่ไหนก็ตาม&amp;nbsp;หากแต่ละคนไม่ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย และไม่เห็นความสำคัญของกฎหมายและมาตรการต่างๆที่ออกมา&amp;nbsp;มองว่าสามารถหลบหลีกหรือหลีกเลี่ยงได้&amp;nbsp;ก็จะทำให้การลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่เป็นผล


&amp;quot;ภาครัฐจะพยายามอย่างเต็มที่โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ ทั้งพลเรือน&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ทหาร และจิตอาสา ทำงานอย่างเต็มกำลังอีกทั้งให้ศูนย์อำนวยความปลอดภัยบนท้องถนนติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในทุกด้าน&amp;nbsp;แต่สิ่งที่ต้องขอร้องเพิ่มเติมคือประชาชนทุกคนต้องเห็นความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรการต่างๆที่ออกมาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งเรื่องการขับจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อค&amp;nbsp;คนขับขี่ยานยนต์ต้องไม่ดื่มสุรา เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่น&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯระบุ&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33608</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, รับเทศกาลสงกรานต์, ลดอุบัติเหตุ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b2108faa32fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯผุดเซฟตี้เมเนเจอร์หวังคุมลดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯเล็งชงครม.คลอดร่างกฏกระทรวงบังคับใช้เซฟตี้เมเนเจอร์ ยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ช่วยลดอุบัติเหตุ ปราบรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ตั้งเป้าผลิต 4,000 คนภายในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ธ.ค.61-นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่าขบ.เตรียมออกกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องจัดให้มีผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนน (Transport Safety Manager) โดยเป็นภาคบังคับให้เอกชนผู้เดินรถสาธารณะและขนส่ง ครอบคลุมทุกประเภทการขนส่ง รถโดยสารประจำทาง, รถโดยสารไม่ประจำทาง, รถบรรทุกไม่ประจำทาง, รถบรรทุกส่วนบุคคล, รถบรรทุกวัตถุอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวว่าการกำหนดให้ต้องมีผู้จัดการประจำเพื่อทำหน้าที่ตรวจเช็คความพร้อมของรถและคนขับก่อนออกเดินทางเสมอ รวมถึงเคร่งครัดเรื่องการตรวจน้ำหนักรถบรรทุกห้ามเกินที่กฎหมายกำหนดเพื่อลดงบประมาณซ่อมบำรุงถนนทั่วประเทศ ตลอดจนการวางแผนจัดการเดินรถ บริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้จัดการความปลอดภัยจะเป็นคนตรวจเช็คความพร้อมทั้งหมดก่อนออกรถ และต้องเป็นผู้รับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุที่มาจากความผิดพลาดด้านความพร้อมของรถ&amp;quot; นายพีระพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพลกล่าวต่อว่าขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาจัดทำหลักสูตรและแนวทางเสนอออกกฎกระทรวงคมนาคมเพื่อบังคับใช้ต่อไป คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2562 เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ขอความเห็นชอบก่อนส่งต่อไปยังกฤษฎีกา ตั้งเป้ามีผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนนมากกว่า 4,000 คน โดยจะกำหนดให้แต่ละผู้ประกอบการส่งบุคลากรเข้าอบรมพร้อมออกใบรับรองให้ไปทำหน้าที่ผู้จัดการความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการศึกษา ดังกล่าวได้คัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งนำร่องที่มีความพร้อม จัดให้มีผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนนเพื่อทำหน้าที่ตามภารกิจตามผลการศึกษาจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย บริษัท ขนส่ง จำกัด สาย 956 เส้นทางกรุงเทพ-แม่สอด, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ(จตุจักร), บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด, บริษัท พันทิพย์ (1970) จำกัด, บริษัท ธนัชวิชญ์ แทรเวล กรุ๊ป จำกัด, บริษัท บลูแอนด์ไวท์ โปรเฟสชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี่น้องขนส่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะรวบรวมผลการปฏิบัติหน้าที่เป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ผลการทำหน้าที่และนำมาพัฒนาปรับปรุงกำหนดบทบาทและหน้าที่ของผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนนต่อไป ควบคู่ไปกับการจัดทำคู่มือด้านความปลอดภัย เช่น คู่มือการปฏิบัติงานของผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนน หลักสูตรการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ รวมถึงการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้มีความสอดคล้องและรองรับการทำงานของผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง, พีระพล ถาวรสุภเจริญ, ลดอุบัติเหตุ, เซฟตี้เมเนเจอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c14a5e487df6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯชี้แจงเหตุผลแก้กฏหมายผู้ขับขี่ไม่พกใบอนุญาตขับรถ ให้โทษแรงขึ้น ลดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯแจงสาเหตุการขอแก้ไขกฎหมาย ผู้ขับขี่ไม่พกใบอนุญาตขับรถ มุ่งลดสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากการไม่มีใบอนุญาตขับรถ จากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน ทั้งนี้จากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน300,000 เยน (88,000 บาท) หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา มีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (800,000บาท) หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย

นายกมลกล่าวว่า เพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของ กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งรวมเข้าเป็นฉบับเดียวกัน โดยปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมายให้เป็นเครื่องมือในการควบคุมกำกับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้มากขึ้น รวมถึงปรับบทลงโทษกรณีผู้ขับขี่กระทำผิด โดยความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม&amp;nbsp; พรบ.รถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และพรบ.ขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท,

ทั้งนี้ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตามพรบ.รถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบ.ขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และพรบ.จราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เกิน 40,000 บาท ,ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบ.รถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และพรบ.ขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท&amp;nbsp;


นายกมล กล่าวว่าซึ่งร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกฉบับใหม่อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา ทั้งนี้จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว&amp;nbsp; จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมขนส่งทางบก, ลดอุบัติเหตุ, เพิ่มโทษ, ใบขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7f9ea403c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
