<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก่งตอนไม่มีอำนาจ!&#039;พิชัย&#039;แนะใช้ประชานิยมลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.61- &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ประชาชนกำลังเดือดร้อนกันอย่างมากจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่สูงแตะลิตรละ 30 บาทแล้ว ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงกว่าบาเรลละ 100 เหรียญ ซึ่งสูงกว่าตอนนี้ที่อยู่ประมาณบาเรลละ 70 กว่าเหรียญมาก แต่ราคาดีเซลยังต่ำกว่า 30 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพราะรัฐบาลในขณะนั้นเห็นใจประชาชนจึงลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และ การลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันสำหรับน้ำมันดีเซล เพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งอยากให้ พลเอก ประยุทธ์นำไปพิจารณาเอาแบบอย่าง เพราะ ราคาน้ำมันโลกน่าจะผันผวนระยะหนึ่งเท่านั้น เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลงมาสู่ปกติ ก็สามารถจะเรียกเก็บภาษีใหม่ได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนส่วนใหญ่ไม่ให้สูงเกินไปจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังย่ำแย่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัจจุบันมีการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลถึง 5.85 บาท ซึ่งน่าจะลดลงมาได้ ส่วนกองทุนน้ำมันก็เก็บน้อยอยู่แล้วเพราะความจำเป็นน้อยลงหลังจากลอยตัวราคาก๊าซ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเร่งพิจารณาลดการจับเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงเพื่อช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่าพลเอกประยุทธ์เคยประกาศถามตนว่า ตอนอยู่ในตำแหน่งทำอะไร ทั้งที่ตนได้ทำหลายเรื่องเช่น ยกเลิกเบนซิน 91 ทำให้มีการใช้เอทานอลมากขึ้น งดการเก็บกองทุนน้ำมัน &amp;nbsp;ลดการอุดหนุนพลังงานแสงอาทิตย์ตามราคาต้นทุนที่ต่ำลง ย้ายศูนย์ป้องกันน้ำท่วมเข้ากระทรวง ออกเครดิตการ์ดพลังงาน เริ่มลอยตัวราคาก๊าซ ฯลฯ ดังนั้นจึงขอย้อนถามกลับ พลเอกประยุทธ์ ว่า ตลอด 4 ปี รัฐบาลนี้มีผลงานทางพลังงานอะไร เพราะยังไม่เห็นผลงาน จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ช่วยชี้แจงด้วยไม่ใช่เอาแต่ว่าคนอื่น เพราะนอกจากไม่มีผลงานแล้วยังทำให้ทิศทางพลังงานของประเทศสับสน โดยเฉพาะเรื่องการงดซื้อพลังงานหมุนเวียน 5 ปี ที่สร้างความสับสนให้กับประชาชนและนักลงทุน ขนาดสภาอุตฯ ยังต้องออกมาเรียกร้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังสวนกระแสโลกที่มุ่งสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด แถมยังจะส่งเสริมโรงไฟฟ้าถ่านหินที่หลายประเทศกำลังจะเลิกใช้แล้ว พร้อมกับข้อครหาทุจริตการซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในอินโดนิเซียมูลค่าหมื่นล้านบาทแต่ได้หุ้นแค่ 11-12% และข้อครหาการออกใบอนุญาติผลิตไฟฟ้าจำนวนมากเพื่อแลกผลประโยชน์ อีกทั้งยังห้ามประกาศราคาน้ำมันขึ้นลงล่วงหน้า ทั้งๆที่ประชาชนควรจะได้ทราบการปรับราคาก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างความงุนงงให้กับประชาชนในทิศทางพลังงานของรัฐบาลนี้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่าแม้ราคาน้ำมันโลกได้ลดลงตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประเทศลดค่าใช้จ่ายลงปีละหลายแสนล้านบาท แต่รัฐบาลกลับไม่สามารถใช้โอกาสที่ประเทศจ่ายค่าน้ำมันลดลงนี้ให้เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจได้ เพราะการเจริญเติบโตของไทยต่ำมาโดยตลอด 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมัยนายพิชัยเป็นรมว.พลังงาน พบว่ากองทุนน้ำมันติดลบกว่าหมื่นล้านบาท และแก้ไขปัญหาด้วยการกู้เงินมาโปะกองทุน และช่วงที่น้ำมันลดลงราคา นายพิชัยสั่งเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มโดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้ประชาชนใช้น้ำมันฟุ่มเฟือย ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นถูกโจมตีว่าบิดเบือนกลไกราคาน้ำมันด้วยการอุ้มอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9704</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน, ลดเก็บเงินเข้ากองทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9d17ab4dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
