<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติช่วยผู้ประกันตน มาตรา 33 ลดเงินสมทบเหลือ 0.5% เริ่ม ก.พ.-มี.ค.64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์- มีนาคม พ.ศ.2564 โดยลดอัตราเงินสมทบฝ่ายผู้ประกันตนมาตรา 33 เหลือร้อยละ 0.5 ของค่าจ้างผู้ประกันตน หรือ ส่งเงินสมทบสูงสุด 75 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน (กุมภาพันธ์-มีนาคม) จากเดิมร้อยละ 3 ของค่าจ้างผู้ประกันตน สำหรับฝ่ายนายจ้างให้คงอัตราเดิมโดยส่งเงินสมทบร้อยละ 3 ของค่าจ้างผู้ประกันตน รัฐบาลส่งเงินสมทบอัตราเดิมร้อยละ 2.75 ของค่าจ้างผู้ประกันตน สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จากเดิมอัตรา 278 บาทต่อเดือนให้เหลืออัตรา 38 บาทต่อเดือน ซึ่งจะทำให้นายจ้าง 486,192 ราย ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 11,164,387 คน และผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 1,832,500 คน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย โดยนำเงินสมทบที่ลดลงไปใช้จ่ายเสริมสภาพคล่อง เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2564 จำนวน 23,119 ล้านบาท ลดปัญหาทางการเงินของนายจ้างและผู้ประกันตน ส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ประกันตนดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนในครั้งนี้ ส่งผลให้กองทุนประกันสังคมจัดเก็บเงินสมทบได้ลดลงจำนวน 7,166 ล้านบาท และหากรวมกับการลดอัตราเงินสมทบครั้งที่หนึ่งตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2563 ครั้งที่สองตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2563 และการลดอัตราเงินสมทบปัจจุบันตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2564 เงินสมทบทั้งหมดรวมกัน 9 เดือนจะลดลงประมาณ 68,669 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91081</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, ลดเงินสมทบ, อนุชา บูรพชัยศรี, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fe4d76e3d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อหั่นภาษีเยียวยา ลดจ่ายประกันตน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขยับต่อเยียวยาโควิด จ่อเคาะ ครม.ปลดล็อกมาตรการภาษีลดภาระรายจ่าย &amp;quot;ปชช.-ผู้ประกอบการ&amp;quot; ด้านประกันสังคมต่อลมหายใจผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกขยัก ไฟเขียวลดเงินสมทบเหลือ 0.5% เริ่ม ก.พ. ขณะที่ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ตีกรอบหลักการเดิมต้องผ่านแอปเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า เช้านี้ ได้มีการหารือมาตรการด้านภาษี เพื่อลดภาระรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มต่างๆ และผู้ประกอบการ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย, ขยายเวลายื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้ เป็นต้น สำหรับเสนอที่ประชุม ครม.อนุมัติในวันอังคารหน้า ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหามาตรการช่วยเหลือในรูปแบบลดรายจ่ายควบคู่กับการ เพิ่มรายได้ เช่น โครงการเราชนะ หรือคนละครึ่ง ที่มีความก้าวหน้า เป็นไปได้ด้วยดี ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตน กองทุนประกันสังคม มาตรา 33 ว่า กระทรวงแรงงานมีแนวคิดที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า ปรับลดการจ่ายเงินประกันสังคมในส่วนของลูกจ้าง จากเดิมที่ลดลงจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 3 อยู่แล้ว เป็นเหลือร้อยละ 0.5 แต่การส่งเงินสมทบในส่วนของนายจ้างยังเป็นร้อยละ 3 เหมือนเดิม ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563
&amp;ldquo;โดยแนวทางลดเงินสมทบในส่วนของลูกจ้างเหลือร้อยละ 0.5 คาดว่าจะดำเนินการได้ในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปถึงเดือนมีนาคม เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกจ้างในระบบประกันสังคมที่มีอยู่ราว 12 ล้านคน ซึ่งแนวทางนี้ แม้จะทำให้การเก็บเงินสมทบของกองทุนประกันสังคมหายไปประมาณ 20,000 ล้านบาท แต่ลูกจ้างจะได้ประโยชน์จากการที่นำเงินที่ต้องจ่ายสมทบไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;rdquo; นายสุชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการหารือระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และผู้บริหารกระทรวงการคลัง ที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเช้า ได้มีการสอบถามเรื่องความชัดเจนการเข้าร่วมโครงการเราชนะ ในกรณีที่ไม่มีบัตรคนจนหรือสมาร์ทโฟน โดย นายสุพัฒนพงษ์ระบุว่า แนวคิดนี้เป็นการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเข้ามาช่วยลงทะเบียนให้ สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจวิธีการเท่านั้น ไม่ใช่การจ่ายเงินเยียวยาผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรียังไม่มีแนวคิดที่จะแจกเงินเยียวยา จากมาตรการเราชนะ จำนวน 3,500 บาท จำนวน 2 เดือน ในรูปแบบของเงินสด ซึ่งจะยึดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2564 คือเป็นการให้วงเงินใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันและ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น โดยจะให้เงินช่วยเหลือเป็นรายสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในหลักการโครงการยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือต้องมีแอปพลิเคชันหรือสมาร์ทโฟนเท่านั้นจึงจะร่วมโครงการเราชนะได้ เพราะเป็นการโอนวงเงินเพื่อการใช้จ่าย ลดค่าครองชีพให้กับประชาชนในการไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บริการ ไม่มีการแจกเป็นเงินสด&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า ธนาคารกรุงไทยจะสรุปวิธีการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ w ww.เราชนะ.com รวมทั้งรูปแบบการใช้จ่ายเงิน โดยยืนยันว่าการใช้สิทธิ์ไม่ยุ่งยาก ใช้จ่ายเหมือนโครงการคนละครึ่ง แต่ไม่จำกัดวงเงิน และใช้จ่ายได้ถึง 31 พ.ค.2564 โดยกลุ่มผู้มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง ก็ใช้กับร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ที่มีแอปพลิเคชันถุงเงินกว่า 1.2 ร้านค้าได้ ส่วนผู้ที่ถือบัตรคนจน ก็ต้องนำบัตรไปสแกนกับร้านค้าปกติและร้านธงฟ้า ซึ่งร้านค้าจะมีแอปพลิเคชันตัวใหม่ไว้สแกนตัดวงเงินที่มีอยู่ในบัตรคนจนได้เช่นกัน
วันเดียวกัน ที่กระทรวงการคลัง นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ นำกลุ่มราษฎร รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อทวงคืนงบประมาณจากกองทัพ สำหรับนำมาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจช่วงโรคโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างถ้วนหน้า โดยนายภาณุพงศ์ระบุว่า ขอเสนอมาตรการดังนี้คือ 1.ให้รัฐเยียวยาประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ด้วยเงินรายได้ถ้วนหน้า เป็นเวลา 3 เดือน เดือนละ 3,500 บาท รวมเป็นเงิน 525,000 ล้านบาท จากการตัดลดงบที่ไม่จำเป็น 2.นำเข้าและกระจายวัคซีนโควิดให้เท่าเทียม 3.ลดค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค ค่าเรียนให้นักเรียน นักศึกษา เป็นเวลา 3 เดือน พร้อมอุดหนุนค่าเรียนออนไลน์ด้วย โดยจะให้เวลาทางกระทรวงการคลังตอบรับหรือเคลื่อนไหวเกี่ยวกับข้อเรียกร้องในจดหมาย ภายใน 1 สัปดาห์ หรือภายในวันที่ 29 มกราคม 2564 ไม่เช่นนั้นจะนัดชุมนุมในวันดังกล่าวอีกครั้ง พร้อมกับจำนวนผู้ชุมนุมที่มากขึ้น
ขณะที่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากไม่มีมือถือสมาร์ทโฟนจะให้ทำอย่างไร ซึ่งที่จริงเรื่องแบบนี้ไม่ควรต้องชี้แจงกันหลายครั้ง หรือให้ประชาชนต้องเสียเวลามาคอยตามการชี้แจงกันรายวัน มาตรการเยียวยาที่ผ่านมาของรัฐบาล ยังต้องให้ยืนยันตนผ่านแอปพลิเคชันมาตลอด ทั้งที่รัฐบาลก็มีข้อมูลของประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากการเยียวยารอบก่อน เหตุใดไม่ทำการโยกข้อมูลส่วนนี้มาใช้ ทำไมต้องให้ประชาชนยุ่งยากทำซ้ำทำซาก หากมีความจริงใจจะเยียวยาจริงๆ ควรทำกระบวนการให้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ใช่สร้างความสับสนเหมือนต้องลุ้นเสี่ยงโชคกันตลอดเวลา
ด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; มาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างถาวร คือการสร้างงานขึ้นมาใหม่หรือทำให้รายได้ของแรงงานสูงขึ้นมาใหม่ การปลุกเศรษฐกิจทั้งระบบคือประเด็นสำคัญ นอกจากนี้ มาตรการเยียวยาซึ่งเป็นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อช่วยเหลือเจือจานหรือต่ออายุให้แก่แรงงานที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ โครงการเยียวยาที่รัฐใช้เงินงบประมาณอีกประมาณ 3 แสนล้านบาทเศษๆ นั้น จะต้องถึงมือแรงงานทั้ง 7 ล้านคนที่ว่านี้ด้วยเป็นส่วนใหญ่ กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ แต่คนที่ไม่สมควรเลยกลับได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นการเยียวยาที่ไม่ครอบคลุมผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) นายสมบูรณ์ จุลมุสิก นายกสมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์? เพื่อขอความช่วยเหลือจากวิกฤติสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; โดยขอให้ภาครัฐและเอกชนพิจารณาการพักชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภค การชำระหนี้ ผ่อนผันบ้านและรถยนต์เป็นเวลา 6 เดือน ระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย.64 ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลพิจารณาจ่ายเงินให้กับผู้มีอาชีพศิลปินนักร้อง จำนวน 3 เดือน เพื่อเป็นมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90702</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ประกันสังคม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลดเงินสมทบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาโควิด, เราชนะ, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600adefe2dc82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
