<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม สกัดโควิดสั่งหยุดให้บริการขนส่งสาธารณะตั้งแต่ 3 ทุ่มครึ่ง-ตี 4 เริ่ม 12 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งด่วน เพื่อกำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)&amp;nbsp; ว่า ที่ประชุม ศบค.ได้กำชับในประเด็น เรื่องการปรับลดการให้บริการสาธารณะ โดยมีมติในที่ประชุมให้ดำเนินการหยุดการบริการในช่วงเวลา 21.30-04.00 น. ยกเว้นรถที่มีความจำเป็น เช่น รถขนส่งอาหาร รถส่งสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ ให้เริ่มดำเนินการในวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 โดยให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการ

&amp;ldquo;หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบไปดำเนินการออกประกาศรายละเอียดการให้บริการให้เรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าจะมีการดำเนินมาตการดังกล่าว โดยทุกหน่วยงานต้องรายงานผลมาที่กระทรวงคมนาคมทุกวัน ซึ่งเรื่องนี้จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เพราะฉะนั้แต่ละหน่วยมีเวลาประมาณ2 วัน จึงให้ทุกหน่วยรีบไปดำเนินการในมาตรการของตัวเอง&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว

นอกจากนี้ ให้ลดการบริการขนส่งสาธารณะไปยังต่างจังหวัด หรือจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไปยังจังหวัดในกลุ่มควบคุมสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 12-25 ก.ค. 2564 โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานออกประกาศภายในวันนี้ เพื่อจะได้แจ้งประชาชนให้รับทราบ ขณะเดียวกัน ขอให้พิจารณาการเรื่องความถี่ในการให้บริการ เพื่อไม่ต้องเกิดความแออัด และเน้นย้ำให้มีมาตรการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และขอความร่วมมือให้รถสาธารณะ มีการตรวจวัดอุณหภูมิอย่างเข้มงวด

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ส่วนหน่วยงานที่มีการดำเนินการก่อสร้าง ในพื้นที่ควบคุม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร., นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ สมุทรสาคร, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสงขลา โดยขอให้ใช้มาตรการเชิงรุก เข้าไปตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้มีความชัดเจน เพื่อลดการแพร่ระบาดดังกล่าว

นอกจากนี้ ศบค. ยังได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานหลังจากนี้ เป็นการประชุมออนไลน์ และปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home หรือ WFH) เป็นหลัก แต่ในส่วนงานบริการประชาชน ยังขอให้ดำเนินการตามปกติ ดังนั้นให้ทุกหน่วยเข้มงวดมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันต้องแจ้งบุคลากรให้ระวังในการหลังจากปฎิบัติงานแล้วต้องกลับไปพบเจอตนอื่นๆหรือคนในครอบครัวต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสถิติที่เกิดขึ้นขณะนี้เกิดจากการติดเชื้อจากคนใกล้ชิด

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109159</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ล็อกดาวน์, รถโดยสารสาธารณะ, ลดเที่ยววิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf2f985bbc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รฟม. พร้อมลดเที่ยววิ่ง 10% ถึงปิดระบบ รอเพียงคำสั่งรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.63-นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การเดินรถให้บริการล่าสุด ในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 และรัฐบาลทำการรณรงค์ &amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;quot; โดยพบว่าจำนวนผู้โดยสารในขณะนี้ ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ตัวเลขเมื่อวานที่ผ่านมาเหลือผู้โดยสารอยู่ประมาณ 98,000 คนต่อวัน จากการให้บริการในช่วงวันปกติที่มีผู้โดยสารเดินทางจำนวนมาก(พีค) เช่นวันศุกร์ อยู่ที่กว่า 4 แสนคนต่อวัน หรือพูดง่ายๆว่าผู้โดยสารลดลงเหลือไม่ถึง 1 ใน 4 เท่านั้น ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วง &amp;nbsp;ผู้โดยสารก็ลดลงเหลือวันละ 13,000- 14,000 &amp;nbsp;คน จากปกติ วันละ70,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภคพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อาจมีคำสั่งเข้มข้น &amp;nbsp;ยกระดับการควบคุมการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะขึ้นอีก หากจำนวนผู้ติดเชื้อฯ ยังเพิ่มต่อเนื่องนั้น &amp;nbsp;ในส่วนนี้ รฟม.มีแผนรองรับไว้พร้อมแล้ว ทั้งการลดจำนวนเที่ยววิ่งลง 10% &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ความถี่ของรถที่จะเข้าสถานีห่างขึ้น ทั้งในช่วงพีค และออฟ พีค ของวัน (พีค/เช้า 06.30-8.30 น. &amp;nbsp;และเย็น 16.00-20.00 น.) &amp;nbsp;โดยช่วงเช้าความห่างของขบวนรถเข้าสถานี จะเพิ่มขึ้นจากทุก 3 นาที เป็น 3 นาทีครึ่ง ส่วนในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน หรือ off peak จะเพิ่มจาก 7 นาทีเป็น 10 นาที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การยกระดับมาตรฐานการ รฟม. ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว &amp;nbsp;ตั้งแต่การลดจำนวนเที่ยววิ่งลง 10% จนถึง การปิดระบบให้บริการ รฟม.พร้อมปฏิบัติตามทันทีเมื่อรัฐบาลสั่งการมา &amp;quot;นายภคพงศ์กล่าว
อย่างไรก็ตามมาตราการรถเที่ยววิ่ง ลง 10 % นี้ &amp;nbsp;นายภคพงศ์ กล่าวย้ำว่า &amp;nbsp;รฟม.จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อกำกับดูแลเรื่องการปฏิบัติตามมาตรการระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ทั้งการยืนรอที่สถานี และบนขบวนรถ มีการปฎิบัติอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งอยากขอให้ประชาชนผู้โดยสาร ปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาล คือ &amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;quot; โดยหากไม่มีเหตุจำเป็นก็ขอให้หยุดการเดินทาง ในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่จังหวัดนนทบุรีมีการประกาศเคอร์ฟิว ขอความร่วมมือประชาชนไม่ออกจากที่อยู่อาศัยตั้งแต่เวลา 23:00 นถึง 05:00 น.นั้น ผู้ว่า รฟม. กล่าวยืนยันว่ายังไม่มีผลที่ทำให้รถไฟฟ้าสายสีม่วงต้องเปลี่ยนแปลงเวลาเปิดและปิดให้บริการในแต่ละวันแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61666</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ, ลดเที่ยววิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf8889f3b5a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
