<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดกระทบ กนอ.ลดเป้ายอดขายที่ดินนิคมฯเหลือ 1,200 ไร่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 พ.ค. 2564 นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม และแผนดำเนินการของกนอ. ว่า ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและภาพรวมการลงทุนของไทยและทั่วโลกผ่านจุดต่ำสุดและเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นจากการกระจายวัคซีน การค้า การลงทุน การบริโภค เริ่มกลับมา ขณะที่ประเทศไทย ตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจด้านต่างๆ ดีขึ้น เวลานี้การกระจายวัคซีนโควิด-19 ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการฟื้นตัวของประเทศ แม้เวลาจะเป็นช่วงฝุ่นตลบ หรือการปรับกระบวนการต่างๆ แต่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นไม่นาน และหลังจากนี้จะดีขึ้นและเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มดีขึ้น แต่ในด้านการลงทุน ต้องอาศัยการเจรจา การลงพื้นที่จริง ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอุปสรรคสำคัญ ต้องใช้แนวทางออนไลน์เป็นหลัก กนอ.จึงตัดสินใจปรับลดเป้าหมายยอดการขาย/เช่าพื้นที่ของงบประมาณ 2563 ลงเหลือ 1,200 ไร่ จากเป้าหมาย 1,500 ไร่ ซึ่งช่วง 7 เดือนของปีงบ สามารถทำยอดขาย/เช่า แล้วกว่า700ไร่&amp;quot;นายวีริศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผลจากโควิด-19 ทำให้สถานการณ์การลงทุนทั้งโลกเปลี่ยนไป กนอ.เองจึงเตรียมปรับกระบวนการทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านของกนอ.ทั้งหมดเช่นกัน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเร็วแต่ละด้าน หน้าบ้านจะเร่งหารือหน่วยงานลลทุนของประเทศต่างๆ หารือนักลงทุน รวมทั้งศึกษาแนวทางการกระตุ้นลงทุนที่ดึงดูดใจมากขึ้น จะหารือกับหน่วยงานการลงทุน คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เพื่อพิจารณาปรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนในนิคมฯให้น่าสนใจมากขึ้น จากเดิมเคยลดสิทธิประโยชน์บางอุตสาหกรรม เพราะเนื้อหอม แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป ประเทศคู่แข่งของไทย อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ต่างกำหนดสิทธิประโยชน์จนเกิดจุดเด่นในด้านต่างๆที่ดึงดูดการลงทุน ไทยจึงควรปรับตัวครั้งใหญ่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีริศ กล่าวว่า สำหรับการปรับหลังบ้านจะเพิ่มศักยภาพพนักงานกนอ. วางแผนกำลังคนรองรับการเกษียณประมาณ20%ในช่วง5ปีข้างหน้า ขณะเดียวจะตั้งทีมงานขึ้นมาเฉพาะคัดพนักงานที่มีศักยภาพให้เข้ามาศึกษาลู่ทางการพัฒนาองค์กร เพิ่มช่องทางรายได้ โดยอาจใช้วิธีร่วมลงทุน หรือตั้งบริษัทลูก ไม่เน้นจ้างเอกชนเหมือนที่ผ่านมา แต่ต้องใช้เวลาศึกษาอีกระยะหนึ่ง อย่างธุรกิจการจัดการน้ำภาคอุตสาหกรรม ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้งทุกปี จนกระทบต่อแผนการผลิตของโรงงาน อาจเข้าไปร่วมลงทุนเพื่อผลิตน้ำได้ต่อเนื่อง รวมทั้งอาจตั้งบริษัทลูกขึ้นมารองรับการใช้งานเทคโนโลยี5จีในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้บริการลูกค้าซึ่งเป็นโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม โดยแนวทางดังกล่าวจะเพิ่มโอกาสธุรกิจ สร้างรายได้เพิ่มให้กับกนอ.ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104564</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.), ลดเป้า, วีริศ อัมระปาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b1b83fc379b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
