<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับ 4 พฤติกรรมทำลายสุขภาพ ลดเสี่ยง NCDs</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;คนไทยมีพฤติกรรมเสี่ยงทำลายสุขภาพ 4 อย่าง ได้แก่ การสูบบุหรี่ กินเหล้า ไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้ง 4 ได้ ความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจะลดน้อยลง สิ่งที่ตามมาคือ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบยั่งยืน&amp;rdquo; รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้ริเริ่ม &amp;ldquo;คลินิกฟ้าใส&amp;rdquo; ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. กล่าวในเวทีเสวนาเรื่อง Change 4 health: From Tobacco toward NCDs Targets ในการประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 &amp;ldquo;Tobacco and Lung Health&amp;rdquo; จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อวันก่อน มุ่งรณรงค์จัดการสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดจากควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นภัยต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพของเด็ก เยาวชน ที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การขับเคลื่อนรณรงค์ลดนักสูบที่ผ่านมาส่งผลให้โดยรวมสัดส่วนของผู้สูบบุหรี่ในไทยมีจำนวนลดลง แต่สถานการณ์ยาสูบของบ้านเรายังไม่น่าไว้วางใจ รศ.นพ.สุทัศน์เปิดเผยว่า พบสัดส่วนอายุของผู้สูบอายุ 45 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนของเยาวชนที่สูบบุหรี่ยังอยู่ในระดับที่สูง รวมถึงช่องทางการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้ายังมีอยู่มากมาย ทำให้มีความท้าทายสำหรับการรณรงค์ โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้คนสูบบุหรี่เกิดจากพฤติกรรมของคน อันตรายของการสูบบุหรี่นำไปสู่การเกิดโรคถุงลมปอดโป่งพอง และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคของกลุ่มโรค NCDs หรือ non-communicable diseases โดยปัจจุบันมีคนไทยป่วยด้วยกลุ่มโรคนี้มากถึง 14 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวต่อว่า เมื่อปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;เปลี่ยนก่อนป่วย&amp;rdquo; (CHANGE 4 HEALTH) ร่วมกับ สสส. เพื่อรณรงค์และให้ความรู้แก่บุคลากรวิชาชีพสุขภาพและภาคประชาชนในการป้องกันตนเองจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยใช้แนวทาง &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; ได้แก่ ก กินน้อย โดยลดหวาน มัน เค็ม ข ขยับบ่อย เน้นให้เปลี่ยนทุกอิริยาบถให้เป็นการออกกำลัง เพราะเราสามารถออกกำลังกายได้ทุกเวลา เช่น ทำงานบ้าน เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;ค คลายเหล้า ดื่มช้า ดื่มน้อย ถอยปริมาณ รู้จักประมาณตน ซึ่งการเลิกดื่มจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เพราะการดื่มเหล้าส่งผลต่ออวัยวะภายในของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิต ทั้งผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะสะสม และ ง งดบุหรี่ ตามแนวทาง 3 เตรียม ได้แก่ เตรียมวัน กำหนดวันเวลาเพื่อเริ่มต้น เตรียมวาจา บอกกล่าวความตั้งใจให้แก่คนรอบข้าง และเตรียมอุปกรณ์ ทิ้งอุปกรณ์การสูบบุหรี่ เพื่อการละทิ้งไม่ให้หวนคิดถึงบุหรี่ได้ สุดท้ายคือ การตั้งใจลงมือ เพราะความตั้งใจมีผลทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้ ซึ่งแนวทางทั้งหมดมีความสำคัญในการป้องกันสุขภาพคนไทยให้ห่างไกลจากโรค โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม NCDs&amp;quot; คุณหมอผู้ริเริ่มคลินิกฟ้าใส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการ รศ.สุทัศน์อธิบายว่า จะมีการอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรในพื้นที่ให้มีความรู้ในการเปลี่ยนตนเองด้วยแนวทาง &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; และสามารถถ่ายทอดความรู้ เทคนิคพร้อมประสบการณ์ของตนสู่ผู้ป่วยและประชาชนผู้มารับบริการได้ ในขณะเดียวกันโครงการจะรณรงค์ให้ความรู้ในการเปลี่ยนตนเองทั้ง 4 อย่างในรูปแบบสื่ออินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่าย โดยจัดทำเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ ฉบับประชาชน และฉบับบุคลากร ขณะนี้สามารถดาวน์โหลดได้ทางเพจเปลี่ยนก่อนป่วย - Change 4 Health&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน ผศ.ดร.เปรมทิพย์ ทวีรติธรรม คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า นอกจากการยึดหลัก &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; ยังแนะนำ 3 กิจกรรมที่ช่วยต้าน NCDs ได้แก่ กิจกรรมทางกาย คือ การเคลื่อนไหวของร่างกายที่มีการใช้กล้ามเนื้อลายซึ่งต้องใช้พลังงาน กิจกรรมเหล่านี้ได้แก่ กิจกรรมในระหว่างการทำงาน เช่น ปลูกต้นไม้ การทำงานบ้าน การท่องเที่ยว และกิจกรรมสันทนาการ ถัดมาการออกกำลังกายเพิ่มความทนทานด้วยการวิ่ง แอโรบิก หรือเล่นกีฬาที่ชอบ และการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง ทั้งหมดนี้สามารถสลับกันทำได้อย่างน้อย 3-5 วัน วันละ 30 นาทีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร. เปรมทิพย์ ย้ำว่า นอกจากกลุ่มโรค NCDs ยังมีอีกหนึ่งโรคที่คนไทยต้องเผชิญไปพร้อมกันคือ โรคออฟฟิศซินโดรม โดยอาการของโรคออฟฟิศซินโดรมระยะแรกมักจะไม่รุนแรง ทำให้หลายคนชะล่าใจ ละเลยการรักษาและไม่ยอมปรับเปลี่ยนท่าทางหรือพฤติกรรมการทำงานให้เหมาะสม จึงสะสมและกลายเป็นอาการที่รุนแรงนำไปสู่โรคอื่น ๆ ที่อาจเกิดตามมาได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการยึดหลักกินน้อย หนึ่งในแนวทาง &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; ไม่ได้หมายความว่าให้งดบริโภค เพียงเน้นย้ำให้บริโภคอย่างพอดี โดยลดหวาน มัน เค็ม ควบคู่กับการเพิ่มการบริโภคอาหารไทยให้มากขึ้น และที่สำคัญหากสามารถปฏิบัติตามได้ทั้งหมด &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; ความเสี่ยงของการเกิดโรค NCDs จะลดลง คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43847</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), กินเหล้า, คลินิกฟ้าใส, ลดเสี่ยง NCDs, สูบบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5ba06359899.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
