<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่อู&#039;ชงคสช.งัดมาตรา44 ปลดล็อก&#039;หอยม่วง&#039;หาเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ ประยุทธ์ย้ำ 2 ประเด็นอุ้มผู้ประกอบการดิจิทัล-ค่ายมือถือ รัฐต้องไม่เสียประโยชน์ ผู้ประกอบการต้องอยู่ได้ จับตา &amp;quot;คสช.&amp;quot; เคาะใช้มาตรา 44 หรือไม่ ขณะที่ &amp;quot;ไก่อู&amp;quot; เตรียมเสนอหัวหน้า คสช.งัดมาตรา 44 ให้ทีวีกรมประชาสัมพันธ์หารายได้จากโฆษณา &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ในช่วงท้ายก่อนการเลิกประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เร่งรัดให้ติดตามเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและค่ายโทรศัพท์มือถือให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในเดือนเม.ย.นี้ &amp;nbsp;โดยต้องคำนึงถึง 2 ประเด็น คือ 1.การแก้ปัญหาเชิงธุรกิจของเขาต้องเป็นอย่างไร จากตรรกะที่แท้จริง โดยจะต้องให้ภาคธุรกิจอยู่ได้ด้วย และ 2.ต้องไม่มีผลกระทบทำให้รัฐเสียรายได้จากประโยชน์ที่ควรจะเป็น หาจุดลงตัวให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้นายกฯ ทักท้วงเพราะเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขปัญหาให้ได้เร็ว และเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ใช่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งไม่แน่ใจว่า คสช.จะเรียกประชุมเมื่อใด และการชี้แจงของนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อที่ประชุม คสช.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ บอกว่าจะรับฟังข้อมูลทุกอย่าง เพราะท่านเองก็รับข้อมูลมาจากหลายทาง ทั้งที่เปิดและไม่เปิดเผย อีกมุมแต่ละคนก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าธุรกิจก็มีความเสี่ยง ในเมื่อทุกคนอยากมีกำไร แล้ววันหนึ่งไม่ได้กำไรตามปรารถนา แล้วมาบอกว่าคนนั้นคนนี้ต้องรับผิดชอบควรหรือไม่&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวในฐานะรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ว่า ในส่วนกรมประชาสัมพันธ์ ตนได้เสนอให้ที่ประชุม คสช.เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมา ออกคำสั่งตามมาตรา 44 ช่วยกรมประชาสัมพันธ์ ให้สื่อและผู้ประกอบการที่ร่วมผลิตสื่อภายใต้ช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้ เพราะกฎหมายเดิมใบอนุญาตประกอบกิจการกรมประชาสัมพันธ์เป็นประเภทที่ 3 คือใบอนุญาตทีวีช่องสาธารณะ แต่ข้อจำกัดของกรมคือมีงบประมาณอย่างเดียว แต่ไม่สามารถหาโฆษณาได้ ทำให้ผู้ประกอบการที่มีคุณภาพไม่อยากมาผลิตรายการให้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการขอให้มีโฆษณาเพื่อมีเงินจำนวนมากหรือเป็นช่องเชิงธุรกิจ เพราะเราไม่ได้เป็นอยู่แล้ว แต่ต้องการให้มีผู้ประกอบการที่มีฝีมือ ตอบโจทย์ต่อรัฐ แต่การผลิตแบบนี้ต้องใช้ต้นทุนสูง หากใช้งบประมาณอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาในแต่ละปีกรมประชาสัมพันธ์จะได้รับงบประมาณในการทำรายการข่าวทั้งวิทยุ โทรทัศน์ รวมกันเพียง 239 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก ขณะที่ต้นทุนในการผลิตรายการดีๆ มีคุณภาพ ต้องใช้ต้นทุนมากถึง 60-70 ล้านบาท ดังนั้นกรมประชาสัมพันธ์จึงไม่สามารถที่จะผลิตรายการดีๆ ได้ จึงจำเป็นที่ต้องยืดหยุ่นในส่วนนี้ด้วย และไม่ได้หมายความว่าการเปิดทางครั้งนี้ &amp;nbsp;กรมประชาฯ จะมีโฆษณาจนเกินเหตุ แต่จะเป็นการโฆษณาที่มีเงื่อนไขในระยะเวลาที่น้อยกว่าทีวีช่องอื่นๆ &amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้เป็นการหาโฆษณาในเชิงพาณิชย์อย่างแน่นอน&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารของสำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ลธ.คสช.) กรณีเสนอขอ คสช.อุ้ม 2 บริษัทโทรคมนาคมยืดระยะเวลาจ่ายค่างวดพ่วงการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งมีการเสนอมา และอยู่ในกระบวนการทบทวน ขณะนี้ยังไม่ถึงกระบวนการในการใช้มาตรา 44 เพราะยังมีแง่มุมของกฎหมายมากมาย เราจึงต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูรายละเอียดว่าจะมีผลกระทบ คสช.ภายหลังหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การช่วยเหลือดังกล่าวจะเป็นการอุ้มบริษัทหรือไม่นั้น พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า มีอยู่หลายแง่มุมนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กำลังพิจารณาอยู่ เพื่อให้ได้ข้อยุติอย่างไรให้เป็นผลดีกับทุกฝ่าย และไม่เป็นปัญหาในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในสำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าตอนนี้ไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทั้งหมด เนื่องจากจัดซื้อจัดจ้างเช่าโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไม่ทันก่อนหมดสัญญาเดิม ซึ่งหมดสัญญาในวันที่ 2 เดือนมีนาคม ซึ่งแสดงว่าสัญญาเช่านั้นเหลื่อมปี แต่งบประมาณในการเช่าโครงข่ายนั้นเป็นงบประมาณประจำปี ไม่ใช่งบโครงการ และเป็นงานที่ต้องทำประจำทุกปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่แสดงถึงความผิดพลาดในการทำงานของ กสทช. อย่างรุนแรง ตั้งแต่เลขาฯ รองเลขาฯ และ ผอ.สำนักเทคโนฯ และด้วยวิสัยทัศน์ กสทช. ที่อยากให้เป็น smart office ระบบงานส่วนใหญ่จึงอยู่บนระบบ เช่น ระบบสารบรรณ ระบบงบประมาณ ระบบการเงิน ระบบรับเรื่องร้องเรียน เป็นต้น ระบบทั้งหมดที่ว่ามานี้ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ย้อนกลับไปยุคก่อน Thailand 1.0 เพราะไม่ใช่ไม่มีระบบ แต่ทำงานไม่ได้ด้วยซ้ำ&amp;quot; เจ้าหน้าที่ กสทช.บางคนระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6411</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand 1.0, กสทช., ครม., คสช., นายวิษณุ เครืองาม, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, มาตรา 44, ลธ.คสช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac392b161b1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
