<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภ.ลุยซื้อ&quot;ขมิ้นชัน&quot; 5กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์  เผยต่างประเทศสนใจต้องการมาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อภ.ลุยซื้อ&amp;quot;ขมิ้นชัน&amp;quot;ชั้นดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;5กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่างชาติต้องการมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;อภ.ทำสัญญาซื้อขาย &amp;quot;ขมิ้นชัน&amp;quot; กับเกษตรกร5 กลุ่มจาก 3 จังหวัด ลพบุรี ตาก และยะลา รวมกว่า 45 ตันต่อปี สร้างรายได้กว่า 5.4 ล้านบาทต่อปีให้แก่เกษตรกร เผยต่างประเทศสนใจ มีความต้องการซื้ออีกมาก แต่ไทยต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐานสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.61- ที่โรงแรมลพบุรีอินน์ รีสอร์ท จ.ลพบุรี &amp;nbsp;มีการลงนามสัญญาจะซื้อขายขมิ้นชันคุณภาพกับกลุ่มเกษตรกร 3 จังหวัด 3 ภาค คือ ลพบุรี ตาก และยะลา รวม 5 กลุ่มเกษตรกร ตามโครงการส่งเสริมการปลูกและการจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพเพื่อผลิตสารสกัดขมิ้นชัน โดยมีนพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) พร้อมด้วย นายวีระชัย นาคมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานการลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยทางคลินิกพบว่า &amp;quot;สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล&amp;quot; สามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันได้ โดยใช้บรรเทาอาการปวดในโรคข้อเข้าเสื่อม ของผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อ ข้อฝืดได้ไม่ต่างจากยาต้านการอักเสบไอบูโพรเฟน ไม่มีผลข้างเคียงกับระบบทางเดินอาหาร และช่วยลดอาการเส้นเลือดแข็งตัวในผู้ป่วยเบาหวานโดยผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลของ อภ. ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรแผนปัจจุบันรายแรกของประเทศ และรับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ อภ.จึงลงนามสัญญาจะซื้อขายขมิ้นชันคุณภาพที่มีสารสำคัญทางยา &amp;quot;เคอร์คูมินอยด์&amp;quot; สูงกว่าร้อยละ 9 สำหรับนำไปผลิตเป็นสารสกัดขมิ้นชันและผลิตภัณฑ์ต่างๆโดยในเบื้องต้น อภ.ต้องการใช้ขมิ้นชันตากแห้งปีละ 90 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โสภณ กล่าวว่า ซึ่งการลงนามในครั้งนี้ เกษตรกร 5 กลุ่ม จะขายขมิ้นชันตากแห้งให้แก่ อภ.ปีละประมาณ 45 ตัน ราคาตันละ 1.2 แสนบาท หรือกิโลกรัมละ 120 บาท จะทำให้เกษตรกรทั้ง 5 กลุ่มมีรายได้ต่อปีรวมราว 5.4 ล้านบาท ที่เหลืออีก 45 ตัน อภ.จะจัดซื้อตามปกติจากแหล่งปลูกขมิ้นชันคุณภาพทั่วประเทศ นอกจากนี้จะมีการให้ความรู้เกษตรกรทั้ง 3 จังหวัด เรื่องมาตรฐานการปลูกและการแปรรูปสมุนไพรและมอบพันธุ์ขมิ้นชัน ซึ่งพัฒนาโดยอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มีสารสำคัญสูง ซคาดว่าจะได้ในช่วงปี 2562 และจะเฝ้าการติดตามพื้นที่การปลูกและจัดซื้อวัตถุดิบขมิ้นชันที่มีคุณภาพ และจะขยายพื้นที่ส่งเสริมการปลูกขมิ้นชันและแปรรูปสมุนไพร ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โสภณ กล่าวว่า หากเกษตรกรมีการรวมกลุ่มปลูกขมิ้นชันที่มีคุณภาพตามที่ อภ.กำหนด ก็ยินดีจะรับซื้อตามนโยบายของรัฐบาลในราคาที่เหมาะสม เพื่อกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรพื้นที่อื่นๆ อีก 5.4 ล้านบาท เป็นการสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงทางยาโดยการปลูกสมุนไพร อย่างไรก็ตามในต่างประเทศมีความสนใจในตัวขมิ้นชันอย่างมาก บางแห่งนำไปเป็นชาดื่ม เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป หรืออย่างเยอรมนีก็สนใจที่จะนำไปจำหน่าย แต่เราต้องผลิตให้ได้ตามเกณฑ์ ซึ่งอนาคตของขมิ้นชันยังไปได้ไกล แต่ต้องวิจัยให้มั่นใจว่าดีจริงๆ ซึ่งเยอรมนีนั้น ยาสมุนไพรจะแพงกว่ายาเคมี เพราะมั่นใจว่าปลอดภัยกว่า แต่คนไทยเชื่อยาเคมีมากกว่าสมุนไพร กลัวอันตรายตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยวปนเปื้อนเชื้อราหรือไม่ ซึ่งการทำสัญญาในครั้งนี้ ก็เพื่อให้เกิดการปลูกที่มีคุณภาพ คนใช้ยามั่นใจ โดยเริ่มตั้งแต่ต้นทางโดยอนาคตจะมียาตัวอื่นๆ อีก เช่น กัญชา ที่ตอนนี้คนไทยอยากใช้มากแ ต่ยังติดเรื่องกฎหมายอยู่ ซึ่ง อภ.ก็ได้รับมอบหมายให้นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวีระชัย กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรที่จะทำสัญญาในวันนี้ ผ่านการคัดเลือกว่าเป็นขมิ้นชันที่มีคุณภาพ คือ มีสารสำคัญที่หายาก เคอร์คูมินอยด์สูงกว่าร้อยละ 9 &amp;nbsp;ทั้งยังมีการปลูกในรูปแบบเกษตรอินทรีย์หรือออแกนิก &amp;nbsp;ในส่วนของลพบุรีมีผู้ทำสัญญาจาก 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.พัฒนานิคม แะ อ.ลำสนธิ โดยพื้นที่ อ.เมือง คือ ต.นิคมสร้างตนเองหรือไร่ทหารสานประชา ซึ่งได้รับการรับรองแล้วว่า เป็นหมู่บ้านออร์แกนิกวิลเลจ 1 ใน 8 แห่งของประเทศไทย และที่ อ.ลำสนธิ มีภูมิประเทศล้อมรอบด้วยขุนเขา จึงเหมาะที่จะพัฒนาเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์หรือออร์แกนิกซิตี้ต่อไป ส่วนที่ อ.พัฒนานิคมอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนให้เป็นพื้นที่ต้นแบบสมุนไพรเพื่อชุมชนหรือ เฮอร์เบิลคอมมูนิตี เชื่อว่าทั้ง 3 อำเภอ รวมถึงพื้นที่ยะลา และตาก มีศักยภาพที่จะเป้นแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ยสของประเทศไทยมีคุณภาพมาตรฐานที่ดียิ่งขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14173</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขมิ้นชัน, จังหวัดลพบุรี, นพ.โสภณ เมฆธน, นายวีระชัย นาคมาศ ร, ลพบุรี ตาก และยะลา, องค์การเภสัชกรรม, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59cb0343477.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
