<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุมาแล้ว!ทั้งฝน-ลมกรรโชกพัดต้นสนล้มพาดรั้วรร.อนุบาลตราด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63- ช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองตราดนำเลื่อยยนต์ออกไปทำการตัดต้นสนที่ล้มพาดระหว่างรั้วโรงเรียนอนุบาลตราด &amp;nbsp;ไปยังรั้วของอาคารทีคีปาร์ค &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลักเกาะมาร่วมช่วยตัดและเก็บซากต้นสนดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ได้เกิดฝนตกและมีลมพัดกรรโชกแรง ไปทั่วบริเวณอำเภอเมืองตราด &amp;nbsp; ลมฝนที่พัดกรรโชกแรงได้พัดตันสน ที่ปลูกอยู่ภายในโรงเรียนอนุบาลตราดฝั่งชั้นอนุบาล และอยู่ใกล้กับรั้วบริเวณป้ายโรงเรียนอนุบาลตราด &amp;nbsp; แรงลมทำให้ต้นสนหักบริเวณโคน แล้วพาดลงถนนด้านหน้าและปลายยอดต้นสนพาดเข้าไปในรั้วของอาคารทีเคปาร์คที่อยู่ฝั่งตรงข้าม &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ปลายต้นสนยังได้พาดสายเคเบิลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจนขาดตกลงมา 2-3 &amp;nbsp;เส้น &amp;nbsp;ซึ่งต้นสนมีความสูงประมาณ 12-15 &amp;nbsp;เมตร โดยที่ต้นสนมีขนาดใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1 ฟุต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองตราดและอาสาสมัครกู้ภัยหลักเกาะได้ใช้เวลาประมาณ &amp;nbsp;30 นาที ในการตัดและเก็บต้นสน ออกจากถนนเพื่อให้รถได้สัญจรผ่านไปมาได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62934</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตราด, พายุ, ลมกรรโชกแรง, โรงเรียนอนุบาลตราด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92f83223661.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นลมแรงซัดเรือประมงล่มทะเลสาบสงขลา รอด3ตาย1ยังไม่พบศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเรือประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นเรือหางยาวล่มกลางทะเลสาบสงขลา มีผู้เสียชีวิต 1 คน จึงประสานไปยังตำรวจน้ำสงขลานำเรือออกค้นหา โดยที่เกิดเหตุชาวบ้านบ้านกำลังช่วยกันค้นหาร่างผู้เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมค้นหาในจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 5 กิโลเมตร แต่การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากเป็นเวลากลางคืนมืดสนิท&amp;nbsp;ไม่สามารถหาพิกัดที่ชัดเจนได้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. ก็ยังไม่พบศพผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงต้องยกเลิกภาระกิจในการค้นหา และจะออกค้นหาต่อในช่วงเช้าของวันนี้ (13 ก.ย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายไพศาล เจริญรุ่ง อายุ 52 ปี ชาวประมง 1 ใน 4 คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่ม เล่าว่า เมื่อช่วยบ่ายเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.)&amp;nbsp; ตนและครอบครัวของผู้เสียชีวิตรวม 4 คนได้นำเรือออกจากท่าเรือบริเวณสวนสาธารณะ 72 พรรษา โดยมีครอบครัวนายประวิทย์ คงทอง และนางกุหลาบ คงทอง 2 สามีภรรยา พร้อมลูกสาวอายุประมาณ 5 ขวบไปด้วย เพื่อไปวางลอบดักปูในทะเลสาบสงขลา ขณะเดียวกันได้เกิดลมกรรโชกแรงทำให้เกิดคลื่นสูงกว่า 1 เมตร ซัดเข้าบริเวณท้ายเรือจนเรือล่ม ก่อนที่ตนเองจะพยายามช่วยเหลือพ่อแม่ลูกทั้ง 3 ชีวิต ซึ่งว่ายน้ำไม่เป็น จนสามารถช่วยเหลือนายประวิทย์และลูกสาวเอาไว้ได้ ส่วนนางกุหลาบได้จมน้ำเสียชีวิต ก่อนที่จะมีเรือประมงด้วยกันเข้ามาช่วยเหลือนำตนเองและสองพ่อลูกขึ้นบนฝั่งและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาร่างผู้เสียชีวิตคือนางกุหลาบ คงทอง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 ถนนเตาอิฐ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17457</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นซัด, จังหวัดสงขลา, ลมกรรโชกแรง, สภ.เมืองสงขลา, เรือประมงพื้นบ้านล่ม, เรือล่มทะเลสาบสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b99c11810c44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
